‘พริษฐ์’ มองจัดงบฯ 69 ปัญหาซ้ำซ้อน 3 ด้าน “แยก-แย่ง-ย้าย”
สส.ประชาชน ติงระบบราชการมีปัญหาซ้ำซ้อน 3 ด้าน “แยก-แย่ง-ย้าย” เชื่อหากศึกษารอบคอบรัฐสะเปะสะปะน้อยลง ชี้ไม่เริ่มต้นปรับปรุงการจัดทำงบฯ ประเทศเสี่ยงไม่เหลือเงินพอในการแก้ไขปัญหาสำคัญ
ที่รัฐสภา การพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระ 2 และวาระ 3
เวลา 10.00 น. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ. สงวนความเห็น อภิปรายในมาตรา 4 ภาพรวมว่า เข้าใจดีว่ารัฐบาลเริ่มจัดสรรงบประมาณปี’69 ตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดวิกฤตภาษีตอบโต้กับสหรัฐ แต่ที่ไม่สามารถเข้าใจได้ คือการที่ กมธ.มีเสียงข้างมากจากรัฐบาลได้ทำน้อยเกินไป ในการจัดลำดับความสำคัญงบประมาณปี’69 เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจที่จะตามมา จากทั้งข้อตกลงกับสหรัฐ และจากระเบียบโลกที่มีความไม่แน่นอน แล้วจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อปากท้องของประชาชนในทุกภาคส่วน
หากเทียบเมื่อ 5 ปีที่แล้ว กมธ. ในปี’64 ได้มีการจัดงบฯใหม่ไปประมาณ 3.1 หมื่นกว่าล้านบาท เพื่อเตรียมต่อกรกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากโควิด แต่ในปี’69 กมธ.มีการจัดงบฯใหม่เพียง 8 พันกว่าล้านบาท เพื่อต่อกรกับวิกฤตเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจากกรณีภาษีตอบโต้ของสหรัฐ
สิ่งที่ประเทศเราขาดมากที่สุด คือประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณอย่างตรงจุดและคุ้มค่า ไม่ว่าจะเปิดไปในงบฯของกระทรวงไหนก็สามารถพบบางส่วนที่ปรับลดได้เพื่อไปโยกแก้ปัญหาให้กับประชาชน
นายพริษฐ์กล่าวว่า ปัญหาเรื่องความซ้ำซ้อนในการจัดทำงบประมาณแบ่งออกเป็น 3 ด้านคือ
1.แยกกันทำ หมายถึงความซ้ำซ้อนในระดับโครงการ คือการที่มีโครงการที่อาจจะเป็นประโยชน์และคาบเกี่ยวกับภารกิจของหลายหน่วยงาน แต่หน่วยงานต่างเลือกที่จะต่างคนต่างทำ มากกว่าการร่วมกันทำ
2.แย่งกันทำ หรือความซ้ำซ้อนในระดับของภารกิจ คือการที่หลายหน่วยงานอาจจะมีการขีดเส้นและจัดวางภารกิจที่แตกต่างกัน ไม่ซ้ำซ้อนกันอย่างชัดเจนแต่ในทางปฏิบัติเราเห็นว่ามีหลายหน่วยงานขยายภารกิจของตัวเองที่เสี่ยงจะไปซ้ำซ้อนกับภารกิจของหน่วยงานอื่น
3.ย้ายออกไปทำ หรือความซ้ำซ้อนในระดับหน่วยงาน คือการที่มีหลายหน่วยงานที่ถูกตั้งขึ้นมาด้วยภารกิจที่เสี่ยงจะซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่มีอยู่แล้ว
นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า การพิจารณาควบรวมหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งต้องศึกษากันอย่างละเอียดรอบคอบ เข้าใจว่าการควบรวมหน่วยงานแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจำนวนงานและจำนวนคนจะลดลงเสมอไป แต่เชื่อว่าหากเรามีการศึกษาและพิจารณาควบรวมหน่วยงานที่มีภารกิจที่เสี่ยงจะซ้ำซ้อนกันอย่างจริงจัง จะทำให้โครงการและกิจกรรมของรัฐนั้นมีความสะเปะสะปะน้อยลง และก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทรัพยากรมากขึ้น เราจะทำให้หน่วยงานของรัฐผลิตแผนขึ้นหิ้งน้อยลง และทำงานในทิศทางเดียวกันมากขึ้น
“หากเราไม่เริ่มต้นมาปรับปรุงเรื่องการจัดทำงบประมาณโดยการลดความซับซ้อนที่แทรกอยู่ในทุกระดับของระบบราชการ ประเทศเราเสี่ยงจะไม่เหลืองบประมาณเพียงพอในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประชาชน และเสี่ยงจะไม่มีความคล่องตัวมากพอในการรับมือกับวิกฤตและปัญหาใหม่ที่ถาถมเข้ามา” นายพริษฐ์กล่าว