นายกฯ เยี่ยมคารวะสมเด็จมหารัฐสภาธิการธิบดี ควน โซะดารี และ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเยือนประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาครบ 75 ปี โดยเวลาเวลา 14.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงพนมเปญ ซึ่งเท่ากันกับประเทศไทย) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางไปวางพวงมาลา ณ วิมานเอกราช (Independence Monument) โดยมีผู้แทนกระทรวงกลาโหมกัมพูชาให้การต้อนรับ
จากนั้นนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้เดินทางไปวางพวงมาลา ถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ พระบรมรัตนโกศ (The Monument of PREAH BOROM RATANAK KAUDH The Late King-Father of Cambodia) โดยมีผู้แทนกระทรวงพระราชวังแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาให้การต้อนรับ
ต่อมานายกรัฐมนตรีเข้าเยี่ยมคารวะสมเด็จมหารัฐสภาธิการธิบดี ควน โซะดารี ประธานสภาแห่งชาติราชอาณาจักรกัมพูชา ณ ห้องหารือ ชั้น 1 สภาแห่งชาติราชอาณาจักรกัมพูชา


จากนั้นนายกรัฐมนตรีเข้าเยี่ยมคารวะสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและประธานองคมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
โดยนายกฯ กล่าวว่าขอบคุณสมเด็จฯ ฮุน เซน สำหรับการเข้าเยี่ยมคารวะและต้อนรับที่อบอุ่น และรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ และเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนแนวความคิดและประสบการณ์ระหว่างกัน ซึ่งไทยและกัมพูชามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมาอย่างยาวนาน ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับสูงระหว่างกันอย่างสม่ำเสมอ
การเยือนในครั้งนี้ถือเป็นการเยือนกัมพูชาครั้งที่ 2 ของนายกรัฐมนตรีไทย นับตั้งแต่สมเด็จฯ ฮุน มาแนด เข้ารับตำแหน่ง และยังเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองโอกาสครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-กัมพูชา และในระยะต่อไป ขอรับการสนับสนุนจากสมเด็จฯ ฮุน เซน ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ที่ดี ความปลอดภัย และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประชาชนทั้งสองประเทศ
ขณะที่สมเด็จฯ ฮุน เซน กล่าวว่าพร้อมให้การสนับสนุนและร่วมมือกับไทย เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างกันต่อไป
ทั้งนี้ นายกฯ และสมเด็จฯ ฮุน เซน หารือประเด็นความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน โดยย้ำความมุ่งมั่นที่จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลกัมพูชาอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ทั้งสองประเทศ
ตลอดจนร่วมกันส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ทั้งในด้านการค้าและการลงทุน เพื่อรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวน และทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอื่นต่อสถานการณ์ในภูมิภาค และเน้นย้ำความสำคัญของการกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน และกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่าง ๆ

