ผู้ส่งออกรายใหญ่แห่ขนส่งทางเรือไปกัมพูชา ทำท่าเรือหาดเล็ก จ.ตราด คึกคัก หลังปิดด่านทางบก คิวแน่นต้องรอ 3-4 วัน ล่าสุดไทยเปิด 3 ด่านทางบก แต่กัมพูชายังไม่เปิด
การผ่อนผันของหน่วยนาวิกโยธินตราด อ.เมืองตราด จ.ตราด เมื่อ 6 กรกฎาคม แจ้งให้นายด่านศุลกากรคลองใหญ่ผ่อนผันให้ขนส่งสินค้าผ่านแดนทางทะเลได้ เพื่อลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนตามหลักมนุษยธรรม โดยคำนึงความจำเป็นทางเศรษฐกิจและการดำรงชีพของประชาชนทั้งสองประเทศ จึงผ่อนผันให้สามารถขนส่งสินค้าส่งออกและสินค้าผ่านแดนทางทะเลได้
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานจากจังหวัดตราดว่า ขณะนี้ท่าเทียบเรือ ส.กฤตรวัณ ที่บ้านหาดเล็ก จังหวัดตราด มีผู้ประกอบการส่งออกสินค้าไปกัมพูชามาใช้บริการกันคึกคัก เพราะเป็นท่าเรือที่สามารถขนส่งสินค้าได้สะดวก แม้จะไม่สามารถขนส่งได้ปริมาณมากนัก โดยหลีกจากปิดด่านทางบกไทย-กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2568 มีบริษัทขนส่งสินค้าที่เคยขนส่งสินค้าทางบกหันมาใช้บริการทางเรือค่อนข้างหนาแน่น วันละ 40-50 คัน ทำให้ท่าเรือมีการกระจุกตัวของตู้สินค้าที่รอลงเรือ ต้องรอคิวตกค้าง 3-4 วัน
“ทางท่าเรือเองยังไม่สามารถเปิดรับสินค้าลูกค้ารายใหม่เพราะคิวเต็ม คาดว่าจะทยอยรับได้ในสัปดาห์หน้า ซึ่งทางศุลกากรคลองใหญ่ต้องให้จอดรอที่ทำการศุลกากรก่อนเพื่อลดความแออัด”

แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการส่งออก เปิดเผยกับ ”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การส่งออกสินค้าทางเรือด้านจังหวัดตราดค่อนข้างคึกคัก เนื่องจากประกาศของอธิบดีกรมสรรพากรและภาษีกัมพูชา เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 แจ้งว่า ให้รับของไทยได้ตามปกติยกเว้นสินค้าบางรายการที่ห้ามนำเข้า คือ 1.ผักและผลไม้ 2.น้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซเชื้อเพลิง คือ น้ำมันเบนซิน ดีเซล ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG และ LNG) น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน (JET-A1) โดยสามารถใช้วิธีการขนส่งและเส้นทางที่นำเข้าสามารถใช้ขนส่งทางอื่นและผ่านแดนอย่างเป็นทางการได้ ยกเว้นจุดผ่านแดนทางบกกัมพูชา-ไทย ซึ่งถูกกองทัพไทยปิดทำการฝ่ายเดียว
จ.ตราดมีท่าเทียบเรือ ส.กฤตรวัณ จากไทยไปกัมพูชา แห่งเดียว ที่มีเจ้าหน้าที่ศุลกากรมาทำพิธีการศุลกากรให้ การขนส่งทางเรือจุดนี้จะใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง จากท่าเทียบเรือต้นทาง ส.กฤตรวัณ ปลายทาง ไปถึงท่าเรือแกวพก จ.สีหนุวิลล์ รับเฉพาะสินค้าตู้คอนเทนเนอร์
และมีเรือ 2 บริษัทมาใช้ท่าเทียบเรือ ส.กฤตรวัณ คือ เรือวีระ เพื่อส่งสินค้าปลายทาง ท่าเรือสตึงฮาว จ.สีหนุวิลล์ รับงานเปิดผ้าใบทุกประเภท ยกเว้น ผลไม้ น้ำมัน ที่เป็นสินค้าที่กัมพูชาห้ามนำเข้า และเรือตาชิม (Theara) ปลายทาง ท่าเรือนาเกลือ จ.เกาะกง
“ตอนนี้ท่า ส.กฤตรวัณ แจ้งว่ายังไม่รับของจากลูกค้าใหม่ จะเริ่มรับได้อาทิตย์หน้า คาดว่าส่วนหนึ่งมาจากคิวของรอลงเรือจำนวนมาก ประมาณวันละ 50-60 คัน รถบางคันมารอลงตู้นานถึง 3-4 วัน ต้องจอดรอที่ด่านศุลกากร ต.ไม้รูด เพราะบริเวณท่าเทียบเรือไม่มีที่จอดรอ ส่วนผู้ประกอบการรายย่อยที่ยังไม่แน่ใจในสถานการณ์ เพราะยังไม่มั่นใจว่าสินค้าที่ส่งไปจะปลอดภัย ไม่ถูกยึดหรือถูกตีกลับ รอดูสัปดาห์หน้าและท่าเรือ ส.กฤตรวัณ จะเปิดรับลูกค้าใหม่” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวจากบริษัทชิปปิ้ง นำเข้าสินค้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อผ่านแดนไปกัมพูชา เปิดเผยกับ ”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อมีปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้ส่งออกสินค้าข้ามแดนไปกัมพูชาไม่ได้ ทันกำหนดภายในระยะเวลา 30 วัน ตามระเบียบกรมศุลกากรสามารถนำสินค้าไปเก็บไว้ในเขตปลอดอาการ (Free Zone) ได้ 30 วัน และตามที่ขยายกรอบเวลาได้ถึง 2 ปี แต่ต้องนำสินค้าเข้ามาภายใน 30 วันนั้น ทางกฎหมายเริ่มนับตั้งแต่วันที่เรือเข้า
ซึ่งวันนี้มีเกินกำหนดเวลาไปแล้ว หลายตู้ เนื่องจากระยะเวลาที่กรมศุลกากรให้ทำเอกสารค่อนข้างน้อย ในขณะที่กระบวนการแก้ไขเอกสารใบส่งของ (Delivery Order-DO) และใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading-BL) กับทางสายเรือต้องใช้เวลา 4-5 วัน เพราะมีเอกสารที่เกี่ยวข้องต้องแก้ไขหลายอย่าง ประกอบกับจำนวนตู้ท่าเรือมีจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ที่ทำเอกสารมีจำนวนน้อย
เคสนี้ได้ขอให้กรมศุลกากรยืดระยะเวลาการนำสินค้าเข้าฟรีโซนภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันนำเข้ามาในราชอาณาจักร เพราะตาม มาตรา 103 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ไม่ทัน ของจะถูกยึดเป็นของแผ่นดินตามหนังสือของกรมศุลกากร ให้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรว่าด้วยการผ่านแดนในช่วงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ลงวันที่ 4 กรกฎาคม ให้ดำเนินการตามมาตรา 9 ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ที่กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไข 3 ข้อ คือ
1) ใบขนสินค้าผ่านแดนต้องระบุด่านศุลกากรที่นำของออกเป็นด่านศุลกากรที่ตั้งอยู่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
2) ต้องยื่นคำร้องตามมาตรา 9 ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2568
3) การเปลี่ยนการผ่านพิธีการศุลกากรจากการผ่านแดนเป็นการนำเข้าต้องดำเนินการภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ของเข้ามาในราชอาณาจักร
ซึ่งทางบริษัทได้เสนอขอผ่อนผันให้มีการเปลี่ยนแปลงยืดระยะเวลา 30 วันจากวันที่เรือนำเข้าสินค้าเข้ามากลางเดือนมิถุนายน ถึงกลางเดือนกรกฏาคม ครบกำหนดแล้วโดยที่อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขเอกสาร ขยายเวลาไปแล้วเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 โดยขอขยายเวลาแบบไม่มีกำหนด หรือจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น แต่สำนักงานศุลกากรแหลมฉบังไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
“การจัดเตรียมเอกสารนำของเข้าฟรีโซนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่เรือเข้า ระยะเวลาจำกัด ซึ่งกระบวนการจัดทำเอกสารล่าช้าจากการแก้ไข การเปลี่ยนแปลงและตรวจสอบเอกสารค่อนข้างใช้เวลานาน เช่น การแก้ไขเอกสารใบส่งของ (DO) และใบตราส่งสินค้า (BL) กับสายเรือ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงหลายภาคส่วนทั้งผู้ส่งสินค้า-ผู้รับสินค้ากัมพูชา ผู้ดำเนินการในไทย
ขณะที่เจ้าหน้าที่พนักงานในพื้นที่จัดทำเอกสารมีจำกัด เรือและจำนวนตู้สินค้าที่เข้ามายังท่าเรือมีเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องรอรับเอกสารจากท่าเรือเป็นวัน ๆ และเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการนำของเข้าฟรีโซนล่าช้า ไม่สามารถดำเนินการตามระเบียบได้ครบถ้วนทันเวลา หากมีความผิดตู้สินค้าถูกยึดเป็นของแผ่นดิน กว่าจะจบคดีความ 2-3 ปี ค่าเช่าตู้ที่ถูกยึดน่าจะประมาณ 400,000-500,000 บาท” แหล่งข่าวกล่าว
ข้อมูล : ศุลกากรคลองใหญ่ ไม่มีสินค้าเข้า สินค้าส่งออกทางเรือ ณ วันที่ 17 ก.ค. 68 มูลค่า เพิ่มสูงขึ้นมาก มูลค่า 54,417,505.65 บาท สินค้าออกประเภท สินค้าบริโภค เครื่องดื่ม อาหารกึ่งสำเร็จรูป เครื่องปรุง สินค้าอุปโภค เครื่องไฟฟ้า เม็ดพลาสติก อุปกรณ์ในครัวเรือน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องเขียน เปรียบเทียบมูลค่าการค้าทางเรือตั้งแต่วันแรก 10 ก.ค-16 ก.ค.
- วันที่ 10 ก.ค. มูลค่า 3,506,490.00 บาท
- วันที่ 11 ก.ค. 16,204,566.94 บาท
- วันที่ 12 ก.ค. 18,538,701.05 บาท
- วันที่ 13 ก.ค. 16,805.767.73 บาท
- วันที่ 14 ก.ค. 1,958,526.44 บาท
- วันที่ 15 ก.ค. 14,768,717.68 บาท
- วันที่ 16 ก.ค. 16,052,446.06 บาท
ล่าสุดทางกองทัพไทยได้อนุญาตให้เปิดด่านทางบกในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ จันทบุรี ตราด และสระแก้ว แต่ทางฝ้ายกัมพูชา ยังไม่เปิดด่าน
