สภา รับหลักการ งบ 69 นายกฯ ขอบคุณสภา หวังฟื้นเศรษฐกิจยั่งยืน
สภาโหวตรับหลักการงบประมาณ 69 ศิริกัญญา เย้ย ไม่ตอบโจทย์วิกฤต ไม่ต่างจากยุคประยุทธ์ ชี้ ไม่ป้องกันทุจริต เตรรียมใจไว้มีหักหัวคิว 30% แน่นอน ด้าน แพทองธาร ย้ำ มุ่งมั่นใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้าน พิชัย ขุนคลัง รับปากจะทำให้เศรษฐกิจโต
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายสรุปว่า ตั้งแต่ฟังการอภิปรายมา 4 วันตนได้ยินคำว่ากาลเทศะบ่อยมาก ทุกวันนี้ปัญหาของประเทศหลายคนพูดกันว่าปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ท่านบกงบประมาณ 3.78 ล้านล้านบาทนั้นมันน้อย ซึ่งเมื่องบน้อยเราก็ต้องใช้อย่างคุ้มที่สุด ต้องไปเหนี่ยวนำการลงทุนของภาคเอกชนให้เกิดเพื่อไปเสริมโครงสร้างการลงทุนที่อ่อนแอให้แข็งแกร่งขึ้น แถมยังต้องเตรียมไว้ใช้สำหรับรองรับวิกฤตเศรษฐกิจการค้าอีก เราจึงต้องช่วยรัฐบาลหาเงิน แต่หาเท่าไหร่ก็เหมือนถังที่มีรูรั่ว เพราะมีความสุ่มเสี่ยงที่จะคอร์รัปชั่นจึงต้องอภิปรายเพื่อเตรียมที่จะตัด ซึ่งตนงงว่าทำไมจึงจะพูดไม่ได้และงงว่านี่คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรายังไม่ได้มีการพูดถึงรัฐมนตรีคนใดเลยสักคำ
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ปัญหาเศรษฐกิจตอนนี้เราไม่ต้องพูดถึงแล้ว เพราะประชาชนพูดแทนแล้วว่าปัญหาของพวกเขามีอะไรบ้าง ขออย่าคิดว่าสงครามการค้าจะจบง่ายๆ เพราะทรัมป์ยังมีไพ่อีกหลายใบที่จะใช้ในการขึ้นภาษีได้ ความไม่แน่นอนยังมีอีกเยอะ และเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดที่อาจจะสามารถเกิดขึ้นได้คือ ปีนี้เศรษฐกิจอาจจะโตแค่ 1.3 เปอร์เซ็นต์ และในปี 2569 อาจจะโตแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าสงครามการค้าอาจจะจบด้วยดี ไม่มีการขึ้นกำแพงภาษี แต่ก็ใช่ว่าเศรษฐกิจไทยจะดี เพราะกำลังถูกซัดด้วยพายุเศรษฐกิจภายนอกที่เข้ามากระแทก
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ท่านบอกจัดงบประมาณปี 2569 ไม่ทัน ซึ่งตนพยายามบอกให้นำไปจัดใหม่ก่อน ส่งมาล่าช้า 1-2 สัปดาห์ก็ไม่เป็นอะไร คณะกรรมาธิการเร่งเวลาในการพิจารณาให้ได้ แต่รัฐบาลก็ไม่ทำ และอ้างว่านี่คือความฉลาดของรัฐบาล ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องใช้เวลาจึงไม่สามารถจัดงบประมาณได้ทัน โดยในปี 2567 มีการรื้อถึง 2 รอบเพื่อนำเงินมาทำดิจิทัลวอลเล็ต แต่ปีนี้วิกฤตมารออยู่ตรงหน้าแล้ว มีเวลาแต่ไม่ทำ ชาญฉลาดจริงๆ เมื่อไม่มีดิจิทัลวอลเล็ตงานก็ไม่เดิน อีกทั้งโครงการก็หน้าตาแบบเดิม ไม่มีการเพิ่มโครงการใหม่ การที่ท่านบอกว่าท่านจัดงบประมาณแบบยืดหยุ่น แต่เคพีไอกลับเหมือนเดิม
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า ตนไม่ได้เชียร์งบกลางขนาดนั้น แต่อยากรู้ว่ายืดหยุ่นอย่างไร หากไม่ได้มีโครงการรองรับอยู่ คิดได้อย่างเดียวคือจะปล่อยผี ให้หน่วยงานโยกงบไปได้ง่ายๆ ซึ่งจะเป็นงบที่สภาไม่สามารถตรวจสอบได้ ขณะที่งบที่ควรเตรียมไว้สำหรับช่วยเหลือเกษตรนั้น กลับเตรียมไว้ศูนย์บาท ส่วนงบกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศก็ได้เพิ่มมาแค่ 5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลสามารถจัดงบกลางในแผนงานกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีกว่านี้ก็น่าจะดีกว่านี้ เพราะความไม่แน่นอนมีสูงไม่รู้ว่าใครจะได้รับผลกระทบในส่วนนี้บ้าง
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า สำหรับงบประมาณด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ที่ในเล่มขาวคาดแดงไม่มี นายกรัฐมนตรีไม่พูดถึง แต่กลับพบในหนังสืองบประมาณฉบับประชาชน และมีโครงการเติมเงินหมื่นบาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ที่ปี 2569 จะมาแน่ๆ แม้จะมีเงินแจกแค่ 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งใน 2.5 ล้านคนต้องมาลุ้นกันว่าใครจะเป็นคนโชคดี ลุ้นยิ่งกว่าหวย

“แต่คุณชาดาก็ยังบอกให้แจกเลย ไม่งั้นได้นายกเท้ง (นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ) แน่ๆ แต่หากแจกเช่นนี้และใกล้เลือกตั้งแจกเลย 2 หมื่น ก็ยังได้นายกเท้งเหมือนเดิม ซึ่งมีแค่นี้จริงๆ สำหรับงบกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ ที่เหลือเป็นพวกธงฟ้าต่างๆ” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลบอกว่าเตรียมงบไว้สำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจไว้แล้ว 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งตนเห็นในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ที่ให้อบต. 1 หมื่นโครงการเป็นโครงการตู้กดน้ำสะอาดให้มีทุกอบต. ถามว่ากระตุ้นแบบไหน โดยหากลงไปในรายจังหวัดจะพบว่ามีการขอเอไอกันเข้ามาเป็นจำนวนมาก เช่น เชียงราย ได้ไปถึงแปดร้อยล้าน ซึ่งคนขอคือพลังงงานจังหวัดเชียงราย หรือสสจ.โคราชก็มีการของบสำหรับตรวจน้ำตาลนักเรียนเบาหวานวิทยา ทั้งนี้ งบประมาณที่กระทรวงมหาดไทยชงมานั้นสอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี เหมือนข้าราชการรู้ว่าจะมีการเปลี่ยนนายหรือไม่ จึงมีการจัดงบเอาใจนายกรัฐมนตรีเช่นนี้ การกระตุ้นเช่นนี้ไม่ใช่สัจจะนิยมเชิงโครงสร้าง แต่เป็นสัจจะนิยมมหัศจรรย์
“ตอนคิดธีมช่วยรัฐบาลหาเงิน แต่ดูการกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นนี้ก็ไม่ค่อยอยากช่วยหาเงินแล้ว เพราะดูเหมือนจะใช้เงินไม่เป็น และอยากฝากถึงคณะอนุกรรมาธิการกลั่นกรองให้กลั่นกรองให้ดี แบบนี้มันไม่ได้” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า ส่วนงบกระตุ้นเศรษฐกิจอีกก้อนคือ โครงการกองทุนหมู่บ้าน SML ที่แม้จะเป็นช่วงลงทะเบียนรับคำของบประมาณ แต่กลับมีโบรชัวร์ออกมาแล้ว อีกทั้งยังมีการตั้งบริษัทเพื่อรับงานนี้แล้วด้วย รวมถึงมีใบเสนอราคามาแล้วด้วย นอกจากนี้ ยังมีการอำนวยความสะดวกกันสุดๆ คือ ประธานกองทุนหมู่บ้านหรือสว. มาขายของกันเอง ซึ่งมักจะกระจายตัวอยู่ที่เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด พิษณุโลก แพร่ น่าน นครสวรรค์ ชัยนาท กำแพงเพชร ถ้าไม่ป้องกันการทุจริต เตรียมใจได้เลย 30 เปอร์เซ็นต์จะเป็นการหักหัวคิว แต่การซื้อของกลับไม่ตรงกับโครงการ SML งบประมาณปี 2569 ใช้สูตรเดิมเลย ไม่ได้อะไรเปลี่ยน ทั้งนี้ ขอให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) เตรียมเงินสดไว้เลย เพราะเดี๋ยวรัฐบาลก็มาเอา การจัดงบกลางปี 2568 ลงภัยแล้งเพียงแค่หวังผลทางการเมือง พื้นที่แล้งไม่ได้ พื้นที่ได้ไม่ได้แล้ง
“รัฐบาลบอกว่างบรายจ่ายประจำปีต่ำสุดในรอบ 18 ปี แต่เป็นเพราะไปตัดงบรายจ่ายประจำลงให้ดูดี ทั้งงบรักษาพยาบาลตัด 1 หมื่น ล้านบาท งบบำนาญข้าราชการ 5.1 หมื่นล้านบาท งบชำระดอกเบี้ย 6.5 หมื่นล้านบาท แล้วมาเคลมว่า รายจ่ายประจำดีขึ้น แล้วค่อยเอางบกลางมาโปะถือว่าควรดีใจหรือไม่ ตอนงบปี 64 ตอนนั้นเราอยู่ท่ามกลางวิกฤตโควิด ดิฉันเคยวิพากษ์วิจารณ์พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ”
“ในขณะนั้น ว่าจัดงบประมาณไม่ได้ตอบโจทย์ประเทศที่เรากำลังเผชิญวิกฤตโควิดเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกวันนั้นไม่ต่างจากวันนี้ เพราะต้องรื้อหมด แต่ถ้ารื้อหมดนั่นหมายความว่า รัฐบาลก็หมดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศไปแล้ว ต้องยุบสภาแล้ว ตอนปี 64 ดิฉันก็ได้ขอให้ยุบสภา แต่วันนี้ได้เรียนรู้ว่าการเมืองแห่งความเป็นจริงว่าไม่มีนายกฯ ที่ไหนที่เขายุบสภาฯ ตอนที่ความนิยมกำลังย่ำแย่ ยกเว้นแต่จะมีศึกภายในจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง แต่อย่าเอาพรรคประชาชนไปเป็นตัวประกัน ระหว่างการทะเลาะกันของท่านทั้งสอง” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่น.ส.ศิริกัญญา อภิปรายว่า แต่อย่าเอาพรรค ปชน.เป็นตัวประกันระหว่างการทะเลาะกันของท่านทั้งสองพรรค มีเสียงโห่ดังขึ้นมา แต่ไม่ได้ทำให้การอภิปรายของน.ส.ศิริกัญญาสะดุดแต่อย่างใด และยังคงอภิปรายต่อว่า ประชาชนยังคงต้องทนต่อไปเช่นนี้และยังต้องทนต่อไปอีกสักพัก จึงอยากมีส่วนร่วมในการปรับปรุงงบประมาณฉบับนี้ให้ดีขึ้น และเสนอช่วยรัฐบาลหาเงินมาช่วยพยุงประเทศ แต่รัฐบาลก็ดูไม่ได้อยากให้ช่วย ยังอยากอยู่กับงบประมาณนี้ต่อไป ท่านมายืนยันว่างบนี้ฉลาดแล้ว ถูกต้องแล้ว และดูทรงว่าเมื่อเข้าห้องกรรมาธิการแล้วก็คงตัดอะไรไม่ได้มาก แต่ในฐานะฝ่ายค้านเราจะเดินหน้าทำหน้าที่ของเราต่อไป ลดโครงการต่างๆ ที่ไม่จำเป็นต่อไปเพื่อให้สมศักดิ์ศรีของฝ่ายค้านต่อไป
ขุนคลัง ให้คำมั่น ทำ ศก.เติบโตให้ได้
จากนั้นเวลา 15.35 น. นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและรมว.คลัง ชี้แจงว่า จากที่ได้รับฟังการอภิปรายจับความได้ไม่ว่าจะเป็นความห่วงใย ข้อท้วงติง ข้อเสนอแนะ ซึ่งตนเห็นด้วยหลายๆอย่างที่พูดกัน ดังกล่าวหลังจากที่ผ่านวาระหนึ่ง และในชั้นคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญ พิจารณาตนเห็นด้วยว่ากมธ.คงต้องดูให้ละเอียด เพราะเราให้งบที่จะใช้มีผลทางเศรษฐกิจจริงๆ อะไรที่เห็นว่าพอจะลดได้ เลื่อนได้ ก็เห็นด้วยที่จะให้กมธ.ร่วมกันพิจารณาอย่างนั้น และในสิ่งที่เรายังไม่มั่นใจในขนาดของงบ เราอาจจะตั้งไว้ก่อน เพราะการตั้งไว้เยอะจะไม่เกิดแรงบันดาลใจ และแรงจูงใจให้คนที่นำไปปฏิบัติหรือผู้รับงบประมาณนำไปดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ

นายพิชัย กล่าวต่อว่า ตนขอชี้แจงงบดิจิทัล วอลเล็ต อาจจะต้องย้อนมางบปี 68 จำนวน 1.57 แสนล้านบาท รวมทั้งตัวเลขงบกลาง กระตุ้นเศรษฐกิจในปีหน้าอีก 2.5 หมื่นล้านบาท ตนเชื่อว่ายอดทั้งหมดนี้คงจะได้รับการทบทวนอีกครั้งหนึ่ง สำหรับงบ 1.57 แสนล้านบาท เท่าที่ตนฟังเห็นหลายโครงการที่ทางสมาชิกได้ยกตัวอย่างมา เมื่อมานั่งดูแล้วก็เป็นขั้นตอนคำขอของหน่วยงานที่เสนอขึ้นมา และเท่าที่ดูตัวเลขแล้วคำขอมามากเกือบ 3 เท่าของงบที่มีอยู่และคำขอเหล่านั้นต้องดูอีกครั้งหนึ่ง เพราะกระตุ้นเศรษฐกิจ แปลว่าเราหวังให้มีการสร้างงาน และสร้างการทำงานจริงๆ และคำขอเหล่านี้ แม้ระยะเวลาจะสั้น ตนเชื่อมั่นว่าคำขอเหล่านี้เคยขอมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งทั้งสภาพัฒน์ และสำนักงบประมาณ ได้มีการดูเรื่องเหล่านี้ไปล่วงหน้าแล้ว ว่ามีงานประเภทไหนที่คิดว่ามีการใช้อย่างเร่งด่วน และกระตุ้นเศรษฐกิจจริงๆ
“จากเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไป ตนคิดว่าการทบทวนงบประมาณและเลือกการใช้งบประะมาณจากวิธีหนึ่งมาใช้อีกวิธีหนึ่ง น่าจะเป็นวิธีที่เราจะทำในเรื่องของ ดิจิทัล วอลเล็ต ทั้งนี้ผมสรุปได้ความว่าในการที่ท่านอภิปรายทั้งหมดนี้แสดงว่าทุกๆท่านมีจุดมุ่วงหมายเดียวกัน คืออยากเห็นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยการจัดทำงบประมาณปี 69 จะเป็นจุดที่เรานำไปซึ่งการจัดงบประมาณในปีต่อๆ ไป คือทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโตให้ได้ และหวังว่างบฯปี 69 และการวางแนวทางงบประมาณปี 70 จะเป็นไปในแนวทางที่สนับสนุนให้เกิดความเชื่อมั่น และการลงทุนภายในประเทศ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งเป็นหัวใจของพวกเราทุกคน”นายพิชัย กล่าว

ใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า ในนามของรัฐบาลขอขอบพระคุณ ท่านประธานสภาฯ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ 69 ที่รัฐบาลนำเสนอด้วยความตั้งใจ รัฐบาลตระหนักดีว่าการจัดทำงบประมาณครั้งนี้ดำเนินการภายใต้ข้อจำกัดของวงเงินงบประมาณรายจ่าย มาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก ความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจโลกซึ่งมีปัจจัยรอบด้าน ที่ส่งผลกระทบ และความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งมีผลกระทบมากมายในทุกวันนี้ เราก็จะสามารถขับเคลื่อนประเทศให้ไปต่อได้
ด้วยนโยบายต่างๆที่รัฐบาลได้เสนอต่อสภา เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่างบที่เสนอไปจะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ รัฐบาบมุ่งมั่นตั้งใจใช้งบประมาณเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามที่ได้แถลงนโยบายไว้ต่อรัฐสภา โดยคำนึงถึงการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณ เพื่อรองรับปัญหาเร่งด่วน เสริมสร้างศักยภาพทุนมนุษย์ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวทางยุทธศาสตร์ของชาติอย่างต่อเนื่อง
นายกฯ กล่าวอีกว่า การจัดทำร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 69 มุ่งเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน จะช่วยลดความเลื่อมล้ำทุกมิติ สร้างโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงทรัพยากร รวมถึงมุ่งเน้นการรักษาวินัยการเงินการคลังของประเทศให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย ส่วนข้อสังเกตข้อคิดเห็นต่างๆที่สมาชิกได้อภิปรายไว้ ขอฝากให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ นำไปประกอบการพิจารณาอย่างละเอียดครบถ้วนต่อไป
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งเรื่องการเมือง สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่ใช่แค่ประเทศของเรา แต่ส่งผลกระทบทั่วโลก ตนเดินทางไปต่างประเทศได้พูดคุยกับผู้นำต่างประเทศมากมาย มีเรื่องของผลกระทบที่เจอในหลายด้านแตกต่างกัน ตนมั่นใจอย่างยิ่งว่าทุกๆประเทศร่วมมือช่วยกันได้ก็ช่วยกันอย่างเต็มที่ การเปลี่ยนแปลงทุกวันนี้อาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย ที่จะกำหนดทิศทางหาข้อสรุปอย่างใดอย่างหนึ่งให้เป็นคำตอบที่ชัดเจนได้ในวันนี้เลย

แต่ตนมั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้จะทุ่มเทแรงกายแรงใจทำนโยบายหลายนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้สำเร็จเป็นรูปธรรม เราจะใช้เม็ดเงินจากร่างพ.ร.บ.นี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน ตนทราบดีเหมือนที่ทุกท่านทราบว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และประชาชนไม่ได้ส่งเรามาทำเรื่องง่ายๆ รัฐบาลทำหน้าที่ในการบริหาร ฝ่ายค้านเป็นผู้ตรวจสอบ ถ้าเราทั้งสองมุ่งเน้นผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ตนมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะสามารถทำให้ประเทศผ่านวิกฤตไปได้ และทำให้เห็นผลสำเร็จร่วมกันได้แน่นอน
หลังเข้าสู่การลงมติ โดยนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้ถามต่อที่ประชุมว่า จะรับหลักการแห่งพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 หรือไม่
ผลปรากฎว่า จากจำนวนสมาชิก 482 เห็นชอบ 322 เสียง ไม่เห็นชอบ เสียง 158 งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนน 2 เสียง เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติรับหลักการร่างพระราชบัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 73 คน
