เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
EDTH ทรานส์ฟอร์ม ‘เครือสหพัฒน์’ สู่ยุคดิจิทัล-AI
Tech EDTH ทรานส์ฟอร์ม ‘เครือสหพัฒน์’ สู่ยุคดิจิทัล-AI
ดูทั้งหมด

‘พีระพันธุ์’ ให้ 45 วัน หาวิธีกดค่าไฟ 3.99 บาท

06 เม.ย. 2568 | 14:09น.
perapan

perapan

“พีระพันธุ์” ขีดเส้นให้เวลา 45 วัน สั่ง “กกพ.-กฟผ.” หาช่องลดค่าไฟฟ้าให้ได้ตามเป้าหมายที่ ครม.กำหนด หน่วยละ 3.99 บาท จากเดิมที่ กกพ.มีมติคงที่อัตรา 4.15 บาท หาแนวทางแก้สัญญา Adder-FiT พร้อมถกความเหมาะสมค่าพร้อมจ่าย ลดต้นทุน เผยวิธีการกดค่าไฟฟ้าในอดีตใช้วิธีให้ ปตท.แบกภาระต้นทุนก๊าซส่วนเกินไปก่อน แล้วค่อยให้ กฟผ.ทยอยจ่ายคืน

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ได้มีมติลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชนตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ และมอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กำกับดูแลให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ร่วมกันพิจารณาหาแนวทางบรรลุเป้าหมายค่าไฟ สำหรับรอบเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2568 ไม่เกินหน่วยละ 3.99 บาท ลดลงจากอัตราหน่วยละ 4.15 บาท ในปัจจุบัน (มกราคม-เมษายน 2568)

ซึ่งอัตราดังกล่าวเป็นต้นทุนค่าไฟจริง 3.95 บาทต่อหน่วย ส่วนเกินอีกประมาณ 20 สตางค์ เป็นส่วนที่จัดเก็บไว้เผื่อกรณีต่าง ๆ เช่น ชำระหนี้ ดังนั้นเมื่อพิจารณาต้นทุนจริงเบื้องต้นที่ 3.95 บาทนั้น หากปรับลดส่วนเกินลงมาจาก 20 สตางค์ เหลือ 4 สตางค์ ก็จะได้ราคาค่าไฟที่ 3.99 บาทต่อหน่วย

“มติ ครม.ไม่ได้บังคับ 3.99 บาท แต่นโยบายของรัฐบาลตั้งไว้เป็นเป้าหมายให้ทาง กฟผ. และคณะกรรมการ กกพ.ไปพิจารณาร่วมกันว่าจะมีส่วนไหนดำเนินการให้ปรับลดลงมาให้ถึงเป้าหมายหรือต่ำกว่าเป้าหมายได้” นายพีระพันธุ์กล่าว

นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติให้หาแนวทางแก้ไขปัญหาสัญญารับซื้อไฟฟ้า ในรูปแบบส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า Adder-FiT และเงื่อนไขที่กำหนดให้สัญญาดังกล่าวมีการต่อสัญญาในเงื่อนไขเดิมอย่างต่อเนื่องโดยไม่สิ้นสุดสัญญา

ตลอดจนหาแนวทางแก้ไขปัญหาการชำระค่าความพร้อมจ่าย (AP) และค่าพลังงาน (EP) รวมทั้งเงื่อนไขข้อตกลงอื่น ๆ ในสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชน (IPP) ตามสัญญารับซื้อไฟฟ้าระยะยาว (PPA) ทุกสัญญา ที่ทำให้ กฟผ. หรือรัฐเสียเปรียบ หรือมีภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวที่สูงเกินสมควร หรือสูงเกินความเป็นจริง

ขณะเดียวกันโรงไฟฟ้าเอกชนมีสัญญารับซื้อ 2 ประเภท ได้แก่ ราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) และ Feed-in-tariff (FiT) ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีการเสนอให้ทบทวน ปรับปรุงสัญญา โดยได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ให้เหตุผลว่าไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ซึ่งสัญญาดังกล่าวมีมากกว่า 500 สัญญา และกระทรวงพลังงานไม่สามารถเข้าถึงสัญญาได้ เนื่องจากอยู่ที่ กฟผ., การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ดังนั้นจึงมีมติให้ทั้ง 3 หน่วยงานพิจารณาสัญญาและเสนอแนวทางตรวจสอบแก้ไขส่วนใดได้บ้าง

นอกจากนี้ มติ ครม.ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ศึกษา และเสนอแนวทางปรับโครงสร้างระบบ Pool Gas เพื่อให้ราคาก๊าซสำหรับใช้ในการผลิตไฟฟ้าให้ประชาชนมีราคาต่ำลง เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยยังใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก ซึ่งข้อสั่งการทั้งหมดให้ศึกษาภายในระยะเวลา 45 วัน และดำเนินการให้ทันการประกาศราคาไฟฟ้า สำหรับรอบเดือนกันยายน-ธันวาคม 2568

“ค่าไฟ 3.99 บาทเป็นการปรับลดรายรับภาครัฐลง หากปรับตามมติ ครม.ได้ก็จะมีบางส่วนลดลงได้อีก เช่น เงินที่ กกพ. เคยเก็บอยู่ก็เอาจาก กฟผ.ไป” นายพีระพันธุ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568 ที่ประชุม กกพ. มติเห็นชอบค่าเอฟทีสำหรับเรียกเก็บในงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2568 คงเดิมที่ 36.72 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งสอดคล้องกับอัตราที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เสนอมา เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วยแล้ว ทำให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เป็น 4.15 บาทต่อหน่วย เท่ากับค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในงวดปัจจุบัน

ซึ่งคาดว่าจะสามารถชำระคืนภาระต้นทุน AF คงค้างสะสมได้จำนวน 14,590 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 20.33 สตางค์ต่อหน่วย) เพื่อให้ กฟผ.สามารถชำระมูลค่าส่วนต่างของราคาก๊าซธรรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงกับค่าก๊าซธรรมชาติที่เรียกเก็บเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2566 ของรัฐวิสาหกิจที่ประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (Shipper) ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2566 ครม.เคยมีมติเห็นชอบเรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าที่ 3.99 บาทต่อหน่วย จากเดิมหน่วยละ 4.45 บาท ทำให้มีส่วนต่างหน่วยละ 46 สตางค์ จำเป็นต้องให้ กฟผ.และ ปตท. แบกรับภาระไปก่อน

โดย ปตท.ต้องปรับลดค่าก๊าซธรรมชาติที่เรียกเก็บจากกิจการผลิตไฟฟ้า ซึ่งแต่เดิมกำหนดไว้ 323.37 บาทต่อล้านบีทียู เป็นไม่เกิน 304.79 บาทต่อล้านบีทียู ซึ่งหากวันที่ถึงกำหนดจ่ายค่าก๊าซธรรมชาติแล้ว ราคา Pool Gas เฉลี่ยสูงเกิน 304 บาทต่อล้านบีทียู ก็จะให้ ปตท.เป็นผู้รับภาระไว้ก่อน แล้วให้ กฟผ.ทยอยจ่ายคืนส่วนต่างให้ ปตท.เป็นงวด ๆ