เปิดงบฯ 69 กระทรวงคมนาคมยุคเพื่อไทย 1.8 แสนล้าน ฝ่ายค้านถล่มตึกกระทรวงแห่งใหม่ 3.6 พันล้าน สะท้อนขอลดความไฮโซ หรูหราเทียบเท่าห้างใหญ่แบรนด์หรู
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ของรัฐบาล วาระ 2 และ 3 ระหว่างวันที่ 13 ถึง 15 สิงหาคม 2568 นี้ มีหลากประเด็น หลายโครงการถูกจับตา
กระทรวงคมนาคม เกรด A รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงสังกัดพรรคเพื่อไทย (พท.) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ คุมต่อเนื่องไม่เปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ยุคเศรษฐา ทวีสิน ถึงยุคแพทองธาร ชินวัตร
ปีนี้ส่งพิมพ์เขียวงบประมาณรายจ่าย 2569 วงเงิน 1.8 แสนล้าน ฝ่ายค้านชำแหละไส้ในถล่มตั้งแต่ยังไม่เข้าวาระ 2-3 ในรายการ “งบก่อสร้างอาคาร” ที่ทำการกระทรวงคมนาคม แห่งใหม่ เขตบางซื่อ (พื้นที่การรถไฟฯ ใกล้สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์)
ตึกใหม่คมนาคม 3.8 พันล้าน
สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ เสนอโดยสำนักปลัดกระทรวง ภาพรวมวงเงินใช้งบฯ 3,832 ล้านบาท เป็นงบฯผูกพันถึงปีงบฯ 71 (ตั้งงบฯ 69 มูลค่ากว่า 574 ล้านบาท / งบฯ 70 มูลค่ากว่า 1.6 พันล้านบาท / งบฯ 71 มูลค่ากว่า 1.6 พันล้านบาท)
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังมีการแยกเป็นค่าควบคุมงานก่อสร้างโครงการ อีก 113 ล้านบาท ส่วนนี้นั้นเป็นงบฯผูกพันระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปีงบฯ 2569 ถึง 2571 เช่นกัน
และสำนักปลัดกระทรวงยังเสนอของบฯ 69 เพื่อโครงการจัดตั้งห้องอ่านวิเคราะห์ข้อมูลจากเครื่องบันทึกการบิน 43 ล้านบาทอีก

ขณะที่งบฯ 69 การขอก่อสร้างอาคารอื่น ๆ ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคม อาทิ
กรมเจ้าท่า : ของบฯ 69 ดำเนินโครงการก่อสร้างท่าเรือ รวม 366 ล้านบาท เช่น ค่าก่อสร้างท่าเรือและโรงจอดเรือ แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณรัฐสภาไทย วงเงิน 68 ล้านบาท (เป็นงบฯผูกพัน ทั้งโครงการ 150 ล้าน), ค่าก่อสร้างท่าเทียบเรือพร้อมศาลาพักผู้โดยสาร บริเวณทะเลบัวแดง 2 แห่ง ที่จังหวัดอุดรธานี วงเงิน 9 ล้าน (เป็นงบฯผูกพัน ทั้งโครงการ 20 ล้าน), ค่าก่อสร้างท่าเรือเฟอร์รี่บริเวณอ่าวท่าเลน อ.เมืองกระบี่ วงเงิน 45 ล้านบาท (เป็นงบฯผูกพัน ทั้งโครงการ 120 ล้าน), ค่าก่อสร้างท่าเรือเฟอร์รี่บริเวณอ่าวปอ จังหวัดภูเก็ต วงเงิน 30 ล้านบาท (เป็นงบฯผูกพัน ทั้งโครงการ 200 ล้าน) เป็นต้น
กรมทางหลวง : ของบฯ 69 ดำเนินโครงการก่อสร้างที่พักอาศัยและสิ่งประกอบ, โครงการก่อสร้างพัฒนาจุดจอดพักรถและสถานีตรวจสอบน้ำหนัก ทั่วประเทศ, นอกจากนั้นเป็นงบฯก่อสร้าง พัฒนา ปรับปรุงระบบเกี่ยวกับทางหลวง
กรมทางหลวงชนบท : ของบฯ ดำเนินโครงการก่อสร้างที่พักอาศัย ที่มีราคาต่อหน่วยต่ำกว่าสิบล้าน ภาพรวม 71 ล้านบาท และค่าก่อสร้างอาคารที่ทำการและสิ่งประกอบอื่น ๆ
กรมท่าอากาศยาน : ของบฯ ดำเนินโครงการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารที่พัก ของเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยาน เป็นต้น
จากข้อมูลเบื้องต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งการของบฯ 69 ของกระทรวงคมนาคม เพื่อนำมาดำเนินการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ยังไม่นับรวมโครงการพัฒนา ศึกษา วิจัยอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ที่ถูกจับตาในเรื่องการใช้งบฯ จากสังคมและพรรคฝ่ายค้าน

พรรคประชาชน ชำแหละตึกแพง
ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน อันดับ 1 อย่างบรรดา สส.พรรคประชาชนดาหน้าออกมาเปิด เจาะ วิเคราะห์งบฯกระทรวงคมนาคม
“ตึกคมนาคมแพงกว่าตึก สตง. กว่า 3 เท่า เมื่อเทียบต่อหัวต่อข้าราชการที่อยู่ สร้างอย่างโอ่อ่า ไม่เห็นหัวประชาชน ใช้งบฯแบบล้างผลาญเกินจำเป็นไปมาก ออกแบบอย่างกับห้างเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ แต่ไม่ค่อยมีประโยชน์ในแง่สถานที่ราชการ” สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.พรรคประชาชน อภิปรายสะท้อนถึงการใช้งบฯสร้างตึก ก.คมนาคม แห่งใหม่
สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชน.รายนี้มองว่า งบฯก่อสร้างอาคารดังกล่าวสามารถปรับลดได้อีก เพื่อนำเงินไปใช้กับสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมากกว่า พร้อมขยายความว่า พื้นที่ใช้สอยคิดเป็น 124 ตารางเมตร/คน มากกว่าตึกเดิมที่ใช้ 21 ตารางเมตร/คน และห้องประชุมยังมีจำนวนมาก ขณะที่ห้องต่าง ๆ ทำหรูเหมือนโรงแรม ทั้งที่กระทรวงคมนาคมร่ำรวยมาจากเงินภาษีประชาชน
ฉะนั้น อยากให้สำนักปลัดกระทรวงคมนาคมนำแบบ และ BOQ (เอกสารรายการ) กลับไปทบทวน แล้วค่อยเสนอใหม่ในปีหน้า ด้วยราคาที่เหมาะสม
สอดคล้องกับ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน เสนอปรับลดงบประมาณกระทรวงคมนาคม 3 เปอร์เซ็นต์ ลงอีกจำนวน 5,558 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณโครงการก่อสร้างอาคารกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ โดยยก 3 เหตุผล 1.ต้นทุนสูงเกินไป เพราะงบประมาณค่าก่อสร้างเมื่อรวมกับมูลค่าที่ดิน ค่าควบคุมงาน และค่าปรับปรุง รวมทั้งหมด 5,810 ล้านบาท ซึ่งเป็นแค่เงินต้น ยังไม่รวมดอกเบี้ย
2.มีเพียง 5 หน่วยงานเท่านั้นที่จะย้ายมาใช้อาคารแห่งนี้ จากเดิมที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เคยบอกว่าจะมี 22 หน่วยงานย้ายมาใช้ และจะมีบุคลากร 80,000 คนได้ประโยชน์ เพราะอีก 17 หน่วยงานของกระทรวงจะไม่ย้ายมาใช้อาคารแห่งใหม่นี้ และ 3.อาคารดังกล่าวมีขนาดใหญ่เกินความจำเป็น มากกว่าอาคารเดิม 3.5 เท่า
ขณะที่ ภัสริน รามวงศ์ สส.หญิง พื้นที่ กทม.พรรคประชาชน อภิปรายการใช้งบประมาณของกรมเจ้าท่า มีจำนวนมากถึง 4 พันกว่าล้านบาท เป็นงบฯลงทุนโครงการต่าง ๆ กว่า 3.2 พันล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบโครงข่ายคมนาคมทางน้ำทั่วประเทศ รวมถึงท่าเทียบเรือ เช่น ท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีโครงการ Smart Pier ปรับปรุงก่อสร้างเพื่อพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณท่าเรือ
รวมถึงโครงการท่าเรือและโรงเก็บเรือบริเวณรัฐสภา ที่เปรียบว่าคล้ายโรงลิเก และเป็นท่าเรือ 2 ฝั่ง ทั้งฝั่ง สส. และ สว. ราคาฝั่งละ 51 ล้าน เข้าใจว่าโครงการนี้เพื่อรองรับการเดินของ สส. สว. และแขกบ้านแขกเมือง แต่เมื่อเทียบกับงบฯปรับปรุงท่าเรือ 13 แห่ง ที่ประชาชนใช้สัญจรทุกวัน ท่าเรือของรัฐสภาแห่งเดียวกลับมีงบฯก่อสร้างเกือบ 4 เท่า ที่สำคัญปัจจุบันรัฐสภามีโป๊ะเรือ และมีผู้ใช้บริการอยู่แล้ว เฉลี่ยวันละเกือบ 600 คน เป็นอันดับที่ 18 จาก 46 ท่าเรือ
“รัฐสภา ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติที่พิจารณางบประมาณของหน่วยงานอื่น ควรเป็นตัวอย่างในการใช้งบประมาณอย่างสมเหตุสมผล เน้นประโยชน์สาธารณะของประชาชน ไม่ใช่เพื่อความสบายของผู้มีตำแหน่ง” สส.ภัสริน ส่งเสียงสะท้อนในสภาผู้ทรงเกียรติ
นอกจากนี้ ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรค ปชน. เสนอขอให้ตัดลดงบฯ กรมท่าอากาศยาน (ทย.) ที่ว่า “หนึ่งจังหวัด หนึ่งสนามบิน ของมันต้องมี” พร้อมระบุว่า อยากเตือนสติทุกครั้งที่เราสร้างสนามบิน ต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นตามมา ทั้งที่งบฯปัจจุบันยังทำของเดิมให้มีมาตรฐานไม่ได้ เช่น บางสนามบินไม่มีไฟลต์เพียงพอ บางแห่งเป็นสนามบินร้างก็ยังของบฯ
ดังนั้น การสร้างสนามบินใหม่ก็เท่ากับต้องมีค่าใช้จ่ายผูกพัน จึงขอให้คิดให้ดี ๆ
“ผมสงสัยว่ามีความต้องการจริงหรือไม่ เวลาที่จะมีการสร้างสนามบิน ต้องศึกษาให้แน่ชัดว่าประชาชนต้องการจริง ไม่ใช่สำหรับคนบางกลุ่มเท่านั้น” สส.ภัณฑิลสะท้อนถึงการของบฯเพื่อสร้างสนามบิน
แต่ในท้ายสุด 14 สิงหาคม 2568 เวลา 15.55 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 69 มาตรา 15 กระทรวงคมนาคม โดยที่ประชุมสภามีมติเห็นด้วยกับมาตรา 15 งบประมาณกระทรวงคมนาคม ด้วยคะแนน 248 เสียง ไม่เห็นด้วย 133 เสียง งดออกเสียง 23 เสียง ไม่ลงคะแนน 4 เสียง
