เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ดูทั้งหมด

พิชัย ถก 3 หน่วยงาน เร่งดัน GDP โต 3.5% ชงบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ มี.ค.นี้

27 ก.พ. 2568 | 21:00น.
พิชัย ชุณหวชิร

“พิชัย” รมว.คลัง เรียกถก ธปท.-สภาพัฒน์-สศค. หามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันจีดีพีโตตามเป้า 3-3.5% เน้นใช้ 3 เครื่องยนต์ส่งออก-ท่องเที่ยว-การลงทุนภาครัฐและเอกชนขับเคลื่อน เตรียมชงบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ มี.ค.นี้

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันนี้ (27 ก.พ) ได้มีการประชุมหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เพื่อหาแนวทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 ให้ GDP ปีนี้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ 3-3.5% โดยวางมาตรการใหญ่ 2 แนวทาง 1.) ตั้งเป้าเพิ่มการบริโภคภายในประเทศและมองว่าการแก้หนี้เป็นอีกส่วนในการเพิ่มการบริโภค ดังนั้น ต้องมีการแก้หนี้ให้เร็วที่สุด

2.) ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยหลัก ๆ เช่น 2.1. การท่องเที่ยว ต้องดูว่ามีอะไรที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ว่าจะมีการขับเคลื่อนอย่างไร เช่น ความสะดวกของผู้เข้ามาเดินทาง เรื่องวีซ่า เรื่องความปลอดภัย สถานที่ท่องเที่ยว สนามบิน เป็นต้น

2.2. การส่งออก โดยไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรม ที่มีการพึ่งพาการส่งออก 65-70% ต้องมาดูว่าทำอะไรบ้าง เพราะเป็นภาคสำคัญ ดังนั้น ปัญหาที่มีอยู่ คือเรื่อง Productivity ควรที่จะผลิตเท่าไหร่เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะดูแลการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ ต้องลงรายละเอียดเครื่องจักร น้ำ ปุ๋ย ในเชิงคุณภาพ โดยจะมองสินค้าเกษตรรายตัวไป เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ซึ่งจะคุยเป็นชุด ๆ และจะมีการปรับกันเป็นเรื่อง ๆ เป็นการแก้ไขให้เกษตรกรรมแข็งแรงและมีประสิทธิภาพ

และ 2.3. การลงทุน เช่น ยานยนต์ ว่าจะมีการร่วมมือทำงานและบูรณาการอย่างไรให้โครงสร้างรถยนต์อยู่ได้ สามารถใช้ประโยชน์ได้ ขณะที่จะมีการปรับรถ EV ให้บาลานซ์กันมากที่สุด

“โดยแผนทั้งหมดนี้จะมีการนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีว่ามีความเห็นด้วยอย่างไร หากเห็นด้วยจะมีการนำรายละเอียดทั้งหมดเข้าเสนอต่อคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้มีความเห็นชอบ ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมในช่วงเดือน มี.ค.นี้”

ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) กล่าวว่า ตามที่โจทย์ของรัฐบาลที่วางไว้ให้จีดีพีปีนี้โตเกิน 3-3.5% ต้องทำอย่างไร ด้วยหลักปีนี้เครื่องยนต์มีอยู่ 3 คือ เรื่องการส่งออก, การท่องเที่ยว และการลงทุน

โดยการส่งออกอย่างที่ประเมินไว้ต้องโต 3.5-4% ดังนั้น ในแต่ละเดือนต้องมีการส่งออกได้ประมาณ 2.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะมีการประสานกับกระทรวงพาณิชย์ หารือว่าจะเพิ่มตลาดในที่ไหน และเพิ่มสินค้าอะไรในการส่งออก ซึ่งเรื่องต่าง ๆ จะเกี่ยวโยงกับภาคอุตสาหกรรมเช่นกันหากการส่งออกขยายตัวได้ดีขึ้น จากภาคอุตสาหกรรมที่มีการผลิตมากขึ้น เศรษฐกิจจะขยายตัวได้

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวตั้งเป้าว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาได้ขั้นต่ำ 38 ล้านคนในปีนี้ และมีรายได้ 1.65 ล้านล้านบาท ซึ่งจะต้องให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพิจารณา ว่าจะมีการดึงนักท่องเที่ยวในส่วนไหนเข้ามา ดังนั้น จะต้องมีการทำตลาดมากขึ้น สามารถดึงนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพเข้ามา และพยายามสร้างให้เกิดการใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มมากขึ้น อย่างน้อยต้องมากกว่า 4.2 หมื่นบาท/ทริป/คน

ขณะที่ส่วนของการลงทุน รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐในแต่ละไตรมาสไม่ต่ำกว่า 85% นอกจากนี้ ยังจะส่งเสริมให้ภาคเอกชนที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ลงทุนอย่างน้อย 40-50% ของเม็ดเงินที่ได้รับในปีนี้ นอกจากนี้ ยังจะกำหนดตัวชี้วัดผลงาน (KPI) สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การลงทุนดำเนินไปตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

“ต้องมีการขยับเป้าเบิกจ่ายให้ได้ 85-90% เพื่อที่จะดันเศรษฐกิจให้โต เพราะเวลาดันเศรษฐกิจให้โตจะใช้ตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้ ต้องใช้หลายตัวผสมกัน ซึ่งต้องมีการมาคุยกันให้ถึงเป้า โดยจะมีในส่วนของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วย ที่จะต้องมีการทำให้ระยะเวลาสั้นลง เพื่อสนับสนุนให้มีการเบิกจ่ายได้เร็วขึ้น“