เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
ถอยแล้ว สาว บ. สมุนไพร เตรียมยื่นถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า NENE ROYAL
Biz Movement ถอยแล้ว สาว บ. สมุนไพร เตรียมยื่นถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า NENE ROYAL
จีน GDP ไตรมาส 3/2026 ขยายกว่าที่คาด 4.5 % แนวโน้มทั้งปีโตตามเป้า
World จีน GDP ไตรมาส 3/2026 ขยายกว่าที่คาด 4.5 % แนวโน้มทั้งปีโตตามเป้า
‘พิชัย’ ชื่นชมประชุม IMF–World Bank – แนะเร่งแก้ 4 โจทย์ท้าทายเศรษฐกิจ
Politics ‘พิชัย’ ชื่นชมประชุม IMF–World Bank – แนะเร่งแก้ 4 โจทย์ท้าทายเศรษฐกิจ
‘แอนนาเบล’ ชี้ 90% ธุรกิจเชียงใหม่เป็นกงสี  จุดเสี่ยง “ไม่แยกกระเป๋าเงิน”
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘แอนนาเบล’ ชี้ 90% ธุรกิจเชียงใหม่เป็นกงสี  จุดเสี่ยง “ไม่แยกกระเป๋าเงิน”
เงินจ่อเข้าหุ้นไทย 1 พันล้าน หลัง MSCI หั่นชั้นอินโดฯ โบรกฯ ชี้เป้า 10 หุ้นใหญ่ลุ้นโฟลว์ไหลเข้า
Finance เงินจ่อเข้าหุ้นไทย 1 พันล้าน หลัง MSCI หั่นชั้นอินโดฯ โบรกฯ ชี้เป้า 10 หุ้นใหญ่ลุ้นโฟลว์ไหลเข้า
ปิยะ ไม่ยุ่ง ‘คดีฮั้ว สว.’  หลังถูกต้าน ยันเป็นไปตามกฎหมาย
Politics ปิยะ ไม่ยุ่ง ‘คดีฮั้ว สว.’ หลังถูกต้าน ยันเป็นไปตามกฎหมาย
ร้านอาหารปารีสถูกปล้นเจ้าของหนีตาย สูญธุรกิจที่สร้างมาหลายปี
World ร้านอาหารปารีสถูกปล้นเจ้าของหนีตาย สูญธุรกิจที่สร้างมาหลายปี
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
บีโอไอ ไฟเขียว ‘โตโยต้า’ ลงทุนเพิ่ม 1.4 พันล้าน ขึ้นไลน์ผลิตรถปิกอัพไฮโดรเจนรายแรกในไทย
Economic บีโอไอ ไฟเขียว ‘โตโยต้า’ ลงทุนเพิ่ม 1.4 พันล้าน ขึ้นไลน์ผลิตรถปิกอัพไฮโดรเจนรายแรกในไทย
ดูทั้งหมด

ทุเรียนไทย : เจ้าแห่งตลาดโลก จะเป็นแชมป์ หรือแค่ตำนาน ?

27 เม.ย. 2568 | 17:32น.
Thai durian
คอลัมน์ : นอกรอบ
ผู้เขียน : Bnomics : ธนาคารกรุงเทพ

ในปี 2567 ประเทศไทยครองตำแหน่ง “ผู้ส่งออกทุเรียนรายใหญ่ที่สุดของโลก” ด้วยผลผลิตรวมกว่า 1.3 ล้านตัน ซึ่งกว่า 75% ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ สร้างรายได้จากการส่งออกทุเรียนสดกว่า 3.76 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลาดหลัก คือ ประเทศจีน ที่นำเข้าทุเรียนจากไทยมากถึง 90% ของยอดส่งออกทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดจีนจะยังเติบโตต่อเนื่อง แต่ตำแหน่งผู้นำของไทยกลับเริ่มสั่นคลอน เมื่อ “คู่แข่ง” หลายประเทศเริ่มแย่งชิงพื้นที่ตลาด และจีนเองก็เริ่มลดการพึ่งพาการนำเข้าจากไทย

– เดิมจีนนำเข้าทุเรียนจากไทยเกือบ 100%
– ปัจจุบันไทยเหลือส่วนแบ่งเพียงประมาณ 60%
– ส่วนที่หายไปกระจายไปยังเวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์
– และที่น่าจับตา คือ จีนเริ่มปลูกทุเรียนเองในประเทศ

จีน : จาก “ลูกค้าเก่า” สู่ “คู่แข่งใหม่”

จีนเริ่มปลูกทุเรียนเชิงพาณิชย์ในมณฑลไห่หนานตั้งแต่ปี 2551 โดยไห่หนานเป็นมณฑลเดียวในจีนที่มีภูมิอากาศเขตร้อน ผลผลิตเชิงพาณิชย์เริ่มมีในปี 2565 แม้ปริมาณยังน้อย ราคาสูงกว่าทุเรียนไทยถึง 3 เท่า และยังสู้เรื่องกลิ่น-รสชาติไม่ได้ แต่จีนไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น

จีนกำลังลงทุนพัฒนาอย่างจริงจังผ่าน

– การวิจัยพันธุ์พืชเขตร้อน (Tropical Crop R&D)
– ระบบน้ำอัตโนมัติ
– โดรนควบคุมคุณภาพ
– แพลตฟอร์มเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture)

วันนี้จีนอาจยังตามหลังไทย…แต่พรุ่งนี้อาจกลายเป็นคู่แข่งตัวจริง

เวียดนาม : ผู้ท้าชิงที่ “พร้อมกว่า”

เวียดนามกำลังเป็นดาวรุ่งของตลาดจีน ด้วยข้อได้เปรียบที่ผลิตทุเรียนได้ ตลอดทั้งปีสามารถส่งผลผลิตเข้าสู่ตลาดได้ในช่วงที่ผลผลิตไทยขาดพอดี เช่น ช่วงตรุษจีนและฤดูใบไม้ผลิ

– ขนส่งเร็ว ต้นทุนต่ำ ราคาถูกกว่า
– ได้ใบอนุญาตนำเข้าเพิ่มจากทางการจีนต่อเนื่อง
– เดือน ก.พ. และ ก.ย. 2567 เวียดนามแซงไทยเป็นอันดับ 1 ผู้ส่งออกทุเรียนไปจีน
– เติมเต็มช่วงว่างในตลาดได้แม่นยำ ขณะที่ไทยยังเน้นผลผลิตฤดูเดียว

มาเลเซีย : เล่นเกมพรีเมี่ยมด้วย “Musang King : The Rolex of Durian”

ในขณะที่ไทยเน้นปริมาณ มาเลเซียเลือกจับตลาดบน ด้วยแบรนด์ “Musang King” ที่เน้นรสชาติพิเศษและคุณภาพสูง

– ราคาสูงกว่าทุเรียนไทยหลายเท่า แต่ตลาดยังตอบรับดี
– สร้างแบรนด์ร่วมกันระหว่างภาครัฐ-เอกชน
– ส่งออกได้ไกลถึงสหรัฐ และยุโรป
ถือเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยน “สินค้าเกษตร” เป็น “สินค้าระดับโลก”

“Perfect Storm” ของทุเรียน

สถานการณ์ของทุเรียนไทยในวันนี้เผชิญความเสี่ยงหลายด้านพร้อมกันทั้ง

– ผลผลิตลดลงจากภาวะโลกร้อน ฤดูฝนไม่แน่นอน
– คุณภาพไม่สม่ำเสมอ ถูกตีกลับจากตลาดจีน
– คู่แข่งขนส่งได้เร็วกว่า และตั้งราคาขายได้ต่ำกว่า
– ทุเรียนไทยนอกฤดูยังคุมคุณภาพไม่ได้เท่าที่ควร
– การพึ่งพาตลาดจีนมากเกินไป

ทางรอดของไทย : คุณภาพนำหน้า มาตรฐานนำทาง

ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัว หากต้องการรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดโลก ด้วยการ

– ยกระดับมาตรฐาน GAP & GMP อย่างจริงจัง
– สร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)
– สื่อสารเชิงคุณภาพกับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
– ปรับยุทธศาสตร์ส่งออกจาก “ปริมาณนำ” เป็น “คุณภาพนำ”

ในวันที่คู่แข่งมีทั้ง “ต้นทุนที่ต่ำ” และ “เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า”

สิ่งที่ไทยยังมีอยู่คือ “ชื่อเสียง” และ “ความไว้ใจของผู้บริโภค”

ซึ่งอาจเป็นแต้มต่อสุดท้าย…ที่เราต้องรักษาไว้ให้ได้ เพราะในโลกที่คู่แข่งมีทั้ง “ต้นทุน” และ “เทคโนโลยี” ชื่อเสียง อาจเป็นแต้มต่อสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่