กรมอุตุฯเตือนรับมือ อากาศแปรปรวนสูง-ฝนตกหนัก ช่วง 9-20 พ.ค.นี้
กรมอุตุนิยมวิทยา วันนี้ เตือนช่วง 9-20 พ.ค.นี้ต้องเฝ้าระวัง อากาศมีความแปรปรวนสูง เหตุเป็นช่วงเตรียมเปลี่ยนถ่ายเข้าสู่ฤดูฝน ลมเริ่มเปลี่ยนทิศ และจะมีแนวร่องมรสุมพาดผ่านตอนบน ส่งผลมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักได้หลายพื้นที่ ส่วนกทม.วันนี้ยังมีฝนฟ้าคะนอง 30% ของพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยา อัพเดตผลการพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุกๆ 24 ชม. (นับตั้งแต่ 07.00น. ถึง 07.00น.วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925hPa (750 ม.)15 วันล่วงหน้า ระหว่าง 6-20 พ.ค.68 init. 2025050512 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) วิเคราะห์ตามผลจากแบบจำลองฯ เฉดสีแดงหมายถึงฝนหนัก สีเขียวหมายถึงฝนเล็กน้อย ดังนี้
ช่วงวันที่ 6-8 พ.ค.68 ประเทศไทยตอนบนยังมีฝน/ฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือตอนบน ส่วนภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก กทม.และปริมณฑล ฝนอยู่ในเกณฑ์เล็กน้อยถึงปานกลางบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ยังมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักได้บางแห่ง ช่วงบ่ายถึงค่ำ ทิศทางลมเริ่มมีลมตะวันตก ลมตะวันตกเฉียงใต้ พัดจากอันดามันปกคลุมประเทศไทยมากขึ้น เป็นสัญญาณก่อนฤดูฝน (Pre-Southwest monsoon) ปริมาณฝนอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีฝนตกหนักบางวัน
หลังจากนั้นช่วงวันที่ 9 – 20 พ.ค.68 ต้องติดตามและเฝ้าระวังกันตลอดช่วง เป็นช่วงที่อากาศมีความแปรปรวนสูง จะเป็นช่วงเตรียมเปลี่ยนถ่ายเข้าสู่ฤดูฝน
ทั้งนี้เนื่องจากลมตะวันตกเฉียงใต้เริ่มมีกำลังแรงขึ้นและพัดแน่ทิศมากขึ้น (มาจากทางด้านทะเลอันดามัน) แต่ยังมีบางวันที่ที่ยังมีลมใต้พัดแทรก ประกอบกับคาดว่าจะมีแนวร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณประเทศไทยตอนบน ทำให้ทั่วไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักได้ หลายพื้นที่ ต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด
สำหรับฝนที่เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดู อาจมีหลายเวลา ส่วนใหญ่ยังเป็นฝนฟ้าคะนอง มีลมกระโชกแรง ปริมาณเฉลี่ยเล็กน้อยถึงปานกลาง และเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ฝนจะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายถึงค่ำ โดยปกติประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนประมาณกลางเดือน พ.ค. สำหรับฤดูฝนปีนี้รอประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาอีกครั้ง เมื่อพิจารณาเกณฑ์หรือเงื่อนไขต่างๆ ครบถ้วน
สัญญาณการเข้าสู่ ‘ฤดูฝน’
สำหรับการจะเข้าสู่ฤดูฝนในแต่ละปี มีปัจจัย 3 ประการที่กรมอุตุนิยมวิทยาใช้ในการพิจารณา ประกอบด้วย
1.ทิศทางลมตั้งแต่ระดับล่างใกล้ผิวพื้นถึงความสูง 3.5กิโลเมตร เปลี่ยนทิศทางเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดนำความชื้นจากทะเลอันดามันเข้าปกคลุมประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
2.ลมชั้นบนตั้งแต่ระดับความสูง 5 กิโลเมตรขึ้นไป เปลี่ยนทิศทางเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือ
3.มีฝนตกชุกต่อเนื่องและครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ
ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 10-12 พ.ค. ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วยตลอดช่วง
ส่วนในช่วงวันที่ 9 – 11 พ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง และไม่ควรอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง


(ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามข้อมูลนำเข้าและประมวลผลใหม่ ใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจและติดตามสภาพอากาศ)
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย
06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ
อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง
และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี
หนองบัวลำภู สกลนครนครพนม ชัยภูมิ และนครราชสีมา
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี
กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช
พัทลุง สงขลา และยะลา
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

(ออกประกาศ 06 พฤษภาคม 2568)