เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรเพชญ บูมภาคใต้ 4 แสนล้าน ลุยตอกเข็ม 2 สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา 14 พ.ย.
Economic สรรเพชญ บูมภาคใต้ 4 แสนล้าน ลุยตอกเข็ม 2 สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา 14 พ.ย.
The Ritz-Carlton ชวนล่องเรือคลาสสิกชมวิวสองฝั่งเจ้าพระยา เปิดมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ
Biz Movement The Ritz-Carlton ชวนล่องเรือคลาสสิกชมวิวสองฝั่งเจ้าพระยา เปิดมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ
SX2026 เสนอทางรอดชาวนาไทย ‘ลดต้นทุน-ตัดวงจรหนี้-สร้างตลาดใหม่’
SD SX2026 เสนอทางรอดชาวนาไทย ‘ลดต้นทุน-ตัดวงจรหนี้-สร้างตลาดใหม่’
‘แสนสิริ’ ถอดบทเรียนน้ำท่วม ยกเครื่องรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Real Estate ‘แสนสิริ’ ถอดบทเรียนน้ำท่วม ยกเครื่องรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ส.อ.ท.ร่วมรัฐบาลบุกญี่ปุ่น ถก อุตฯไทยเชื่อมห่วงโซ่โลก
Economic ส.อ.ท.ร่วมรัฐบาลบุกญี่ปุ่น ถก อุตฯไทยเชื่อมห่วงโซ่โลก
พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชาธิวาสวิหาร
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชาธิวาสวิหาร
รฟท.แจงดีลรถไฟมือ 2 จากญี่ปุ่น – ยันเดินหน้าส่งเสริมนโยบาย Local Content
News รฟท.แจงดีลรถไฟมือ 2 จากญี่ปุ่น – ยันเดินหน้าส่งเสริมนโยบาย Local Content
‘ปกครอง’ คุมเข้ม ‘มูลนิธิทั่วไทย’ สั่งรายงานผล-บัญชีการเงินทุกปี ยื่นออนไลน์ได้
News ‘ปกครอง’ คุมเข้ม ‘มูลนิธิทั่วไทย’ สั่งรายงานผล-บัญชีการเงินทุกปี ยื่นออนไลน์ได้
ธปท.ดีเดย์ “Stablecoin” เงินบาทลุยจัดระเบียบ “ธุรกิจแลกเงิน” สกัดทุนเทา
Finance ธปท.ดีเดย์ “Stablecoin” เงินบาทลุยจัดระเบียบ “ธุรกิจแลกเงิน” สกัดทุนเทา
‘สุชาติ’ กำชับเฝ้าระวัง ‘วาฬบรูด้า’ อ่าวไทย หลังพบซากเกยตื้น ขอลดความเร็วเรือ
News ‘สุชาติ’ กำชับเฝ้าระวัง ‘วาฬบรูด้า’ อ่าวไทย หลังพบซากเกยตื้น ขอลดความเร็วเรือ
ดูทั้งหมด

คำชมของ ‘เบสเซนต์’ รมต.คลังสหรัฐ

18 พ.ค. 2568 | 09:35น.
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

เหลืออีกไม่ถึง 2 เดือนก็จะครบกำหนดระยะเวลา 90 วันที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเลื่อนการปรับขึ้นภาษีตอบโต้รายประเทศ (Reciprocal Tariffs) เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจาเพื่อลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐกับ 50 ประเทศทั่วโลก เฉพาะในกรณีของประเทศไทยปรากฏสหรัฐได้เรียกเก็บภาษีตอบโต้ในอัตราสูงถึง 36% หรือเกือบสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน

จะเป็นรองก็แต่ประเทศเวียดนามเท่านั้น ที่ถูกเรียกเก็บภาษีสูงกว่าไทย 10% หรือถูกเรียกเก็บ 46% โดยอัตราภาษีตอบโต้ที่สูงในระดับเกินกว่า 30% ขึ้นไปนั้นเป็นผลมาจากการคำนวณ Tariffs Charged หรือภาษีที่ประเทศอื่นเรียกเก็บจากสหรัฐ ซึ่งไทยถูกกล่าวหาว่า มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐเฉลี่ย 72% ขณะที่เวียดนามโดนเข้าไปถึง 90%

ที่ผ่านมาประเทศคู่ค้าสหรัฐที่มีรายชื่อติดอยู่ในบัญชีที่จะถูกขึ้นภาษีตอบโต้ต่างดิ้นรนที่จะขอเปิดการเจรจากับสหรัฐเพื่อขจัดความไม่แน่นอนและความเสี่ยงทางการค้าจากการถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราสูง รวมไปถึงความเชื่อที่ว่า เจรจาก่อนย่อมได้เปรียบประเทศที่เข้าไปเจรจาทีหลัง

เนื่องจากผลของการตกลงเพื่อขจัดหรือลดการได้ดุลการค้ากับสหรัฐจะกลายเป็นบรรทัดฐานให้กับประเทศที่เข้ามาเจรจาทีหลัง รวมไปถึงยังเป็นการลดแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศของตัวเองลง อันเนื่องมาจากการรับรู้ผลกระทบที่จะถูกเรียกเก็บภาษีที่เพิ่มมากขึ้น

มีตัวอย่างหลายประเทศที่เข้าไปเจรจาเพื่อลดภาษีก่อน ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมไปถึงสหภาพยุโรป ทว่าการเจรจาก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ จากข้อเสนอที่หยิบยื่นให้กับสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษีหรือสัญญาว่าจะนำเข้าสินค้าสหรัฐเพิ่มมากขึ้น

แต่สหรัฐเห็นว่า “ยังน้อยเกินไป” และไม่ทำให้ตัวเลขการขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนดูเหมือนว่ามีเพียง “อังกฤษ” เพียงประเทศเดียวที่อาจเรียกว่า ใกล้จะบรรลุความตกลงกับสหรัฐแล้ว จากข้อเสนอจะลดภาษีนำเข้าให้สหรัฐจาก 5.1% เหลือ 1.8% และสหรัฐลดภาษีให้อังกฤษลงเหลือ 10% พร้อมการกำหนดโควตานำเข้ารถยนต์จากอังกฤษ เหล็ก อะลูมิเนียม และเนื้อวัวจากสหรัฐ

ขณะที่ “เป้าหมาย” ใหญ่ในการเจรจาการค้าของสหรัฐ ยังคงเป็น “จีน” หลังจากที่เจรจากันรอบแรกด้วยการประกาศ “หยุดตอบโต้จากการขึ้นภาษี” ออกไปอีก 90 วัน โดยสหรัฐลดภาษีนำเข้าลงเหลือ 30% จีนลดลงเหลือ 10% แล้วเริ่มต้นเจรจากันต่อไป

ส่วนประเทศไทยเองยังคงไม่ได้รับการนัดหมาย แต่กลับมีการออกข่าวดีจากกรณีที่ “สกอตต์ เบสเซนต์” รมต.คลังสหรัฐ “ชื่นชม” ข้อเสนอ (Proposal) ของไทยที่จะลดการได้ดุลการค้ากับสหรัฐลง จนถึงกับเชื่อว่า ภาษีตอบโต้ไทยจะลดลงเหลือ 10% ทว่าเป็นแค่เพียง “คำชม” เท่านั้น จำเป็นที่ไทยจะต้องระมัดระวังและมีความรอบคอบกับผลกระทบรอบด้านทั้งทางตรงและทางอ้อมในการลดภาษีหรือซื้อสินค้าสหรัฐที่จะมีต่อประเทศเป็นสำคัญ