ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐตอบคำถามผู้สื่อข่าว ระบุว่าสหรัฐจะไม่เป็นฝ่ายลดภาษีให้จีนก่อน เพื่อกระตุ้นให้ฝ่ายจีนเริ่มการเจรจา
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐระบุว่าเขาไม่ลดภาษีให้จีนก่อนเริ่มต้นเจรจาการค้า
เมื่อ 7 พฤษภาคม เวลาท้องถิ่น ผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ขณะเข้าร่วมพิธีสาบานตนของเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศจีน ว่าเขาเปิดทางที่จะลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 145% หรือไม่ เพื่อให้ได้เริ่มต้นเจรจากับจีน
“ไม่” ทรัมป์กล่าวตอบ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐ และเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ มีกำหนดหารือกับเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาคนสำคัญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนในวันที่ 10-11 พฤษภาคมนี้ ในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นการเจรจาการค้าครั้งแรกระหว่างสหรัฐและจีนที่ได้รับการยืนยันแล้ว
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีศุลกากร ซึ่งจีนตอบโต้ด้วยการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากอเมริกาถึง 125% ทำให้ตลาดเกิดความปั่นป่วน และคุกคามที่จะดันให้ราคาอุปกรณ์การผลิตสูงขึ้น รวมถึงสินค้าราคาไม่แพงที่ชาวอเมริกันจำนวนมากพึ่งพา เช่น เสื้อผ้าและของเล่นพุ่งสูงขึ้น
จุดยืนดังกล่าวของทรัมป์แสดงถึงการแบ่งแยกระหว่างสหรัฐและจีนอย่างมากในด้านการค้า และยากที่สองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลกจะบรรลุข้อตกลงลดภาษีระหว่างกันได้
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังปฏิเสธด้วยว่า สหรัฐไม่ใช่ผู้ริเริ่มการเจรจาการค้ากับจีน โดยกล่าวว่าผู้ที่อ้างว่าการเจรจาเกิดขึ้นเพราะฝ่ายสหรัฐเรียกร้องควรจะกลับไปศึกษาเอกสารของพวกเขาเสียใหม่ ภายหลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐติดต่อมาเพื่อแสดงความเต็มใจที่จะหารือเรื่องภาษีศุลกากร
“สหรัฐได้ส่งข้อความถึงจีนผ่านฝ่ายที่เกี่ยวข้องเมื่อไม่นานนี้ โดยหวังว่าจะเริ่มเจรจากับจีนได้” กระทรวงพาณิชย์จีนระบุ
ทรัมป์ยังยืนยันด้วยว่า ก่อนหน้านี้สหรัฐสูญเสียเงินให้กับจีนปีละล้านล้านดอลลาร์ในด้านการค้า