canada
คอลัมน์ : Market Move
ในขณะที่รัฐบาลหลายประเทศกำลังเร่งหาทางรับมือกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา หรือภาษีทรัมป์ แต่ธุรกิจในแคนาดาหลายรายตั้งแต่เชนร้านกาแฟ, เชนร้านซูเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ตัดสินใจเดินหน้าออกมาตรการตอบโต้ภาษีทรัมป์ในแบบของตนเอง ซึ่งมีตั้งแต่มาตรการเชิงสัญลักษณ์ อย่างการเปลี่ยนชื่อเมนูเครื่องดื่มที่มีคำว่าอเมริกา ไปจนถึงมาตรการจริงจัง อย่างงดนำเข้าสินค้าจากสหรัฐอเมริกา โดยไม่รอความร่วมมือหรือคำสั่งของรัฐบาล
สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า ธุรกิจในแคนาดาหลายราย อาทิ เชนร้านกาแฟ “บัลซักส์ คอฟฟี่ โรสเตอร์ส”(Balzac’s Coffee Roasters) ที่มีสาขากระจายในเมืองออนแทรีโอและโทรอนโต, “ยัวร์ อินดีเพนเดนต์ โกรเซอร์ส” (Your Independent Grocers) เชนซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีกว่า 100 สาขา รวมไปถึงรัฐวิสาหกิจท้องถิ่น อย่างคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งออนแทรีโอ (Liquor Control Board of Ontario) พากันพัฒนาและเริ่มใช้มาตรการตอบโต้กำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา
โดยเชนร้านกาแฟบัลซัคส์ คอฟฟี่โรสเตอส์ ตอบโต้ด้วยการเปลี่ยนชื่อเมนูกาแฟอเมริกาโน (Americano) เป็นแคนาดิอาโน (Canadiano) ส่วนยัวร์ อินดีเพนเดนต์ โกรเซอร์ส เริ่มแผนโปรโมตสินค้ากลุ่มอาหาร Prepared in Canada ซึ่งทุกกระบวนการเกิดตั้งแต่ฆ่า-เก็บเกี่ยว, ถนอมรักษา, แปรรูป, ทดสอบ ฯลฯ อยู่ในแคนาดาทั้งหมด ด้วยการติดป้ายรูปใบเมเปิล พร้อมกับแยกสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐด้วยการขึ้นสัญลักษณ์ตัวอักษร T ที่สินค้านั้น ๆ ในช่องทางออนไลน์
ด้านคณะกรรมการควบคุมสุราแห่งออนแทรีโอ (LCBO) ระงับการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์จากสหรัฐอเมริกาตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2025 โดยร้านค้าปลีกของ LCBO ในไนแอการา-ออน-เดอะ-เลกติดป้ายข้อความ “เพื่อประโยชน์ของออนแทรีโอ เพื่อประโยชน์ของแคนาดา” เพื่ออธิบายแบบอ้อม ๆ ให้ลูกค้าทราบถึงสาเหตุที่สินค้าผลิตในสหรัฐอเมริกา เช่น ไวน์แคลิฟอร์เนีย และวอดก้า Tito’s หายไปจากชั้นวาง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ไม่ได้มีความชัดเจนเสมอไป ตัวแทนฝ่ายสื่อสารองค์กรของ LCBO ชี้แจงผ่านอีเมล์ถึงซีเอ็นบีซีว่า สินค้าที่ผลิตในแคนาดา เช่น เบียร์ Coors Light ที่ผลิตในท้องถิ่น ยังคงสามารถวางจำหน่ายได้ แม้บริษัท Molson Coors จะมีโรงงานผลิตทั้งในแคนาดาและสหรัฐอเมริกาก็ตาม
“แม้ว่าเราจะเป็นธุรกิจระดับโลก แต่ผลิตภัณฑ์เบียร์และเครื่องดื่มของเราโดยทั่วไปผลิตในตลาดที่เราจำหน่าย” ราเชล เกลแมน จอห์นสัน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารของ Molson Coors กล่าว
มาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกาไม่เพียงส่งผลกระทบต่อธุรกิจ แต่ยังส่งผลด้านจิตใจ และทัศนคติต่อผู้ประกอบการ-สินค้าสหรัฐอีกด้วย
“คอรินน์ โพลมันน์” รองประธานบริหารฝ่ายสนับสนุนของสหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งแคนาดา หรือ CFIB ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 100,000 ราย ใน 12 จาก 13 เขตของแคนาดา ระบุว่า ผลสำรวจเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2025 สมาชิก CFIB กว่า 25% รายงานว่า ความต้องการสินค้าของแคนาดาเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันธุรกิจที่เข้าร่วมการสำรวจมากกว่า 50% เห็นพ้องต้องกันว่าสหรัฐอเมริกาไม่ใช่คู่ค้าที่น่าเชื่อถือ
ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างแคนาดาและสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ ไม่เพียงกระทบยักษ์ธุรกิจข้ามชาติ แต่ยังกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาด้วย เนื่องจากผู้ประกอบการต้องตัดสินใจว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้รับภาระต้นทุนจากมาตรการภาษี โดยสมาชิก CFIB บางรายเริ่มมาขอคำแนะนำเกี่ยวกับการปรับปรุงสัญญากับคู่ค้าในสหรัฐแล้ว
ขณะเดียวกัน นอกจากผลกระทบจากธุรกิจแล้ว มาตรการภาษีของสหรัฐยังทำให้เกิดผลกระทบทางจิตใจด้วย หลังชาวแคนาดาจำนวนมากรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง
“คอรินน์ โพลมันน์” แสดงความกังวลต่อผลกระทบระยะยาวของมาตรการทางภาษีครั้งนี้ด้วย โดยระบุว่า แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะลดมาตรการภาษีลง ธุรกิจแคนาดาอาจลังเลที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการค้ากับคู่ค้าในสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง
“แน่นอนว่าการยกเลิกภาษีอย่างถาวรจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างแคนาดาและสหรัฐอเมริกาที่แตกหักไปแล้วนั้น และอาจไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก”