รู้จักพายุวิภา มาจากไหน ใครตั้งชื่อ และเปิดพื้นที่เฝ้าระวัง มีที่ไหนบ้าง ? ด้านปภ. ประสานแจ้งทุกจังหวัด และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตเตรียมรับมือกับปริมาณฝนที่ตกหนัก ขณะที่ภูมิธรรมสั่งตั้งวอร์รูมให้ปฏิบัติการ 24 ชั่วโมง และติดตามสถานการณ์ทุกจุด
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้เฝ้าระวังสถานการณ์และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดสำหรับ “พายุวิภา” ที่ไทยจะได้รับอิทธิพลฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะภาคเหนือ อีสานตอนบน ภาคกลางฝั่งตะวันตก ทำความรู้จัก ชื่อวิภามาจากไหน พร้อมอัปเดตวันเข้าไทย-พื้นที่เฝ้าระวัง
พายุวิภามาจากไหน ?
พายุวิภา (Wipha) พายุโซนร้อนกำลังแรง ก่อตัวบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 560 กิโลเมตร ทางตะวันออกของจ้านเจียง (มณฑลกวางตุ้ง) ประเทศจีน และเคลื่อนตัวค่อนข้างเร็ว ประมาณ 25-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ชื่อพายุนี้ แปลว่า ชื่อของผู้หญิง ตั้งโดยประเทศไทย เป็นพายุลูกที่ 6 จากการนับจำนวนพายุของศูนย์อุตุนิยมวิทยาชำนัญพิเศษประจำภูมิภาค (RSMC) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในอดีตสหรัฐจะเป็นผู้ตั้งชื่อพายุต่าง ๆ ทั่วโลกมาโดยตลอด เนื่องจากมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีที่สามารถพยากรณ์อากาศและตรวจจับการเคลื่อนที่ของลมพายุ
ต่อมาในปี 2543 หลายประเทศทั่วโลกได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของคณะกรรมการพายุไต้ฝุ่นขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก โดยแต่ละภูมิภาคก็จะมีการแบ่งโซนการตั้งชื่อพายุเป็นของตัวเอง
สำหรับพายุวิภา กรมอุตุฯได้อัปเดตสถานการณ์ล่าสุดว่า พายุกำลังเคลื่อนตัวตามแนวชายฝั่งประเทศจีนไปทางตะวันตก และเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ย ซึ่งคาดว่าในวันพรุ่งนี้จะขึ้นฝั่งที่บริเวณตอนบนของประเทศเวียดนาม หลังจากนั้นจะค่อย ๆ อ่อนกำลังลง
ซึ่งคาดว่าพายุวิภาจะขึ้นฝั่งไทย ในช่วงเช้าของวันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2568 โดยจะส่งผลกระทบกับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เช่น จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และพื้นที่ภาคเหนือที่คาดว่าจะมีศูนย์กลางพายุวิภาอยู่ที่จังหวัดน่าน รวมไปถึงบางพื้นที่ของภาคกลางฝั่งตะวันตก ที่จะได้รับอิทธิพลของพายุทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก
ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา แถลงข่าวเตือนให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้ง 47 จังหวัด ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม ในช่วงวันที่ 22-24 กรกฎาคม 2568 โดยมีจัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงเพื่อเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที ดังนี้
โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง และพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมอยู่ให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อลดผลกระทบจากเหตุอุทกภัยให้ได้มากที่สุด รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนปฏิบัติตามประกาศแจ้งเตือนภัยจากทางราชการอย่างเคร่งครัด
พื้นที่เฝ้าระวัง 22-24 กรกฎาคม
ภาคเหนือ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา และอุบลราชธานี
ภาคกลาง ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
ภาคใต้ ได้แก่ ระนอง และจังหวัดพังงา
กอปภ.ก. จึงได้ประสานแจ้ง 47 จังหวัด และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่ตกหนัก อาจทำให้เกิดอุทกภัยได้ โดยได้กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้จัดทีมปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อเข้าเผชิญเหตุและให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่เสี่ยงและบริเวณที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ใน 24 ชั่วโมง พื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง และพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมอยู่ ให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อลดผลกระทบจากเหตุอุทกภัยให้ได้มากที่สุด
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัยให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลใดเข้าพื้นที่ พร้อมนี้ให้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย และพร้อมเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีหากเกิดสถานการณ์ขึ้น ตลอด 24 ชั่วโมง
และขอให้จังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์โดยปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างเคร่งครัด
สำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยในระยะนี้ ขอให้ติดตามสภาพอากาศ ประกาศการแจ้งเตือนภัย สถานการณ์น้ำในพื้นที่ และข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้น
ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือพายุวิภาที่พัดเข้าสู่ประเทศไทยว่า ถ้าดูที่เพจของกระทรวงมหาดไทย เราได้สั่งการอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ตนได้เปิดวอร์รูมให้ปฏิบัติการ 24 ชั่วโมง และสั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. และหน่วยงานในจังหวัดทั้งหมดตื่นตัวในเรื่องนี้
รวมถึงประสานงานแจ้งข่าวสารให้ประชาชนทราบ เท่าที่ติดตามสถานการณ์วันนี้ยังไม่ใช่เป็นน้ำท่วมขัง แต่เป็นเรื่องน้ำหลากที่เข้ามาแล้วก็ไป เราได้เตรียมเครื่องมือไปไว้ตามจุดต่าง ๆ แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไร
ผลกระทบภูเก็ต-ฮ่องกง
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากเผชิญหน้ากับพายุวิภาเมื่อวันวานที่ผ่านมา ฮ่องกงได้ประกาศเตือนภัยระดับ T10 (ระดับสูงสุด) เพื่อรับมือ ทั้งฝนตกหนัก ลมแรง น้ำท่วมบางพื้นที่ เที่ยวบินถูกยกเลิก และประชาชนอย่างน้อย 30 คนต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล
ผลจากพายุวิภาในครั้งนี้ทำให้ย่านนอร์ทพอยต์เกิดนั่งร้านไม้ไผ่พังถล่ม ส่วนที่เคนเนดีทาวน์ เรือลำหนึ่งชนเข้ากับท่าเรือไชนาเมอร์แชนต์สวาร์ฟ ขณะที่เฮงฟาชวน เกิดน้ำท่วมสูงเนื่องจากภูมิประเทศที่ราบต่ำ มีคลื่นซัดฝั่งสูง แต่ไม่มีน้ำท่วม
ส่วนในย่านหว่องไทซิน มีน้ำท่วมบนถนนหลุงเจิ้ง ซึ่งเป็นถนนสายหลักสายหนึ่งในย่านนี้ เจ้าหน้าที่ต้องรีบเร่งทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ขณะที่ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องลุยน้ำที่ท่วมสูงถึงเข่า รัฐบาลฮ่องกงกล่าวว่า ผลจากพายุทำให้มีผู้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐทั้งหมด 33 ราย ด้านกรมดับเพลิงได้รับรายงานต้นไม้ล้ม 425 ต้น ขณะที่กรมระบายน้ำพบกรณีน้ำท่วม 7 จุด
ต่อมาเวลา 19.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นฮ่องกงได้ลดสัญญาณเตือนภัยพายุลงเหลือระดับ T3 หลังจากพายุวิภาเคลื่อนตัวออกไปและมุ่งหน้าสู่มณฑลกวางตุ้งของประเทศจีน
ด้านจังหวัดในประเทศไทย สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุเรือหางยาวเพลาใบจักรเครื่องยนต์เสีย บริเวณเกาะไม้ท่อนมีคลื่นลมแรงทำให้สมอลากเรือลอยไปไกลถึงเกาะดอกไม้ มีผู้โดยสาร 5 คนบนเรือ
เจ้าหน้าที่จึงนำเรือตรวจการณ์ 601 ออกค้นหา พร้อมประสาน ศรชล.ภาค 3 และทัพเรือภาคที่ 3 ส่งเรือ ต.272 ร่วมช่วยเหลือจนสามารถนำผู้ประสบภัยทั้งหมดกลับฝั่งได้อย่างปลอดภัยทุกคน
ทั้งนี้ สำนักงานเจ้าท่าได้ประกาศเตือนเรือเล็กให้งดออกจากฝั่งตั้งแต่วันที่ 19-21 ก.ค. และให้ผู้ควบคุมเรือติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
อ้างอิง hongkongfp