เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อนุทิน’ ประชุม คตท. ลั่นไม่สนโพลความรู้สึก ยึดเอาข้อมูลหลักฐานเชื่อถือได้
Politics ‘อนุทิน’ ประชุม คตท. ลั่นไม่สนโพลความรู้สึก ยึดเอาข้อมูลหลักฐานเชื่อถือได้
กอช. เตือน ‘สึนามิประชากร’ วัย 46-60 ปี 17 ล้านคน เสี่ยง ‘แก่แต่จน’ เร่งออมก่อนสาย
Finance กอช. เตือน ‘สึนามิประชากร’ วัย 46-60 ปี 17 ล้านคน เสี่ยง ‘แก่แต่จน’ เร่งออมก่อนสาย
ผู้จัดวิ่งบางแสนงัดกลยุทธ์สกัดรีเซลล์ ผุด “ทิกเก็ตโพรเท็กต์” เคลมค่าสมัครคืน 100% 
Business ผู้จัดวิ่งบางแสนงัดกลยุทธ์สกัดรีเซลล์ ผุด “ทิกเก็ตโพรเท็กต์” เคลมค่าสมัครคืน 100% 
‘อรสิริน’ ปั้นพอร์ตโตระยะยาว ลุยบ้านมือสอง-มอลล์-รร.อินเตอร์
Real Estate ‘อรสิริน’ ปั้นพอร์ตโตระยะยาว ลุยบ้านมือสอง-มอลล์-รร.อินเตอร์
‘ข้าวหอมมะลิไทย’ เสี่ยงเสียตลาด ราคาสูงจีนหยุดซื้อ-สหรัฐลดนำเข้า 
Economic ‘ข้าวหอมมะลิไทย’ เสี่ยงเสียตลาด ราคาสูงจีนหยุดซื้อ-สหรัฐลดนำเข้า 
ปตท. ครองเบอร์ 1 ไทย ปีที่ 3 ผู้นำพลังงานติด Fortune Southeast Asia 500 ขึ้นแท่นอันดับ 2 อาเซียน
Economic ปตท. ครองเบอร์ 1 ไทย ปีที่ 3 ผู้นำพลังงานติด Fortune Southeast Asia 500 ขึ้นแท่นอันดับ 2 อาเซียน
เม็ดเงินลงทุนทะลักไทย ขอบีโอไอครึ่งปีแรก 1.47 ล้านล้าน ดาต้าเซ็นเตอร์-AI นำทัพ FDI โต 80%
Economic เม็ดเงินลงทุนทะลักไทย ขอบีโอไอครึ่งปีแรก 1.47 ล้านล้าน ดาต้าเซ็นเตอร์-AI นำทัพ FDI โต 80%
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,800 บาท
TEAMG คว้างานควบคุมงานก่อสร้างรถไฟสายสีแดงอ่อน “ศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา” มูลค่าร่วม 400 ล้าน
Economic TEAMG คว้างานควบคุมงานก่อสร้างรถไฟสายสีแดงอ่อน “ศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา” มูลค่าร่วม 400 ล้าน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

ศาลปกครองแจงข้อกฎหมาย ไม่สั่ง “ยิ่งลักษณ์” ชดใช้คดีจำนำข้าว ชี้เป็นอำนาจคลัง

26 พ.ค. 2568 | 13:57น.
ศาลปกครอง

ศาลปกครองชี้แจงข้อกฎหมาย ไม่ได้สั่งให้ยิ่งลักษณ์ชดใช้ 10,028 ล้าน ชี้เป็นมาตรการบังคับของกระทรวงการคลัง ศาลเพียงวินิจฉัยคำสั่งอายัด 3.5 หมื่นล้านไม่ชอบบางส่วน

สำนักงานศาลปกครองได้ชี้แจงข้อกฎหมายในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีหมายเลขแดงที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายอนุสรณ์ อมรฉัตร ฟ้องนายกรัฐมนตรีกับพวกรวม 9 คน ผู้ถูกฟ้องคดี ดังนี้ คดีในส่วนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีมูลเหตุมาจากกรณีที่มีคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 35,717,273,028.23 บาท อันเป็นคำสั่งทางปกครองที่ให้ชำระเงิน ซึ่งหากไม่ชำระ กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีอำนาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินและขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินตามคำสั่งได้ โดยไม่จำต้องฟ้องคดีต่อศาล

ทั้งนี้ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 และมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ที่ใช้บังคับอยู่เดิม และมาตรา 63/7 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวที่แก้ไขใหม่ เมื่อเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและฟ้องคดีต่อศาลปกครอง โดยมีคำขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว คดีในส่วนนี้ จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ศาลปกครองมีอำนาจเพียงพิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วน

ทั้งนี้ ศาลไม่มีอำนาจพิพากษาให้คู่กรณีฝ่ายผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งคดีนี้ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า คำสั่งพิพาทไม่ชอบด้วยกฎหมายบางส่วน จึงมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งพิพาทเฉพาะส่วนที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเกินกว่าจำนวน 10,028,861,880.83 บาท โดยศาลปกครองสูงสุดไม่ได้มีคำพิพากษาและออกคำบังคับให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 9 แต่อย่างใด

คดีนี้ศาลปกครองสูงสุดนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2566 โดยตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่นั่งพิจารณาได้ลงลายมือชื่อในร่างคำพิพากษาครบทั้ง 5 คนเรียบร้อยแล้ว ต่อมาประธานศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งให้นำคดีเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด

ซึ่งในการประชุมใหญ่นั้นจะประกอบด้วยตุลาการศาลปกครองสูงสุดทุกคนที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในขณะนั้น ตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่พ้นจากราชการไปแล้วจึงไม่อาจเข้าร่วมประชุมใหญ่ได้ ทั้งนี้คำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ จะเป็นไปตามเสียงข้างมากของที่ประชุม

ต่อมา เมื่อมีการจัดทำคำพิพากษาตามมติของที่ประชุมใหญ่แล้ว ตุลาการในองค์คณะ 2 คนที่พ้นจากราชการไปแล้วจึงไม่อาจลงลายมือชื่อในคำพิพากษาได้ ซึ่งประธานศาลปกครองสูงสุดได้มีบันทึกกรณีตุลาการศาลปกครองสูงสุดมีเหตุจำเป็นไม่อาจลงลายมือชื่อได้ไว้ในคำพิพากษาแล้ว ทั้งนี้ การดำเนินกระบวนพิจารณาและจัดทำคำพิพากษาดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 68 และมาตรา 69 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

ส่วนการทำความเห็นแย้งนั้น ตุลาการศาลปกครองสูงสุดทุกคนในที่ประชุมใหญ่มีสิทธิทำความเห็นแย้งได้ตามมาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยปรากฏความเห็นแย้งและรายชื่อของตุลาการที่มีความเห็นแย้งอยู่ในคำพิพากษาแล้ว