เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
EDTH ทรานส์ฟอร์ม ‘เครือสหพัฒน์’ สู่ยุคดิจิทัล-AI
Tech EDTH ทรานส์ฟอร์ม ‘เครือสหพัฒน์’ สู่ยุคดิจิทัล-AI
ดูทั้งหมด

บาทผันผวนในกรอบเดิม จับตาผู้ว่า ธปท.คนใหม่

16 ก.ค. 2568 | 18:09น.
หุ้นไทย เงินบาท

หุ้นไทย เงินบาท

ค่าเงินบาทผันผวนในกรอบเดิม จับตาผู้ว่า ธปท.คนใหม่ 

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 16 กรกฎาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/7) ที่ระดับ 32.51/52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (15/7) ที่ระดับ 32.39/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก หลัง Dollar Index ปรับตัวขึ้นที่ระดับ 98.53 จุด

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคประจำเดือน มิ.ย.เมื่อวานนี้ (15/7) โดยดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวที่ระดับ 2.7% ในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.6% จากระดับ 2.4% ในเดือน พ.ค. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวที่ระดับ 0.3% ในเดือน มิ.ย. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.1% ในเดือน พ.ค.

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวที่ระดับ 2.9% ในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.0% จากระดับ 2.8% ในเดือน พ.ค. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวที่ระดับ 0.2% ในเดือน มิ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.1% ในเดือน พ.ค.

อีกทั้งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ได้มีการเปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) พุ่งขึ้นสู่ระดับ +5.5 ในเดือน ก.ค. จากระดับ -16.0 ในเดือน มิ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ -8.3 ซึ่งดัชนีดีดตัวสูงกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์ก

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า สหรัฐได้บรรลุข้อตกลงทางการค้ากับอินโดนีเซียแล้ว ซึ่งสหรัฐจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจากอินโดนีเซียในอัตรา 19% หลังจากที่ก่อนหน้านี้สหรัฐขู่เรียกเก็บภาษีดังกล่าวถึงถึง 32% และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีการวางแผนเพิ่มเติมในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศขนาดเล็ก ซึ่งรวมถึงประเทศในแอฟริกาและแคริบเบียน ในอัตราที่สูงกว่า 10% เล็กน้อย พร้อมเผยแพร่จะส่งจดหมายแจ้งอัตราภาษีดังกล่าวเร็ว ๆ นี้

นอกจากนี้ โฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐกล่าวว่า สินค้าสหรัฐจะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอินโดนีเซีย ขณะที่อินโดนีเซียจะต้องจ่ายภาษีศุลกากรเมื่อมีการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐ อย่างไรก็ดี ลุตนิกไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงการค้าระหว่างทั้ง 2 ประเทศแต่อย่างใด ขณะที่นักลงทุนยังจับตาดูการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือน มิ.ย. ของสหรัฐในคืนวันนี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเงินฟ้อและอัตราดอกเบี้ยของเฟด

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นักลงทุนยังจับตาการคัดเลือกตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ โดยวานนี้ (15/7) มีรายงานว่าวาระการเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ยังไม่ผ่านออกจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังต้องติดตามพัฒนาการของการเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐ โดยรัฐบาลไทยมีความหวังว่าจะได้เท่าเวียดนามหรือต่ำกว่า แต่มองว่ามีความเป็นไปได้ยากเนื่องจากหากแลกด้วยภาษีนำเข้าให้สหรัฐ 0% สำหรับสินค้าเกษตรหลายรายการ ซึ่งแน่นอนว่าจะกระทบกับเกษตรกรนักลงทุนทันที แต่ที่น่ากังวลคือไทยอาจได้รับผลกระทบจากภาษีในหลายส่วน นอกจากกำแพงภาษีรวมที่สหรัฐเรียกเก็บ 36% ประเมินว่าโดยรวมแล้วจะถูกเรียกเก็บภาษีรวม 60% ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.46-32.56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 32.52/53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/7) ที่ระดับ 1.1613/15 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (15/7) ที่ระดับ 1.1683/85 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ZEW ได้มีการเปิดเผยความเชื่อมั่นของนักลงทุนเยอรมนีว่าเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือน ก.ค. แต่นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า ความเชื่อมั่นดังกล่าวจะหายไป หากไม่มีข้อตกลงการค้าระหว่าง EU-สหรัฐ

นอกจากนี้นักลงทุนยังรอติดตามข่าวเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ-สหภาพยุโรป (EU) ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1600-1.1628 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และเปิดตลาดที่ระดับ 1.1619/20 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/7) ที่ระดับ 148.82/86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (15/7) ที่ระดับ 147.71/72 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจ “ทังกัน” (Tankan) ของรอยเตอร์ ได้มีการเปิดเผยความเชื่อมั่นของผู้ผลิตในญี่ปุ่นว่ามีการปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในเดือน ก.ค. และมีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แม้ว่ายังคงมีความกังวลเกี่ยวกับกำแพงภาษีของสหรัฐก็ตาม

โดยผลสำรวจรายเดือนระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นของภาคการผลิตขยับขึ้นมาอยู่ที่ +7 ในเดือน ก.ค. จากเดิมที่ +6 ในเดือน มิ.ย. ขณะที่ดัชนีภาคบริการยังคงทรงตัวอยู่ที่ +30 เป็นเดือน ที่3 ติดต่อกัน ในทางตรงกับข้ามกลุ่มผู้ผลิตเครื่องจักรขนส่ง ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมรถยนต์อันเป็นหัวใจสำคัญของญี่ปุ่น กลับมีทิศทางสวนทาง โดยดัชนีความเชื่อมั่นลดลงจาก +20 ในเดือน มิ.ย.เหลือเพียง +9 ในเดือน ก.ค.

โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกำแพงภาษีรถยนต์ 25% ของสหรัฐ ที่ส่งผลต่อปริมาณการส่งออกและต้นทุน โดยผู้ผลิตญี่ปุ่นยังคงเฝ้าระวังความเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐอย่างใกล้ชิดในเรื่องของการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนมากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวจากผลของภาษีสหรัฐ และสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 148.63-149.18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 148.75/76 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) (17/7), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (17/7), ยอดค้าปลีกเดือน มิ.ย. ของสหรัฐ (17/7), ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือน มิ.ย. ของสหรัฐ (17/7), และอัตราเงินเฟ้อเดือน มิ.ย.ของญี่ปุ่น (18/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.5/-7.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5.9/-4.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ