'บัญชีม้า' ภัยเงียบคู่มิจฉาชีพ เปิดกลลวง-วิธีจับไต๋ และโทษหนักตามกฎหมาย
‘บัญชีม้า’ กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความกังวลให้คนไทยไม่ต่างจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทั้งด้านทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคล แม้จะระมัดระวังเพียงใด แต่ด้วยช่องโหว่ในการกำกับดูแล มิจฉาชีพยังสามารถสวมรอยเปิดบัญชีเพื่อปกปิดตัวตน และใช้เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรมทางการเงินได้อย่างต่อเนื่อง
บัญชีม้า คืออะไร?
บัญชีม้า หมายถึงบัญชีเงินฝากที่เปิดโดยบุคคลหนึ่ง แต่ถูกนำไปใช้โดยผู้อื่น—มักเป็นมิจฉาชีพ—เพื่อทำธุรกรรมแทนตัวเอง ไม่ว่าจะโอน รับโอน หรือชำระเงิน ทำให้ปกปิดต้นตอที่แท้จริงได้ ถือเป็นภัยใกล้ตัวไม่ต่างจากคอลเซ็นเตอร์ โดยรูปแบบที่พบคือ
-
จ้างบุคคลทั่วไปไปเปิดบัญชีธนาคาร
-
ขโมยข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ หรือเลขบัตรประชาชน ไปเปิดบัญชีออนไลน์
เหยื่อมักเป็นกลุ่มวัยรุ่นหรือผู้สูงอายุที่ไม่ทันระวัง
กลลวงที่มิจฉาชีพใช้
บัญชีม้าเป็นเครื่องมือหลักของกลโกงเกือบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการฉ้อโกงออนไลน์ การกู้เงินผ่านแอปเถื่อน การพนัน ยาเสพติด หรือการฟอกเงิน มิจฉาชีพบางรายถือครองหลายบัญชีและโอนเงินต่อกันหลายทอดเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ
กลยุทธ์ที่ใช้บ่อย คือการแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐหรือเอกชน โทรมาหลอกให้โอนเงินตรวจสอบ โดยบัญชีที่ใช้จะเป็นชื่อบุคคลทั่วไป ไม่ใช่ชื่อหน่วยงาน หากจับสังเกตตรงนี้ได้ก็ช่วยลดความเสี่ยงถูกหลอก
ราคาซื้อ-ขาย และการทำงานเป็นขบวนการ
มีการซื้อขายบัญชีม้าอย่างเปิดเผย ราคาตั้งแต่ 800–20,000 บาท พร้อมแนบเอกสารส่วนตัวและซิมโทรศัพท์เพื่อเชื่อม Mobile Banking และทำธุรกรรมได้ทันที
โทษตามกฎหมาย เมื่อเข้าข่าย ‘บัญชีม้า’
พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 กำหนดว่า
-
เจ้าของบัญชีม้า หรือผู้ให้เช่าบัญชี ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
-
ผู้จัดหา โฆษณา หรือเผยแพร่ข้อมูลเพื่อซื้อขายบัญชี ต้องโทษจำคุก 2–5 ปี หรือปรับ 200,000–500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
-
หากเข้าข่ายฟอกเงินตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มีโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี หรือปรับ 200,000 บาท พร้อมอายัดทรัพย์
อ้างอิงจาก ธปท. และตำรวจไซเบอร์