Skip to content

บอร์ด PPP เคาะโครงการท่าเทียบเรือบี 1-บี 2 แหลมฉบัง 1.28 หมื่นล้านบาท

07 พ.ค. 2568 | 09:05น.
บอร์ด PPP เคาะโครงการท่าเทียบเรือบี 1-บี 2 แหลมฉบัง 1.28 หมื่นล้านบาท

บอร์ด PPP เห็นชอบโครงการท่าเทียบเรือบี 1 และบี 2 ณ ท่าเรือแหลมฉบัง มูลค่าโครงการกว่า 12,800 ล้านบาท เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของท่าเรือ พัฒนาการขนส่งทางทะเลของประเทศ

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (คณะกรรมการ PPP) ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2568 โดยสรุปผลการประชุมได้ ดังนี้ คณะกรรมการ PPP ได้เห็นชอบหลักการโครงการโครงการท่าเทียบเรือบี 1 และบี 2 ท่าเรือแหลมฉบังของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)

โดยเป็นการควบรวม 2 ท่าเทียบเรือเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นการเพิ่มความยาวหน้าท่าของท่าเทียบเรือ เพื่อให้สามารถรองรับเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น โดยเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการในรูปแบบ PPP Net Cost มูลค่าโครงการรวม 12,819 ล้านบาท ซึ่งเอกชนจะรับผิดชอบการปรับปรุงสิ่งปลูกสร้าง ลงทุนจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือและเทคโนโลยีสำหรับการยกขนสินค้า ตลอดจนรับผิดชอบในการดูแลบำรุงรักษา และบูรณะสิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักร

รวมถึงการบริหารจัดการโครงการ ขณะที่ กทท.จะกำกับดูแลและติดตามตรวจสอบคุณภาพการดำเนินงานของภาคเอกชน และได้รับค่าผลประโยชน์ตอบแทนเป็นรายปีตามเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ โครงการมีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 5 ที่มุ่งให้ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค

โดยโครงการจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานจากการใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และทำให้สามารถรองรับปริมาณตู้สินค้าได้มากขึ้น ตลอดจนสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ

นอกจากนี้ คณะกรรมการ PPP ยังได้เห็นชอบการปรับปรุงแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน
พ.ศ. 2563-2570 (แผนร่วมลงทุน) เพื่อให้สอดคล้องกับความพร้อมของแต่ละโครงการและเป็นปัจจุบัน
โดยมีรายการโครงการที่ประสงค์จะดำเนินการในรูปแบบ PPP รวม 139 โครงการ มูลค่ารวม 9.21 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ แผนร่วมลงทุนข้างต้น จะเป็นกรอบทิศทางการจัดทำโครงการ PPP ของประเทศที่ชัดเจน และจะช่วยสร้างความสนใจและดึงดูดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการของรัฐมากขึ้น โดยแผนร่วมลงทุนฉบับนี้ได้ครอบคลุมถึงโครงการเชิงสังคมในด้านต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น ด้านสาธารณสุข และด้านการจัดการน้ำและบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น อีกทั้งคณะกรรมการ PPP ยังได้เร่งรัดโครงการร่วมลงทุนต่าง ๆ ให้สามารถเปิดให้บริการได้ตามแผนงาน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ท่าเรือแหลมฉบัง