“ไซโก” เขย่าพอร์ต บริษัทแม่ดึงสิทธิ์…ขอลุยเอง
คอลัมน์ จับกระแสตลาด
หน้าขายของนาฬิกาในบ้านเรา มักจะเข้าสู่ช่วงพีกตอนครึ่งปีหลัง เมื่องานแฟร์ใหญ่ 2 งาน จากผู้จัด 2 ห้างสรรพสินค้าใหญ่ คือ เดอะมอลล์ และเซ็นทรัล ที่จะเริ่มแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป
โดยที่บรรดาผู้ประกอบการ ดิสทริบิวเตอร์ของค่ายต่าง ๆ จะทยอยนำคอลเล็กชั่นใหม่เข้ามาเปิดตัว ต่อจากที่นำไปเปิดตัวในงานจัดแสดงนาฬิการะดับโลก บาเซิลเวิลด์ ที่สวิตเซอร์แลนด์ในช่วงก่อนหน้า พร้อมโปรโมชั่น แคมเปญที่ยั่วใจสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลด เครดิตเงินคืน กิฟต์โวเชอร์ ฯลฯ
ล่าสุดความเคลื่อนไหวในแวดวงผู้นำเข้านาฬิกาเมืองไทย “ไซโก” แบรนด์นาฬิกายักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ได้ปรับโครงสร้างการบริหารใหม่ เพื่อรุกหนักในตลาดนี้ โดยเปลี่ยนจากการให้สิทธิ์กลุ่ม “โทคาเดโร กรุ๊ป” ที่เคยทำหน้าที่นำเข้าและจัดจำหน่ายให้ มาเป็นการจัดจำหน่ายด้วยตัวเองทั้งหมด 100% เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
“คัตซึมิ คูโบตะ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซโก (ประเทศไทย)ผู้จัดจำหน่ายนาฬิกาแบรนด์ไซโก แกรนด์ไซโก อัลบา ให้เหตุผลว่า เพื่อทำให้ภาพลักษณ์ของไซโกให้มีความชัดเจน และสื่อสารไปในทางเดียวกันทั่วโลก โดยจะเน้นการสร้างแบรนด์ผ่านบูติคที่มีอยู่ในขณะนี้ 3 สาขา อาทิ ดิ เอ็มโพเรียม, สยามพารากอน เซ็นทรัลชิดลม และเตรียมทุ่มงบฯเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว รวมถึง 80 จุดขายในห้างสรรพสินค้า และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอีก 450 แห่งทั่วประเทศ
และจะมีการนำสินค้ารุ่นใหม่ ๆ เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น โดยในปีนี้เตรียมนาฬิกาไซโกเอาไว้เกือบ 100 รุ่น และแกรนด์ไซโกอีก 50-60 รุ่น รวมถึงลิมิเต็ดเอดิชั่น เอาใจนักสะสมอีก 3 รุ่น ซึ่งจะทยอยเปิดตัวในช่วงเดือนกรกฎาคม ที่งานพารากอนวอทช์เอ็กซ์โป เป็นต้นไปจนถึงปลายปี
โดยราคาของแบรนด์ไซโกนั้นจะเริ่มต้นที่ประมาณ 2 หมื่นบาท ส่วนแกรนด์ไซโกจะมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไปตลอดจนแนวทางการรุกตลาดนาฬิกาไฮเอนด์ครั้งใหญ่ ด้วยการดึงรุ่น “แกรนด์ไซโก” แยกออกมาเป็นอีกแบรนด์หนึ่ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้มีความชัดเจน เพิ่มความหลากหลายของสินค้า ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น
เพราะ “คัตซึมิ” มองว่า ตลาดนาฬิกาในปีนี้จะคึกคักและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มไฮเอนด์ที่มีระดับราคา 1 แสนบาทขึ้นไป เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของนาฬิกาเหล่านี้ยังคงมีกำลังซื้อที่ดี ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ตลอดจนดีมานด์ของกลุ่มนักสะสม และคุณค่าของนาฬิกาที่ไม่ใช่แค่การบอกเวลา แต่สะท้อนถึงบุคลิกของผู้สวมใส่ได้ด้วย
และตัวบ่งชี้อีกอย่างหนึ่งคือ ตัวเลขของการส่งออกนาฬิกาจากสหพันธ์อุตสาหกรรมนาฬิกาของสวิตเซอร์แลนด์ (FH) ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับตัวเลขการนำเข้านาฬิกาในไทยก็เพิ่มขึ้นจากเดือนละ 1.1 พันล้านบาท ในเดือนมกราคม เป็น 1.3 พันล้านบาท ในเดือนมีนาคม (ข้อมูลจากสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร)
“ทิศทางของไซโกในไทย จะเน้นสร้างจุดยืนที่แข็งแกร่งในตลาดนาฬิกาไฮเอนด์ โดยจะใช้สินค้าเป็นตัวนำ ผ่านแบรนด์แกรนด์ไซโก ด้วยเอกลักษณ์ด้านดีไซน์ ความประณีต ความแม่นยำในการบอกเวลา ซึ่งกลยุทธ์นี้ทำให้แกรนด์ไซโกในญี่ปุ่น สามารถมีมาร์เก็ตแชร์เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งไต่อันดับมาอยู่ top 3 ของตลาด ร่วมกับโรเล็กซ์ กับโอเมก้า ได้ในปีที่ผ่านมา ส่วนในไทยมีเป้าหมายสร้างการเติบโตแบบดับเบิลดิจิตอย่างต่อเนื่อง”
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของค่ายนาฬิกาญี่ปุ่น “ไซโก” ในตลาดบ้านเรา จะสร้างความคึกคักให้กับตลาดนาฬิกาแค่ไหนต้องติดตาม