นักวิชาการอัดน่าละอายปมบีบ ‘หมอสุภัทร’ ออกจากราชการ หวั่นอนาคตข้าราชการไม่กล้าทำดี จี้ทบทวน-ไต่สวนคนต้นคิด ปลุกพลังสังคมช่วยส่งเสียงยับยั้งการกระทำแบบนี้
นายอรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์กรณีมีความพยายามให้ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.รพ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท ออกจากราชการ หลังจากถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง กรณีการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ช่วงที่โควิด-19 ระบาด ขัดกับระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ว่าช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 นพ.สุภัทรพยายามทำหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในการต่อสู้กับโควิด-19
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ นพ.สุภัทร ครั้งนี้ จึงเป็นการกระทำที่น่าละอาย สมควรต้องได้รับการทบทวน และยิ่งกว่าการทบทวน คือได้รับการไต่สวนเพื่อลงโทษผู้ที่คิดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะเมื่อเกิดวิกฤตในสังคม สิ่งที่หมอและเครือข่ายแพทย์ชนบท ทำเป็นการเกื้อหนุนให้คนกรุงเทพฯ ลุกขึ้นมาต่อสู้กับโรคร้ายมากมายหลายแสนคน สิ่งนี้ต่างหากที่กระทรวงสาธารณสุขควรจะให้รางวัลหมอ รวมถึงแพทย์ชนบท
“การกระทำครั้งนี้จึงเป็นการกระทำที่น่าละอายของอำนาจในระบบราชการ เป็นการกระทำที่ยิ่งทำให้ความปรารถนาดีต่อสังคมของข้าราชการถูกเหยียบย่ำลงไป ทำให้ในอนาคตไม่มีใครที่จะกล้าทำอะไร เพราะทำดีไปก็จะถูกมุ่งร้าย สิ่งนี้จึงควรเป็นกรณีศึกษาที่จะใช้ปรับระบบราชการ ห้ามผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจอย่างเถื่อนแบบนี้” นายอรรถจักร์ กล่าว
เมื่อถามว่าขั้นตอนหลังจากนี้กรรมการสอบสวนจะต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมด ส่งต่อไปยังคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) ที่มีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน ยังพอมีความหวังว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ นายอรรถจักร์กล่าวว่าตนไม่เชื่อในตัวรัฐมนตรี ไม่ว่าใครก็ตาม เพราะรัฐมนตรีกับปลัดกระทรวง โดยมากจะทำงานเข้าขากัน
ดังนั้น หากปราศจากพลังทางสังคมเข้ามาค้ำยัน เชื่อว่ารัฐมนตรีหรือนักการเมืองจะปฏิบัติตามข้าราชการระดับสูง แต่หากพลังทางสังคมช่วยกันบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมีอะไรที่ซับซ้อน หรือเป็นสิ่งที่แย่ ส่วนตัวเชื่อว่านักการเมืองจะถอยออกมา และจะไม่กล้าตัดสินใจตามข้าราชการระดับสูง
“ในกรณีนี้และกรณีทั่ว ๆ ไป กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวงการราชการ สังคมจำเป็นที่จะต้องส่งเสียงดังให้มากที่สุด เพื่อยับยั้งการกระทำแบบนี้“ นายอรรถจักร์ระบุ