ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในประเทศไทย เปิดตัว “THAINOSAUR” (ไทยโนซอร์) นิทรรศการไดโนเสาร์พันธุ์ไทย ที่จะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปสู่แผ่นดินสยามเมื่อหลายล้านปีก่อน เพื่อสำรวจโลกของไดโนเสาร์สายพันธุ์ไทยและเหล่าสัตว์ดึกดำบรรพ์ ที่เคยอาศัยอยู่บนแผ่นดินสยามได้อย่างครบเครื่องและสมบูรณ์แบบที่สุด ทุกย่างก้าวราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในยุคทองของไดโนเสาร์ครองโลก นี่คือโอกาสดีที่สุดที่คุณจะได้สัมผัสกับประสบการณ์สุดมหัศจรรย์ในโลกดึกดำบรรพ์ ชนิดที่แฟนพันธุ์แท้ไดโนเสาร์ทุกเจน ไม่ควรพลาด พร้อมจัดแสดงให้ชมระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคมถึง 2 พฤศจิกายน 2568 ณ ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) ก่อนที่ไดโนเสาร์พันธุ์ไทยทั้งหมดจะไปประกาศความยิ่งใหญ่สู่สายตาชาวโลก
นิทรรศการ THAINOSAUR ไม่ได้เพียงแค่การจัดแสดงซากดึกดำบรรพ์และร่องรอยบรรพชีวิน แต่คือผลพวงจากความฝันและความหลงใหลที่มีต่อโลกดึกดำบรรพ์ของ พิริยะ วัชจิตพันธ์ ผู้ก่อตั้งท่าพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งยังเป็นนักสะสมผลงานศิลปะและนักสะสมซากฟอสซิลตัวยงของไทย เส้นทางนักสะสมของเขาเริ่มต้นสมัยเรียนมัธยมที่สหรัฐอเมริกา จากความหลงใหลในซากฟอสซิลไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ผลักดันให้เขาศึกษา ค้นคว้า และออกเดินทางไปตามงาน Fossil Fairs ต่าง ๆ ทั่วอเมริกา เพื่อตามหาสมบัติล้ำค่าเหล่านี้

“ผมสะสมซากฟอสซิลสัตว์ดึกดำบรรพ์มานานกว่า 30 ปีแล้วครับ แต่ผมก็เชื่อว่า คนไทยยังไม่ค่อยรู้ว่าบ้านเรามีไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์เยอะมาก เวลาพูดถึงไดโนเสาร์ก็จะไปนึกถึงสายพันธุ์ดัง ๆ ที่เห็นในภาพยนตร์ฮอลลีวูด ทั้งที่จริง ๆ แล้วบ้านเรามีไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์หลาย 100 ชนิด ที่ไม่เคยพบเจอที่ไหนในโลกนอกจากประเทศไทย รวมถึงไดโนเสาร์ที่ค้นพบใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อให้คนไทยได้รับรู้และภูมิใจว่า ไดโนเสาร์ไทยก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้สายพันธุ์อื่นในโลก” พิริยะ วัชจิตพันธ์ ผู้ก่อตั้งท่าพิพิธภัณฑ์ กล่าว
THAINOSAUR จึงไม่ใช่แค่นิทรรศการทั่วไป แต่เป็นเหมือนบันทึกประวัติศาสตร์ที่ฟื้นคืนลมหายใจไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ ที่เคยอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยอย่างครบถ้วนและสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป็นผลงานที่เกิดจากความทุ่มเทและความปรารถนาที่จะจุดประกายความสนใจในวิทยาศาสตร์ และมรดกทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่แก่คนทุกเพศทุกวัย ให้เข้ามาสัมผัสถึงความมหัศจรรย์ของโลกดึกดำบรรพ์ และร่วมภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์อันยาวนานของผืนแผ่นดินไทย
จากใต้พิภพสู่ปัจจุบัน : ท่องเวลาสู่ถิ่นอาศัยของไดโนเสาร์บนแผ่นดินไทย
THAINOSAUR นิทรรศการที่รวบรวมเรื่องราวของไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ขุดค้นพบในเมืองไทยไว้ครบครันที่สุด จัดแสดง “มหายุคพาลีโอโซอิก” (Paleozoic Era) มหายุคก่อนไดโนเสาร์จะครองโลก, “มหายุคมีโซโซอิก” (Mesozoic Era) หรือยุคทองของไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ ตั้งแต่ยุคไทรแอสซิก (Triassic Period) ยุคจูแรสซิก (Jurassic Period) จนถึงยุคครีเทเชียส (Cretaceous Period) ช่วงเวลาที่สัตว์ดึกดำบรรพ์และไดโนเสาร์ยิ่งใหญ่ที่สุดบนแผ่นดินสยาม ไปจนถึง “มหายุคซีโนโซอิก” (Cenozoic Era) ยุคที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมท่องตระเวนไปทั่วประเทศไทย พร้อมนำเสนอข้อมูลบรรพชีวินที่ครบถ้วนและถูกต้องที่สุด ณ ช่วงเวลาปัจจุบัน
เคน-กษิดิศ เอี่ยมละออ เจ้าของเพจ Mr.DinoDigger หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านไดโนเสาร์และทีมงานเบื้องหลังการจัดนิทรรศการในครั้งนี้ เล่าให้ฟังว่า กว่าจะมาเป็นนิทรรศการที่รวบรวมไดโนเสาร์พันธุ์ไทยและสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่หาดูยากไว้ในที่เดียว ทีมงานรุ่นใหม่ได้อ้างอิงแหล่งข้อมูลทางบรรพชีวินวิทยาล่าสุดเพื่อความสมจริงมากที่สุด ทั้งยังเนรมิตอาคาร 3 ชั้นของท่าพิพิธภัณฑ์เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวตล้านปี โดยแบ่งออกเป็นยุคต่าง ๆ เริ่มจากชั้น 1 ที่จัดแสดง “มหายุคพาลีโอโซอิก” (Paleozoic Era) รวมสัตว์ดึกดำบรรพ์อายุเก่าแก่กว่าไดโนเสาร์ และ “ยุคไทรแอสซิก” (Triassic Period) ช่วงเวลาที่ไดโนเสาร์ซอโรพอดอย่าง อีสานโนซอรัส ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกบนโลก

“ไฮไลต์ของนิทรรศการนี้อยู่บนชั้น 2 ซึ่งจัดแสดงยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของไดโนเสาร์ คือ “ยุคจูแรสซิก” (Jurassic Period) ที่มีไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ และ “ชาละวัน ไทยแลนดิคัส” (Chalawan Thailandicus) พญาจระเข้ขนาด 8 เมตร และ “ยุคครีเทเชียส” (Cretaceous Period) ซึ่งรวมไดโนเสาร์ที่มีชื่อเสียงของไทย ทั้งสยามโมไทรันนัส, ภูเวียงโกซอรัส, กินรีไมมัส รวมไปถึงสยามโมซอรัส ส่วนชั้น 3 จะช่วงเวลาสุดท้ายของไดโนเสาร์ไทยที่จัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์จริงและจำลอง ไฮไลต์อยู่ที่โครงกระดูกภูเวียงโกซอรัสและสยามแรพเตอร์ รวมถึงไดโนเสาร์กินพืชที่เรารวบรวมมาได้ เพื่อบอกเล่ายุคสุดท้ายก่อนการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของไดโนเสาร์”
เคนกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า เขาอยากให้คนไทยได้รับองค์ความรู้เกี่ยวกับไดโนเสาร์พันธุ์ไทยและสัตว์ดึกดำบรรพ์ต่าง ๆ ที่พบในเมืองไทยอย่างสมจริงและถูกต้องที่สุด ไม่ว่าจะเป็นไดโนเสาร์มีขนพันธุ์ไทยที่จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานนี้ พร้อมการนำเสนอในรูปแบบที่คนไทยไม่เคยเห็นมาก่อน “รับรองว่า THAINOSAUR จะเป็นนิทรรศการที่สร้างตื่นเต้นเร้าใจให้ทุกคนอย่างแน่นอนครับ”

ปลุกชีวิตดึกดำบรรพ์ ผ่านแอนิเมชั่นสมจริง
ก้าวข้ามขีดจำกัดของตำราเรียนและฟอสซิลที่เคยหยุดนิ่ง เมื่อนิทรรศการ THAINOSAUR ใช้เทคโนโลยีแอนิเมชั่น เพื่อจำลองภาพเคลื่อนไหวและพฤติกรรมของไดโนเสาร์พันธุ์ไทย อ้างอิงจากหลักฐานทางบรรพชีวินวิทยาที่แม่นยำ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านไดโนเสาร์ นักธรณีวิทยา และผู้เชี่ยวชาญด้านแอนิเมชั่นของไทย เพื่อสร้างเหล่าไดโนเสาร์เสมือนจริงขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ เหมือนพวกมันกลับมามีลมหายใจอีกครั้ง ละเอียดทุกผิวสัมผัส สมจริงทุกการเคลื่อนไหว
“ความท้าทายในการทำงานครั้งนี้อยู่ที่การทำไดโอรามา (Diorama ผลงานมิติทัศน์ หรือการจำลองฉากใดฉากหนึ่งขึ้นมาในรูปแบบสามมิติ) ขนาดใหญ่ติดบนกำแพงสูง 3 เมตร ยาวกว่า 20 เมตร ซึ่งต้องใช้ความละเอียดและเทคโนโลยีในการทำงานที่มีความละเอียดสูงมากขึ้น เพื่อให้รู้สึกเสมือนเดินเข้าไปอยู่ในยุคไดโนเสาร์” ชัชรินทร์ สมบูรณ์ ผู้จัดทำภาพประกอบและแอนิเมชั่น
แม้ส่วนหนึ่งของแอนิเมชั่นจะเริ่มต้นจากภาพประกอบในหนังสือ “ดึกดำบรรพ์พันธุ์ไทย” นำมาต่อยอดเป็นการนำเสนอรูปแบบใหม่ แต่สำหรับเขาถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายและสร้างความภูมิใจในเวลาเดียวกัน ในฐานะผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของ สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส (Siamotyrannus isanensis) นักล่าแห่งที่ราบสูงโคราช หรือ ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน (Phuwiangosaurus sirindhornae) ไดโนเสาร์กินพืชขนาดยักษ์ เขาทุ่มเทให้กับการสร้างภาพประกอบและแอนิเมชั่น เพื่อให้ผู้เข้าชมเห็นการเคลื่อนไหว การล่าเหยื่อ และการใช้ชีวิตในฝูงที่สมจริงราวกับมีชีวิตอยู่ตรงหน้า รวมถึงสร้างความเข้าใจในระบบนิเวศดึกดำบรรพ์ได้อย่างลึกซึ้ง

“ในส่วนของแอนิเมชั่นจะใช้ประกอบการเล่าเรื่องราวเหมือนเป็น Introduction ของนิทรรศการในแต่ละชั้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ชมรู้ถึงความเป็นมาของไดโนเสาร์หรือสัตว์ดึกดำบรรพ์ในยุคต่าง ๆ รวมไปถึงได้เห็นภาพเคลื่อนไหวของไดโนเสาร์ที่สมจริง เพื่อให้เข้าใจประวัติศาสตร์ในยุคนั้นมากขึ้น ส่วนภาพประกอบจะพาเราเดินทางไปสู่ยุคของไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่คุณอาจจะเคยเห็นในหนังสือ ภาพยนตร์ หรือนิทรรศการ แต่ผมเชื่อว่า คุณจะไม่เคยเห็นนิทรรศการไดโนเสาร์ที่ครบเครื่องที่สุดแบบนี้มาก่อน ไม่มีที่ไหนในโลกนี้ที่จัดแสดงไดโนเสาร์พันธุ์ไทยได้ถูกต้อง สวยงาม และครบถ้วนที่สุดเท่านิทรรศการนี้อย่างแน่นอน ผมอยากให้ทุกคนมาชมกันมาก ๆ แล้วร่วมภูมิใจในความเป็นไดโนเสาร์พันธุ์ไทยแท้ไปด้วยกันครับ”
ประจันหน้ากับ “ไดโนเสาร์พันธุ์ไทย” ไซซ์จริงสุดยิ่งใหญ่
ความน่าสนใจของนิทรรศการ THAINOSAUR ไม่ได้จัดแสดงเพียงโครงกระดูกไดโนเสาร์พันธุ์ไทย หุ่นจำลอง และฟอสซิลสัตว์ดึกดำบรรพ์เท่านั้น แต่เนรมิตพื้นที่ของท่าพิพิธภัณฑ์ให้กลายเป็นถิ่นที่อยู่อาศัย (Habitat) ของสิ่งมีชีวิตยุคดึกดำบรรพ์ได้อย่างสมจริงมากที่สุด เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกราวกับได้เดินสำรวจป่าเขตร้อนยุคครีเทเชียสของภาคอีสาน และที่ราบลุ่มริมแม่น้ำในยุคจูแรสซิก ผ่านการจำลองสภาพแวดล้อมและพืชพรรณโบราณ ทำให้เกิดประสบการณ์ที่สมจริงราวกับได้ร่วมคณะสำรวจย้อนเวลาไปในอดีต

“สัตว์ดึกดำบรรพ์สายพันธุ์ไทยที่เราจำลองขึ้นมามีประมาณ 20 กว่าสายพันธุ์ ตั้งแต่ ไดโนเสาร์ ฉลาม จระเข้ ช้างโบราณ โดยเราจะนำเสนอการเคลื่อนที่ของสัตว์แต่ละชนิดผ่านแอนิเมชั่น อ้างอิงจากการเคลื่อนไหวของสัตว์ในปัจจุบันเพื่อให้สมจริงมากที่สุด ส่วนตัวหุ่นจำลองจะจัดท่าทางให้ดูเหมือนกับดำรงชีวิตในธรรมชาติ อย่าง ‘สยามโมซอรัส’ ที่ออกแบบท่าทางให้เหมือนกำลังล่าเหยื่อท่ามกลางสภาพแวดล้อมจริงของมัน รวมถึง ‘สเตโกซอร์’ (ไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่ค้นพบในประเทศไทย) นำมาจัดแสดงไซซ์จริงในท่วงท่าสะบัดหนามแหลมคมที่ปลายหางเพื่อป้องกันตัวจากนักล่าที่ปราดเปรียวอย่าง ‘ไทแรนโนซอรอยด์’ ครับ” อัฑฒ์ ศรีวิสาร นักวิจัยด้านบรรพชีวินวิทยารุ่นใหม่ พูดถึงการทำงานเบื้องหลังในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านบรรพชีวินวิทยาและสัตววิทยา (Palaeontology and Zoology)
อัฑฒ์ ทำหน้าที่ในการควบคุมการออกแบบหุ่นจำลองที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการ ตั้งแต่โครงกระดูก ลักษณะกล้ามเนื้อ จนถึงผิวหนังและเส้นขนของไดโนเสาร์แต่ละสายพันธุ์ อ้างอิงตามหลักบรรพชีวินวิทยา กายวิภาคศาสตร์ สัตววิทยา (วิทยาศาสตร์สาขาหนึ่งที่ศึกษาเกี่ยวกับสัตว์ในทุกแง่มุม) และหลักวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องครบถ้วนที่สุดในเวลานี้ รวมไปถึงการอ้างอิงจากสัตว์ที่มีความใกล้เคียงกับไดโนเสาร์อย่างนกกับจระเข้ เพื่อให้ลักษณะท่าทางและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ สมจริงมากที่สุด
“การค้นพบที่น่าทึ่งคือ ‘สีของไดโนเสาร์’ ที่เกิดจากร่องรอยเมลาโนโซม (Melanosome) กระเปาะเม็ดสีของผิวหนังและสีขนที่แท้จริงของไดโนเสาร์ที่มีความใกล้เคียงกับสีของนก ทำให้นักบรรพชีวินวิทยาทราบว่าไดโนเสาร์บางตัวมีสีสันสวยกว่าที่เราเคยเห็นในภาพยนตร์หรือนิทรรศการทั่วไป อย่างไดโนเสาร์คอยาวที่หลายคนคุ้นเคยกับสีหม่น หลังจากนักบรรพชีวินวิทยาในอเมริกาค้นพบเม็ดสีที่แท้จริงของมันทำให้เรารู้ว่า จริง ๆ แล้วไดโนเสาร์คอยาวบางชนิดมีฟอสซิลผิวหนังที่ประกอบด้วยเม็ดสีเหลืองหรือสีส้ม ซึ่งไดโนเสาร์พันธุ์ไทยก็อาจจะมีสีสันสวยงามใกล้เคียงกับนกในปัจจุบัน มากกว่าภาพลักษณ์ไดโนเสาร์สีหม่นที่เคยคุ้นตาเช่นกันครับ”

นอกจากนี้ หัวใจสำคัญของนิทรรศการคือการจัดแสดงหุ่นจำลองขนาดเท่าจริง (Life-sized Model) ของไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ค้นพบในประเทศไทย ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นจากการศึกษาข้อมูลงานวิจัยทางบรรพชีวินวิทยาล่าสุดอย่างละเอียด ทุกชิ้นถูกปั้นและลงสีด้วยความประณีตสูงสุด เพื่อเก็บรายละเอียดทางกายภาพ ทั้งพื้นผิวหนัง กล้ามเนื้อ และร่องรอยบาดแผล ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้เผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จริง ๆ ถือเป็นการนำเสนอหุ่นจำลองไดโนเสาร์พันธุ์ไทยที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและสมจริงที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อให้คุณสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตยุคล้านปีอย่างใกล้ชิด
ผสานโลกดึกดำบรรพ์กับศิลปะร่วมสมัย โดย 4 ศิลปินไทยชื่อดัง
เพื่อสร้างมิติใหม่ให้กับนิทรรศการ THAINOSAUR จึงได้เชิญ 4 ศิลปินไทยชื่อดัง ได้แก่ มอ ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์, ฮ่องเต้-กนต์ธร เตโชฬาร, ปั๋น-ดริสา การพจน์ และเดย์จิรภาส เจริญพร มาร่วมตีความเรื่องราวของไดโนเสาร์และสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์นำเสนอผ่านศิลปะร่วมสมัย โดยผลงานจะจัดแสดงอย่างกลมกลืนไปกับโซนต่าง ๆ ของนิทรรศการ เป็นการเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์เข้ากับสุนทรียศาสตร์ได้อย่างลงตัว ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของแผ่นดินไทยผ่านมุมมองทางศิลปะที่น่าประทับใจและคาดไม่ถึง ทั้งยังเปิดโอกาสให้จับจองเป็นเจ้าของผลงานศิลปะผ่านทาง 1010 Art Space ได้อีกด้วย
ไม่ว่าคุณจะเป็นคอไดโนเสาร์ตัวจริง นักเรียน นักศึกษาที่สนใจเรื่องราวทางธรณีวิทยาและสัตว์โลกล้านปี หรือครอบครัวที่กำลังมองหากิจกรรมดี ๆ สำหรับวันหยุด ปักหมุดแล้วมาพบกันที่นิทรรศการ THAINOSAUR จัดแสดงระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคมถึง 2 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ณ ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) โครงการท่าช้าง วังหลัง ค่าเข้าชมสำหรับคนไทย เด็ก 150 บาท ผู้ใหญ่ 250 บาท / ชาวต่างชาติ เด็ก 250 บาท ผู้ใหญ่ 350 บาท รีบมาชมก่อนหมดโอกาส เพราะหลังจากนี้นิทรรศการ THAINOSAUR จะหมุนเวียนไปจัดแสดงในหลายประเทศทั่วโลก! สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 08-2896-1929
