Skip to content

สศก.ดัน GDP เกษตรไทยโตเฉลี่ย 3% หนุนพืชเศรษฐกิจสำคัญ-จับตาทรัมป์ 2.0

01 พ.ค. 2568 | 14:16น.
สศก.ดัน GDP เกษตรไทยโตเฉลี่ย 3% หนุนพืชเศรษฐกิจสำคัญ-จับตาทรัมป์ 2.0

การเติบโตของภาคการเกษตรในปี 2568 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ยังมองโอกาสการเติบโตขยายตัวที่ 2.8% แม้การเติบโตนี้จะยังไม่รวมปัจจัย ทรัมป์ 2.0 แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่าจีดีพีเกษตร ยังมีโอกาสเติบโต จากหลายปัจจัยที่สนับสนุน อีกทั้งยังมองว่าจีดีพีภาคเกษตร ยังมีโอกาสโตเฉลี่ยมากกว่า 3%

โดยจำเป็นจะต้องมีการวางนโยบายและแผนการทำงาน เช่น การผลักดันการเพิ่มผลผลิตภาคเกษตรกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า รวมไปถึงการส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น กล้วยหอม กาแฟ รวมไปถึงการยกระดับการเติบโตภาคปศุสัตว์ด้วย

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ปี 2568 คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรจะอยู่ในช่วง 1.8-2.8% เมื่อเทียบปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยการสนับสนุนจากน้ำฝนที่ตกลงมาปริมาณมาก ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติเพียงพอต่อการเพาะปลูก รวมไปถึงอากาศเอื้ออำนวยส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ ประกอบกับการพัฒนาการเกษตรอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม เช่น ความแปรปรวนทางสภาพอากาศ ราคาผลผลิต รวมไปถึงปัจจัยภายนอกอย่างเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว

อีกทั้งมาตรการกีดกันทางการค้าที่เข้มงวด แต่ทั้งนี้ยังไม่ได้รวมปัจจัยของทรัมป์ 2.0 ซึ่งต้องรอติดตามและประเมินผลในช่วงครึ่งปีหลังจะมีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน

ส่วนการขับเคลื่อนให้จีดีพีเกษตรมีการเติบโต ต้องขับเคลื่อนพัฒนาสภาพเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน เพื่อรับมือต่อความแปรปรวนของสภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ โรคในพืชและสัตว์ ปัญหาการขาดแคลนพันธุ์ การลดต้นทุน และการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ หากจะผลักดันให้แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรเติบโตได้ 3% จำเป็นจะต้องยกระดับผลผลิตให้มีมากขึ้น การลดต้นทุน การเพิ่มราคาสินค้า โดยต้องเพิ่มมาตรฐานของตัวสินค้าให้เป็นพรีเมี่ยม สร้างเครือข่ายสหกรณ์ ผลิตสินค้าตามความต้องการของตลาด เป็นต้น

“โดยสิ่งที่ให้ความสำคัญ คือ มาตรการสร้างภูมิคุ้มกัน โดยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการผลิต ปรับปรุงพัฒนาพันธุ์ เพิ่มประสิทธิภาพ โดยการส่งเสริมเครื่องจักรกล การพัฒนาระบบประกันภัยภาคเกษตร นำเทคโนโลยี นวัตกรรมเข้ามาปรับใช้ สร้างอาชีพที่มั่นคงเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาสให้กับเกษตรกรและมาตรการยกระดับสินค้าเกษตรสู่การเพิ่มรายได้ ซึ่งจะต้องมีการผลิตสินค้าตามความต้องการของตลาด ส่งเสริมการปลูกพืชทดแทน เพิ่มประสิทธิภาพของผลผลิต และการผลิตต่อไร่ให้ดีขึ้น”

อย่างไรก็ดี การเติบโตเศรษฐกิจทางการเกษตร ส่วนใหญ่มองปัจจัยภายในมากกว่าภายนอก ดังนั้น ยังเชื่อว่าจีดีพีภาคเกษตรยังคงมีการเติบโต แม้จะมีปัจจัยเรื่องของทรัมป์ 2.0 ซึ่งยังมองว่ามาตรการของทรัมป์ สามารถนำวิกฤตเป็นโอกาส ซึ่งกระทรวงเกษตรฯให้ความมั่นใจว่าสามารถดำเนินการดูแลและยกระดับภาคเกษตร ซึ่งดำเนินการภายใต้กฎหมาย กฎระเบียบ และเชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อเกษตรกรไทยน้อยที่สุด

นอกจากนี้ ในปี 2569 กระทรวงเกษตรฯยังมีแนวโน้มที่จะผลักดันในการปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่ เช่น กล้วยหอม กาแฟ ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ซึ่งเป็นพืชที่มีความต้องการและสามารถเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้ในอนาคต

ดันจีดีพีภาคเกษตร ปี’69

นายฉันทานนท์กล่าวอีกว่า ปี 2569 แนวโน้มการเติบโตจีดีพีภาคการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะมุ่งเน้นเพิ่มผลผลิตเป้าหมายประมาณ 4% เพิ่มราคาสินค้าเกษตร 4% จะทำให้จีดีพีภาคเกษตรขยายตัว 3.5% หรือเฉลี่ยปีละ 3% ซึ่งการยกระดับรายได้ให้เกษตรกร ตามแผนกระทรวงเกษตรฯได้บรรจุในแผนงบประมาณปี 2569 โดยของบฯจากสำนักงบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

แต่ทั้งนี้ จากการสำรวจพื้นที่เกษตรทั่วประเทศยังมีหลายพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมในการเพาะปลูกพืชบางชนิด จำเป็นจะต้องมีการปรับเปลี่ยน ดังนั้น สศก.ได้เสนอแนวทางที่จะเพิ่มจีดีพีภาคเกษตรให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นปีละ 3% ภายใต้ข้อจำกัดเดิม ๆ โดยเฉพาะที่ดินในการเพาะปลูกจำกัดไม่สามารถขยายเพิ่มเติมได้อีก เบื้องต้นภาครัฐร่วมยกระดับ 10 สินค้าเกษตร และอีกหลายพืชดาวรุ่งที่ตลาดต้องการ ได้แก่ ข้าว ไก่เนื้อ ทุเรียน สุกร อ้อยโรงงาน ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง กุ้งขาวแวนนาไม และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ส่งเสริม 10 พืชสำคัญ

การส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนา 10 สินค้าเกษตร ที่คาดว่ามีอนาคตและตลาดมีความต้องการ 1.ต้องเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมของไทย โดยการโซนนิ่งพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น 2.ต้องเพิ่มราคาสินค้าเกษตร โดยสร้างมาตรฐาน GAP/Organic/สร้างอัตลักษณ์ให้สินค้า หรือสร้างแบรนด์ (Branding) เป็นต้น และ 3.ส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ วางแผนการผลิตโดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ และรวมกลุ่มจัดซื้อปัจจัยการผลิต เพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย

สำหรับผลผลิตพืชมีสัดส่วนประมาณ 70-80% ของจีดีพีเกษตร เบื้องต้นกระทรวงเกษตรฯมุ่งยกระดับเกษตรกร ที่เกี่ยวข้องกับพืช 10 ชนิด ที่นอกจากบริโภคในประเทศแล้วยังส่งออก เพราะต่างประเทศมีความต้องการสูง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเกษตร จีดีพี (GDP) สศก