เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
Business Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
Business SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
DKSH ชวนผู้หญิงใส่ใจสุขภาพ รู้ทัน 3 โรคใกล้ตัว ตรวจเร็ว ป้องกันได้ ลดภาระสาธารณสุข
Biz Movement DKSH ชวนผู้หญิงใส่ใจสุขภาพ รู้ทัน 3 โรคใกล้ตัว ตรวจเร็ว ป้องกันได้ ลดภาระสาธารณสุข
ลดค่า GP ช่วยเซฟ 1.9 พันล้าน พาณิชย์ต่อลมหายใจ SMEs 1.2 ล้านราย
Economic ลดค่า GP ช่วยเซฟ 1.9 พันล้าน พาณิชย์ต่อลมหายใจ SMEs 1.2 ล้านราย
ดูทั้งหมด

วิจัยกสิกรไทย เผย 5 โจทย์ธุรกิจแบงก์ต้องรับมือปี 68 ชี้ รายได้ธุรกิจหลักฟื้นตัวจำกัด

27 ม.ค. 2568 | 10:11น.
อ่านระหว่างบรรทัดกฎเกณฑ์รับสมัคร และกำกับดูแล Virtual Bank (1)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย 5 โจทย์ธุรกิจแบงก์ต้องรับมือปี 68 หลังรายได้ธุรกิจหลักฟื้นตัวจำกัด-หนี้เสียยังบริหารเชิงรุก-เกาะติดผู้เล่นรายใหม่ Virtual Bank หลังเผยผลประกอบการปี 67 กลุ่มธนาคาร รายได้ไม่ใช่ดอกเบี้ยขยับเพิ่มแตะ 24.6% หนี้เสียยังคุมได้-ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญฯ ลดลง

นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ระบุว่า งบการเงินปี 2567 ของกลุ่มแบงก์ (9 แห่ง) สะท้อนประเด็นสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีทิศทางดีขึ้น 2.ระดับหนี้เสียยังบริหารจัดการได้ และ 3.ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯ ต่อสินเชื่อ เริ่มทยอยลดลง

1.รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีทิศทางดีขึ้นและมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในปี 2567 (แม้รายได้หลักของกลุ่มแบงก์จะยังมาจากรายได้ดอกเบี้ยเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม) โดยสัดส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยขยับขึ้นมาที่ 24.6% ของรายได้จากการดำเนินงานสุทธิในปี 2567 (จาก 23.8% ในปี 2566)

ขณะที่สัดส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิชะลอลงตามภาพสินเชื่อที่อ่อนแอและการปรับตัวลงของอัตราดอกเบี้ยในประเทศ ทั้งนี้ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยของกลุ่มแบงก์เริ่มฟื้นตัวได้ดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และสามารถกลับมาเติบโตสูงกว่าการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในปี 2567

นำโดย รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (จากธุรกิจบัตรเครดิต และบริการประกันผ่านธนาคาร และบริการกองทุนรวม) การเพิ่มขึ้นของกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ และกำไรจากเงินลงทุนซึ่งได้รับอานิสงส์จากสภาวะตลาด

2.สถานการณ์หนี้เสียยังสูง แต่ยังอยู่ในขอบเขตที่ธนาคารสามารถดูแลจัดการได้ แม้เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนหนี้เสียต่อสินเชื่อรวม (สัดส่วน NPLs หรือ NPL Ratio) ณ สิ้นปี 2567 จะปรับตัวขึ้นมาที่ 3.04% (จาก 2.96% ณ สิ้นปี 2566) แต่สัดส่วน NPLs ก็ปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมากในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 จากจุดสูงสุดของปีที่ทำไว้ในไตรมาสที่ 2/2567

ซึ่งสะท้อนว่าธนาคารต่างๆ ยังมีการจัดการกับปัญหาคุณภาพสินเชื่อในเชิงรุกทั้งดูแลจำกัดความเสี่ยงด้านเครดิตของสินเชื่อที่ปล่อยใหม่ การตัดหนี้สูญ-ตัดขายหนี้เสีย รวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้ในช่วงที่ผ่านมาที่มีผลทำให้ลูกหนี้บางส่วนมีการปรับชั้นจาก NPLs ขึ้นมาเป็นสินเชื่อ Stage 2

3.ค่าใช้จ่ายในการกันสำรองฯ ทยอยลดลงโดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ช่วยหนุนผลการดำเนินงานให้ประคองตัวผ่านปี 2567 โดยแม้ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯ เฉลี่ยต่อไตรมาสของธนาคารส่วนใหญ่ในปี 2567 จะยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยต่อไตรมาสในช่วงที่สถานการณ์เศรษฐกิจอยู่ในภาวะปกติก่อนโควิด แต่ Credit Cost ก็ทยอยปรับลดลงมาจากจุดสูงสุดของปี 2567 แล้ว เกือบ 20 basis points (bps.) มาอยู่ที่ 1.51% ในไตรมาส 4/2567

5 โจทย์ที่ต้องเตรียมรับมือธุรกิจแบงก์ในปี 2568

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ความเปราะบางของแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังคงเป็นหนึ่งในโจทย์ท้าทายความสามารถในการประคองรายได้จากธุรกิจหลักของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งทำให้คาดว่า ภาพในอีกด้านหนึ่งจะเห็นธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ให้ความสำคัญกับการดูแลจัดการประสิทธิภาพด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย ควบคู่ไปกับการเตรียมปรับตัวรับมาตรการที่ทางการอาจทยอยประกาศออกมาเพิ่มเติม เช่น แนวทางการช่วยเหลือลูกหนี้ ตลอดจนเตรียมวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับการแข่งขันกับผู้เล่นหน้าใหม่ โดยเฉพาะVirtual Bank ในช่วงหลังจากนี้

1. รายได้จากธุรกิจหลักอาจมีกรอบการฟื้นตัวที่จำกัด โดยในส่วนของผลตอบแทนจากการปล่อยสินเชื่อ (Yield on Loans) ปี 2568 อาจประคองตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงหรือต่ำกว่า 5.30% ในปี 2567 ตามภาพการเติบโตในกรอบจำกัดของสินเชื่อโดยเฉพาะพอร์ตสินเชื่อ High Yields รวมถึงความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยในประเทศอาจปรับตัวลดลง

นอกจากนี้ แรงหนุนต่อรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในปี 2568 โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมฯ กำไรจาก FVTPL และเงินลงทุน อาจมีความท้าทายกว่าปี 2567 เพราะจะขึ้นอยู่กับสภาวะความผันผวนของตลาดการเงินภายหลังการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้งของนายโดนัลด์ ทรัมป์

2. ธนาคารส่วนใหญ่จะใช้ความพยายามเพิ่มขึ้นในการดูแลบริหารจัดการประสิทธิภาพของค่าใช้จ่ายและต้นทุนต่างๆ ซึ่งทำให้คาดว่าสัดส่วนต้นทุนต่อค่าใช้จ่าย (Cost to Income Ratio) ในปี 2568 จะลดลงต่ำกว่าระดับ 45% ในปี 2567 อย่างไรก็ดี ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศน่าจะยังมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายการดำเนินงานอื่น ๆ

3. ระดับค่าใช้จ่ายในการกันสำรองฯ ปี 2568 มีแนวโน้มชะลอลง (หลังจากที่กันสำรองฯ ในระดับสูงตลอดหลายปีที่ผ่านมา) แต่คาดว่า สัดส่วนสำรองฯ ต่อ NPLs (Coverage ratio) ในปี 2568 จะลดลงจาก 182% ณ สิ้นปี 2567 ไม่มาก เนื่องจากธนาคารส่วนใหญ่ยังน่าจะมีแนวทางการกันสำรองฯ แบบระมัดระวังท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจไทยและผลจากนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะมีผลทั้งในเชิงบวกและลบกับภาคธุรกิจซึ่งทำให้ธนาคารต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

โดยอาจมีการปรับแนวทางการกันสำรองฯ ให้สมดุลกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและปัญหาคุณภาพหนี้ที่ยังเป็นโจทย์ต่อเนื่องระหว่างปี

4. ปัญหาคุณภาพสินเชื่อยังต้องดูแลต่อเนื่องในปี 2568 เพื่อรักษาระดับ NPLs ให้ใกล้เคียงหรือขยับขึ้นไม่มากเมื่อเทียบกับ 3.04% ณ สิ้นปี 2567 โดยในปี 2568 ธนาคารพาณิชย์ยังคงมีภารกิจต่อเนื่องในการให้ความช่วยเหลือและปรับโครงสร้างลูกหนี้รายย่อยและผู้ประกอบการ SMEs ตามกรอบ Responsible Lending ซึ่งจะต้องดำเนินการไปพร้อมกับการเร่งบริหารจัดการคุณภาพหนี้ในเชิงรุก และการประเมินและทบทวนความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกหนี้โดยคำนึงถึงความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าอย่างระมัดระวัง

5. ประเด็นติดตามเพิ่มเติมจะอยู่ที่เกณฑ์ของทางการและสภาพการแข่งขัน โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้การดูแลความปลอดภัยทางด้านการเงิน และการวางกลยุทธ์เตรียมรับมือกับการแข่งขันจากคู่แข่งที่จะเข้มข้นขึ้น โดยคงจะเห็นแผนและรูปแบบการทำธุรกิจของผู้สมัคร Virtual Bank ที่ชัดเจนขึ้น หลังการประกาศรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตจัดตั้ง Virtual Bank ในช่วงกลางปี 2568

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Virtual Bank ศูนย์วิจัยกสิกรไทย