เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

จะอยู่กับความปั่นป่วน กันอย่างไร ?

18 ก.ค. 2568 | 13:42น.
Miniature people, Business people and laptop featuring stock tickers

Miniature people, Business people and laptop featuring stock tickers

คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : อำนาจ ประชาชาติ

ปีนี้เป็นปีแห่งความปั่นป่วนอย่างแท้จริง ปั่นป่วนจากภายนอก จากสงครามการค้า จากภาษีตอบโต้ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่เล่นเอาล่อเอาเถิดกับประเทศต่าง ๆ รวมถึงไทย ไม่เว้นแต่ละวัน

ทำให้ตลาดเงิน ตลาดทุน เต็มไปด้วยความผันผวน ทำให้ภาพเศรษฐกิจมีแต่ความไม่แน่นอนเต็มไปหมด จนบรรดานักวิเคราะห์ต่างกุมขมับ วันนี้วิเคราะห์อย่างนี้ ชั่วข้ามคืนปัจจัยเปลี่ยนอีก ต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่กันอีกแล้ว เรียกได้ว่า เหนื่อย !! แน่นอน

ไม่ว่าจะผู้ดำเนินนโยบาย คนทำธุรกิจ นักลงทุน ล้วนได้รับผลกระทบไม่แตกต่างกัน หากสุดท้าย ประเทศไทยต้องถูกเก็บภาษีตอบโต้สูงกว่าคู่แข่งจริง เศรษฐกิจไทยก็คงจะหนักหนาสาหัส เพราะขนาดยังไม่โดนจริง ยังแย่ขนาดนี้

ครึ่งปีแรก ตลาดหุ้นไทยติดลบไปถึง 22% สะท้อนว่า เศรษฐกิจภาพใหญ่ของเราแย่หนักจริง ๆ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ บอกถึงสาเหตุที่หุ้นไทยแย่ขนาดนี้ว่า เพราะเรา “กินบุญเก่า” มานาน ไม่มีการสร้าง New S-Curve ที่จะทำให้เศรษฐกิจกลับมาโตได้สูง ๆ

ดร.ก้องเกียรติบอกด้วยว่า แนวโน้มข้างหน้ามีโอกาสเห็นธุรกิจไปไม่รอด ต้องล้มหายตายจากอีกเพียบ ทั้งธุรกิจเอสเอ็มอี หรือแม้แต่ธุรกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ

โดยจะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นในปีหน้า คำแนะนำการทำธุรกิจในภาวะเช่นนี้ของ ดร.ก้องเกียรติ ที่สำคัญก็คือ 1.ธุรกิจต้องทำตัวให้แข็งแรง ต้องมีสภาพคล่องเพียงพอ ไม่ใช่มีหนี้เยอะเกินไป 2.ธุรกิจอะไรที่ยังขยายได้ในช่วงที่มีพายุ ก็ต้องขยาย 3.ธุรกิจที่ไม่ดีต้องลดหรือปิดไปเลย นอกจากนี้ก็ต้องรู้จักกระจายความเสี่ยง ต้องขยายธุรกิจไปเมืองนอก

“ต้องมองกรณีที่แย่ที่สุด หรือ Worst Case ไว้ก่อน” ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ย้ำถึงหลักการทำธุรกิจที่เคยใช้เมื่อสมัยเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง จนสามารถนำพาธุรกิจในมือรอดพ้นพายุมาได้กระทั่งทุกวันนี้