งบฯราชการโปร่งใสด้วย Data ! จากดราม่าไวต์บอร์ด สู่แพลตฟอร์มตรวจสอบภาครัฐ
คอลัมน์ : Pawoot.com ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ
ช่วงการพิจารณางบประมาณปี 2569 ข่าวหนึ่งที่สะเทือนสังคม คือเรื่องการจัดซื้อไวต์บอร์ดดิจิทัล 65 นิ้ว 4K UHD ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ขอซื้อจำนวน 5 เครื่อง ในราคาสูงถึง 6.9 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 1.38 ล้านบาทต่อเครื่อง ปัญหาไม่ใช่เพียงแค่ราคา แต่คือการที่หน่วยงานผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบความโปร่งใสกลับถูกตรวจสอบเสียเอง เพราะราคาตลาดจริงของสินค้าชนิดเดียวกันอยู่ที่เพียง 50,000-200,000 บาท เท่านั้น
เมื่อกรรมาธิการท้วงถาม ป.ป.ช.อธิบายว่าเป็น “การพิมพ์เอกสารผิด” และรีบปรับลดงบประมาณลง 5.52 ล้านบาททันที แต่เหตุการณ์นี้ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า…แล้วที่ผ่านมามีงบประมาณที่ถูกขอเกินจริง แต่เราไม่รู้บ้างหรือเปล่า
เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาใหญ่ในระบบงบประมาณไทยอย่างน้อย 3 ข้อ
1.ความน่าเชื่อถือของเอกสารงบฯ-หากข้อผิดพลาดระดับหลักล้านบาทเกิดขึ้นง่ายเพียงแค่การพิมพ์ผิด แล้วประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเอกสารงบฯทั้งหมดถูกต้องจริง ?
2.กลไกตรวจสอบไม่ทันสมัย-ระบบการพิจารณายังพึ่งพาสายตาคนเป็นหลัก ต้องรอกรรมาธิการค้นเจอจึงจะมีการท้วงติง ไม่ได้มีระบบอัตโนมัติช่วยกลั่นกรอง
3.หน่วยงานต้นแบบยังไม่โปร่งใสพอ-ป.ป.ช.คือองค์กรอิสระที่ควรเป็นเสาหลักในการป้องกันทุจริต แต่เมื่อยังมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ความเชื่อมั่นในสถาบันตรวจสอบก็สั่นคลอนตามไปด้วย
ในฐานะคนทำ Startup ผมมองว่านี่คือโอกาสสร้างระบบใหม่ที่ใช้ Big Data และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วย ลองคิดดูสิครับ หากประเทศไทยมี Platform กลางสำหรับการยื่นคำของบประมาณ (Government Budget Request Validation) ที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลราคาตลาดออนไลน์ (e-Commerce Big Data) ทุกครั้งที่หน่วยงานของบฯซื้อสินค้า ระบบจะเช็กอัตโนมัติว่าราคาที่ขอมาอยู่ในช่วงไหนเมื่อเทียบกับท้องตลาด
ถ้าราคาสูงเกินไประบบจะไม่อนุญาตให้ส่งเรื่อง ถ้าหน่วยงานยืนยันจะขอก็ต้องให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงกดอนุมัติพิเศษ และต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ ว่าอนุมัติด้วยเหตุผลอะไร หากเกิดการทุจริตขึ้นก็ไม่สามารถอ้างได้ว่าไม่รู้เรื่อง เพราะหลักฐานปรากฏชัดเจนตั้งแต่ต้น ระบบนี้ไม่เพียงช่วยป้องกันการพิมพ์ผิด แต่จะเป็นเกราะป้องกันการพิมพ์เกินที่อาจเกิดขึ้นโดยเจตนา
ความน่าสนใจคือ ระบบแบบนี้ไม่ยากเลยที่จะสร้าง ไทยมี Startup ด้าน Big Data และ e-Commerce เช่น Etailligence ที่เก็บข้อมูลราคาสินค้าออนไลน์อยู่แล้ว เพียงเชื่อม API ให้ระบบงบประมาณของรัฐสามารถเรียกดูราคาตลาดได้แบบ Real-Time เพิ่มโมดูล Machine Learning เพื่อตรวจสอบราคาเฉลี่ยย้อนหลังและคำนวณราคากลางให้ใกล้เคียงความเป็นจริง มี Dashboard แสดงผลโปร่งใสให้ประชาชนเข้ามาดูได้ ว่างบฯที่หน่วยงานขอไปว่าสูงกว่าหรือต่ำกว่าตลาดเท่าไร Startup ไทยสามารถร่วมกันพัฒนาระบบนี้ให้ฟรีด้วยซ้ำ เพราะนี่คือโครงการที่สร้าง Impact ต่อประเทศโดยตรง และยังเป็นการพิสูจน์ศักยภาพของวงการ Startup ไทยต่อรัฐบาล
เหตุการณ์ไวต์บอร์ดดิจิทัลราคา 1.38 ล้าน ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่คือสัญญาณเตือนว่าระบบงบประมาณไทยยังมีช่องโหว่ใหญ่ที่ทำให้เงินภาษีประชาชนรั่วไหลได้ทุกเมื่อ ถ้ารัฐบาลจริงจังในการแก้ไขปัญหา ควรเร่งผลักดันการสร้างแพลตฟอร์มตรวจสอบงบฯแบบดิจิทัล ร่วมกับภาค Startup ไทยทันที เพื่อปิดช่องว่างนี้
ผมเชื่อว่าหากเราทำได้ การใช้งบประมาณประเทศจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น โปร่งใสมากขึ้น และที่สำคัญคือ ทำให้ประชาชนกลับมามีความหวังว่างบประมาณไทยไม่ใช่กระดาษที่พิมพ์ผิดได้อีกต่อไป