เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ประธาน ส.อ.ท. โชว์โอกาสทองความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี

22 ก.ค. 2568 | 22:14น.

ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โชว์โอกาสทองความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี ชี้ไทยต้องเรียนรู้-หาจุดสมดุลพัฒนาธุรกิจร่วมกัน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยในงาน Exclusive Dinner Talk ไทย-จีน THE GOLDEN ROAD FROM NOW TO ETERNITY หัวข้อ โอกาสและความร่วมมือด้านการลงทุนไทย-จีน ว่า ปี 2568 นี้ ถือเป็นปีทองในวาระความสัมพันธ์ไทยและจีนครบรอบ 50 ปี ซึ่งปีนี้ ส.อ.ท.มีกิจกรรมมากมายร่วมกัน เนื่องจากโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระบบการค้าที่มีความท้าทายมากขึ้น ทำให้ภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับตัวอย่างยิ่ง การที่ ส.อ.ท.ประกาศยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่ตรงกับนโยบายของประเทศจีนที่ตั้งไว้ ถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เราสามารถเข้าสู่ความร่วมมือในห่วงโซ่การเป็นพันธมิตร การช่วยเหลือและพัฒนายกระดับเทคโนโลยี

“ปี 2567 เป็นปีที่มีการลงทุนจากจีนเข้าไทยจำนวนมากกว่า 1.7-1.8 แสนล้านบาท และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาการหลั่งไหลของการลงทุนจากจีนเข้ามาในไทยเป็นอันดับ 1 สะสมกว่า 8 แสนล้านบาท โดยตัวเลขการค้าขายในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คิดเป็นมูลค่า 57,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โตขึ้น 26% เทียบกับปี 2567 ทำให้ประเทศไทยต้องเรียนรู้และเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตร่วมกัน ทำอย่างไรในการหาจุดสมดุล รวมถึงนำเทคโนโลยีที่มีอยู่มาพัฒนาในด้านต่าง ๆ ร่วมกัน” นายเกรียงไกรกล่าว

นายเกรียงไกรกล่าวว่า ส.อ.ท.และกรุงเทพฯ รวมถึงหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมได้ทำโครงการเพื่อมอบของขวัญให้ประชาชน คือ การช่วยลดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เริ่มต้นที่กรุงเทพฯ หลังจากดำเนินการในจีนแล้วประสบความสำเร็จได้ จึงมองว่าสิ่งนี้จะเป็นของขวัญในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน ไม่ใช่เฉพาะการค้าขายหรือการลงทุน แต่มีมิติที่สร้างความแนบแน่นมาเป็นเวลานาน จึงเชื่อว่าทั้งไทยและจีนจะทำงานร่วมกันไม่ใช่อยู่แค่ 50 ปี แต่จะอยู่ด้วยกันอีกตลอดไปอย่างลงตัวและกลมกลืน เป็นความสัมพันธ์แบบวิน-วิน มีความจริงใจระหว่างกัน ซึ่งจะหาแนวทางทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาไปสู่ Golden Road

นายเกรียงไกรกล่าวว่า ช่วงวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพิ่งกลับจากการเดินทางไปปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งได้ร่วมงานซัพพลายเชนเอ็กซ์โป สิ่งสำคัญคือ ความแข็งแกร่งและความยิ่งใหญ่ของการที่จีนเป็นโรงงานของโลก เป็นโรงงานที่มีความมหัศจรรย์ ซึ่งมีความครบถ้วนในการให้ความสำคัญกับซัพพลายเชน โดยได้มีการพูดคุยในหลายอุตสาหกรรมทั้งยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) การบรรจุแบตเตอรี่ต่าง ๆ เพราะเทคโนโลยีเหล่านั้นมีการปรับเปลี่ยนรวดเร็ว

รวมถึงอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดมีความสำคัญ ซึ่งจีนถือเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้เช่นกัน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ ลม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เราเห็นว่า ประเทศไทยและจีน ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ระหว่างคนเท่านั้น เพราะ 50 ปีที่ผ่านมา นับเฉพาะทางการเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาทั้ง 2 เชื้อชาติมีการผสมผสานที่ลงตัวกันอย่างยาวนาน เหมือนที่พูดว่า ไทย-จีนใช่อื่นไกลเป็นพี่น้องกัน ถือเป็นคำที่ตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศได้เป็นอย่างดี