Skip to content

Shopee ปักธงเบอร์ 1 ชู Localization สู้ตลาดเดือด

07 ก.ค. 2561 | 23:57น.
Shopee ปักธงเบอร์ 1 ชู Localization สู้ตลาดเดือด

เป็นอีกหนึ่งอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ในไทยที่ยังคงรุกตลาดหนักหน่วง สำหรับ “Shopee” ตั้งแต่บริษัทแม่อย่าง Sea ระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ยิ่งเห็นการเติบโตและแคมเปญตลาดใหม่ ๆ เมื่อไตรมาส 1/2561 ประกาศยอดขายใน 7 ประเทศเพิ่มถึง 199.5% “ประชาชาติธุรกิจ” พาคุยกับ “อากาธา โซห์” หัวหน้าฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ ประเทศไทย

Q : ตลาดไทยยังแข่งดุเดือด

ยังดุเดือด ยิ่งมีผู้เล่นเยอะ ยิ่งดีกับช้อปปี้และตลาดอีคอมเมิร์ซ เพราะทุกรายจะมุ่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ และผู้บริโภคก็จะได้ประโยชน์จากการแข่งขัน

Q : ต้องปรับตัวเยอะ

พยายามตามติดเทรนด์ พฤติกรรมผู้บริโภค ปรับให้แพลตฟอร์มที่ดีที่สุดสำหรับผู้ซื้อและผู้ขาย รับฟังเสียงจากผู้บริโภค สร้างฟีเจอร์ให้เหมาะกับผู้ค้าในทุกระดับตั้งแต่รายย่อย SMEs หรือ big brand เป็น tailor made ให้กับทุกคน เพื่อให้สินค้าหลากหลาย

Q : ตลาดไทยยังโตได้อีกมาก

ได้อีกเยอะ ทั้งแบงก์ ทั้งโลจิสติกส์ก็ต่างมีบริการมาส่งเสริม และรัฐบาลยังส่งเสริมดิจิทัลอีโคโนมี หลายหน่วยงานช่วยผลักดัน SMEs ให้โกออนไลน์

Q : แต่รัฐมีนโยบายจะเก็บภาษี

ไม่ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายอะไร ช้อปปี้พร้อมจะสนับสนุนเพื่อให้ภาพรวมเดินหน้าไปได้ ไม่คิดว่าจะเป็นอุปสรรค

Q : เทียบกับประเทศอื่นที่ทำธุรกิจ

ไทยเป็นตลาดเติบโตสูง แม้ประชากรไม่มากเท่ากับอินโดนีเซียที่ใหญ่สุดด้วยจำนวนประชากร แต่ไทยพร้อมด้านอินฟราสตรักเจอร์ เปิดกว้างรับสิ่งใหม่ ๆ มีอัตราการใช้งานอีคอมเมิร์ซยังไม่สูงมาก มีโอกาสเติบโตได้อีกเยอะ

Q : พฤติกรรมผู้บริโภคไทยแตกต่าง

ที่โดดเด่นมาก คือ ชอบโซเชียล จึงมีฟีเจอร์ live chat เพื่อให้สื่อสารกับผู้ค้าได้สะดวก ซึ่งมียอดใช้งานเยอะ กับเซเลบมาร์เก็ตติ้ง เห็นชัด จึงเปิด Shopee Celebrity Club รวมร้านค้าของเหล่าดารา เซเลบ มาขาย

Q : รายย่อยยังมีที่ยืนในอีคอมเมิร์ซ

เราซัพพอร์ตทั้ง SMEs และ big brand จึงมีเครื่องมือและทรัพยากรคอยสนับสนุน อาทิ ช้อปปี้ยูนิเวอร์ซิตี้ เป็นเทรนนิ่งโปรแกรมให้ SMEs และมีเซลเลอร์เซ็นเตอร์ เพื่อให้จัดการร้านค้าออนไลน์ได้ดีขึ้นสินค้าที่รายย่อยน่าจะยังไปได้ดีคือ กลุ่มเฮลท์แอนด์บิวตี้ อาหาร ก็พยายามดึง OTOP เข้ามาส่วนภาพรวมยังเป็นกลุ่มแฟชั่นผู้หญิง ส่วนโมบายและแก็ดเจต 6 เดือนที่ผ่านมา

โตถึง 50% เห็นได้ชัดว่าผู้บริโภคเริ่มยอมรับการซื้อสินค้าราคาแพงขึ้น

Q : ไปขายกับช้อปปี้ประเทศอื่นได้

มีผู้ค้าเรียกร้องเข้ามาเยอะ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาไปสู่จุดนั้น เพราะสินค้าไทยก็ได้รับความนิยมสูงในหลายประเทศ อย่างในไต้หวัน สินค้าไทยอยู่ในกลุ่ม top แต่อาจจะต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี เพราะขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละประเทศด้วย ว่าจะเปิดรับแค่ไหน

Q : อุปสรรคสำคัญของตลาดไทย

ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการค้าขายออนไลน์ ที่ผ่านมาได้จัดทีมเข้าไปซัพพอร์ตและโรดโชว์ทั้งในกรุงเทพฯ เชียงราย เชียงใหม่ ชลบุรี และมีแผนจะขยายไปตามหัวเมืองใหญ่ รวมถึงจับมือ

ร่วมกับภาครัฐเพื่อให้เกิดความรู้และความกล้าในการใช้งานมากขึ้น

Q : อนาคตจีนจะผูกขาดตลาด

ถ้าหมายถึงที่ทุนจีนเข้ามาเยอะ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นตลาดไทยและอาเซียนเติบโตแน่ ๆ แต่ช้อปปี้โฟกัส การปรับสู่ความเป็นโลคอล ในอาเซียนแต่ละประเทศมีเอกลักษณ์ ฉะนั้นกลยุทธ์ทางการตลาดที่เข้าใจและตอบโจทย์แต่ละประเทศให้มากที่สุดจึงสำคัญ

Q : ไม่ลดไม่ซื้อ-ทุนหนาได้เปรียบ

ผู้บริโภคทั่วโลกชอบส่วนลดทั้งนั้น ซึ่งช้อปปี้ก็มีแคมเปญให้ต่อเนื่อง และผลตอบรับดีตลอด แต่ก็ให้เทคนิคกับผู้ค้าในการตั้งราคาที่จะดึงดูดด้วย เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะซับซิไดซ์ได้ตลอด เพียงแต่ ณ จุดนี้ ทุกเจ้าก็จะทุ่มงบฯให้เต็มที่

Q : จะคืนทุนในไทยได้เมื่อใด

ต้องถึงเวลาที่ตลาดโตเต็มที่จริง ๆ พร้อมทั้งเพย์เมนต์ โลจิสติกส์ และจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เติบโตสูง อย่างในไต้หวันที่อีคอมเมิร์ซแข็งแกร่งมาก หารายได้จากการซื้อโฆษณาของผู้ค้า

ในแพลตฟอร์มได้ ก็เพราะชาวไต้หวันกว่า 50% เข้าถึงอีคอมเมิร์ซแล้ว

Q : ขยายธุรกิจครบวงจร

เรามีพาร์ตเนอร์ในทุกกลุ่มทุกแบรนด์ทั้งกับโลจิสติกส์ อีเพย์เมนต์ แต่ก็มีโอกาสที่จะขยับไปสู่ธุรกิจอื่นเพิ่ม แต่ไม่ใช่เวลานี้ ต้องให้มั่นใจว่าตลาดพร้อมก่อน

Q : อีก 2 ปี เป้าหมายในไทยคือ 

เป็นที่ 1 ในตลาด เชื่อว่ามีศักยภาพ เพราะมีจุดแข็งสำคัญ คือ กลยุทธ์ความเป็นโลคอล เข้าใจตลาดอย่างแท้จริงและโมบายแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์การมีเงินเยอะและประสบการณ์จากตลาดอื่นก็ชนะตลาดไทยไม่ได้ ต้องเรียนรู้ให้ตรงใจลูกค้า localization สำคัญมาก