เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“การบินไทย” ยกเลิกเที่ยวบินในประเทศยกแผง พร้อมปรับตารางบินเพิ่มช่วง 1-3 ตุลาฯ
Business “การบินไทย” ยกเลิกเที่ยวบินในประเทศยกแผง พร้อมปรับตารางบินเพิ่มช่วง 1-3 ตุลาฯ
2 บอร์ด กสทช. ส่งหนังสือด่วนจี้ ‘ไตรรัตน์’ จัดประชุมด่วน 1-2 ต.ค. ยัน ‘หมอสรณ’ หมดอำนาจนัดถก-สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย
Politics 2 บอร์ด กสทช. ส่งหนังสือด่วนจี้ ‘ไตรรัตน์’ จัดประชุมด่วน 1-2 ต.ค. ยัน ‘หมอสรณ’ หมดอำนาจนัดถก-สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย
ราชกิจจาฯ ประกาศใช้ พ.ร.บ.งบฯ 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศใช้ พ.ร.บ.งบฯ 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้
GC – SCGC เร่งหารือกำหนดเงื่อนไขสำคัญในโครงการร่วมทุนให้เสร็จใน ต.ค.69 นี้
Economic GC – SCGC เร่งหารือกำหนดเงื่อนไขสำคัญในโครงการร่วมทุนให้เสร็จใน ต.ค.69 นี้
กทม.น้อมนำพระราชดำริ “แก้มลิง” เพิ่มพื้นที่รับน้ำ 7 แห่ง แจงเลิก “บึงรับน้ำคลองคู้บอน-บางชัน” ไม่คุ้มค่าเวนคืน
Politics กทม.น้อมนำพระราชดำริ “แก้มลิง” เพิ่มพื้นที่รับน้ำ 7 แห่ง แจงเลิก “บึงรับน้ำคลองคู้บอน-บางชัน” ไม่คุ้มค่าเวนคืน
รู้จัก ‘นักช็อปฉลาดซื้อ’ มองความคุ้มค่าก่อนราคา ใช้จ่ายมากกว่าคนทั่วไป 1.4 เท่า
Business รู้จัก ‘นักช็อปฉลาดซื้อ’ มองความคุ้มค่าก่อนราคา ใช้จ่ายมากกว่าคนทั่วไป 1.4 เท่า
กองทัพเรือ-ไอคอนสยาม จัดนิทรรศการ“สี สรรค์ สะท้อนศิลป์”ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
Biz Movement กองทัพเรือ-ไอคอนสยาม จัดนิทรรศการ“สี สรรค์ สะท้อนศิลป์”ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
สตง. ตรวจ อบจ.เชียงใหม่–เชียงราย พบอาคาร 25% ถูกปล่อยร้าง–ใช้ไม่คุ้ม
Real Estate สตง. ตรวจ อบจ.เชียงใหม่–เชียงราย พบอาคาร 25% ถูกปล่อยร้าง–ใช้ไม่คุ้ม
ยูโอบี จัดนิทรรศการศิลปะสัมผัสได้ ให้คนตาบอดชมงานที่หอศิลปกรุงเทพฯ
SD ยูโอบี จัดนิทรรศการศิลปะสัมผัสได้ ให้คนตาบอดชมงานที่หอศิลปกรุงเทพฯ
‘อนุทิน‘ เบรกกระแสปรับ ครม. ดึง ‘กล้าธรรม’ ยันรัฐบาลยังทำงานได้
Politics ‘อนุทิน‘ เบรกกระแสปรับ ครม. ดึง ‘กล้าธรรม’ ยันรัฐบาลยังทำงานได้
ดูทั้งหมด

รัฐเตรียมคุมเข้ม e-Commerce ปิดเกมผูกขาดแพลตฟอร์มใหญ่ต่างชาติ

25 ก.ย. 2568 | 14:30น.
คอลัมน์ : Pawoot.com 
ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ร่วมกับคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และการกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน (Multisided Platform) ประเภทธุรกิจบริการดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “e-Commerce”

ผมมีโอกาสได้ขึ้นเวทีเป็น Speaker ในงานนี้ และสิ่งแรกที่ผมถามคือ ทำไมต้องใช้คำว่า Multisided Platform คำตอบที่ได้รับก็คือ วันนี้ธุรกิจ e-Commerce ไม่ได้เป็นเพียง “เว็บไซต์ขายของ” อีกต่อไป แต่กลายเป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่ที่มีทั้งระบบการชำระเงิน การขนส่ง การโฆษณา ไปจนถึงบริการเสริมอื่น ๆ อีกมากมาย ทุกแพลตฟอร์มจึงไม่ใช่แค่ร้านค้าออนไลน์ แต่คือโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลที่เชื่อมโยงทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ให้บริการในหลายมิติ

การหารือในครั้งนี้มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องการกำหนดราคาที่เป็นธรรมและค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม เพราะที่ผ่านมาเราเห็นแพลตฟอร์มบางแห่งเริ่มใช้อำนาจเหนือตลาดควบคุมทั้งราคาและพฤติกรรมของผู้ค้า ตัวอย่างที่ชัดคือ TikTok ที่บังคับให้ผู้ค้าต้องส่งสินค้าผ่าน J&T เท่านั้น หรือการใช้ระบบประเมินที่ลดคะแนนร้านหากการจัดส่งไม่เร็วพอ เมื่อคะแนนถูกลดลง โอกาสในการขายก็ลดลงตามไปด้วย สุดท้ายผู้ค้าจึงถูกกดดันให้ทำตามเงื่อนไข เช่น ฝากสินค้าไว้ในคลังของแพลตฟอร์มเพื่อให้จัดการส่งแทน ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ค้าต้องอยู่ภายใต้อำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้ และไม่สามารถเลือกได้อย่างเสรี

การบังคับเช่นนี้ไม่เพียงจำกัดสิทธิของผู้ค้า แต่ยังนำไปสู่การกีดกันคู่แข่งและเอื้อประโยชน์ให้กับพันธมิตรบางราย กลายเป็นการแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม และหากปล่อยให้เกิดขึ้นต่อไปโดยไม่มีมาตรการกำกับดูแล ก็อาจนำไปสู่การผูกขาดเต็มรูปแบบ ปัญหานี้จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นความเสี่ยงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในอนาคต

ลองมองไปที่ Shopee แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานราว 30 ล้านคนในประเทศไทย ปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่ที่การขายสินค้า แต่เริ่มขยายอิทธิพลไปสู่การขนส่ง การเงิน และโฆษณา การที่แพลตฟอร์มมีข้อมูลผู้ใช้งานมหาศาลทำให้สามารถปล่อยกู้ให้ผู้ค้าและผู้บริโภคได้โดยตรง กลายเป็นคู่แข่งสำคัญของธนาคาร ในขณะเดียวกันยังรุกตลาดโฆษณาออนไลน์ ด้วยการใช้พื้นที่ในแอปเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ทันที ทำให้เงินสะพัดไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้จำนวนมหาศาล และมีแนวโน้มว่าจะขยายต่อไปยังธุรกิจประกันภัยและบริการทางการเงินอื่น ๆ

เมื่อรวมฐานลูกค้าหลายสิบล้านคนเข้ากับระบบแต้มสะสม โปรโมชั่น และกลยุทธ์อัพเซลและครอสเซล ก็ทำให้แพลตฟอร์มสามารถดึงผู้บริโภคให้อยู่ในระบบได้อย่างเหนียวแน่น นี่คือสิ่งที่เรากำลังเห็นคล้ายกับ Amazon ในต่างประเทศ ที่เริ่มจากการขายของออนไลน์ ก่อนจะต่อยอดไปสู่บริการสื่อ เพลง ภาพยนตร์ และอีกหลากหลายอุตสาหกรรม จนกลายเป็นอาณาจักรที่ทรงอิทธิพลอย่างมหาศาล

คำถามที่น่าคิดคือ หากปล่อยให้แพลตฟอร์มเหล่านี้เติบโตโดยไม่มีการควบคุม กติกาของตลาดในอนาคตจะถูกกำหนดโดยแพลตฟอร์มเพียงไม่กี่รายเท่านั้น ผู้ค้ารายย่อยไทยจะเหลือทางเลือกอะไร และผู้บริโภคจะติดอยู่ในระบบที่ไม่สามารถออกไปได้หรือไม่ นี่คือจุดที่หลายฝ่ายกังวล เพราะอาจทำให้เศรษฐกิจไทยกลายเป็น “เศรษฐกิจเช่าแพลตฟอร์ม” อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเราทุกคนต่างก็ต้องจ่ายค่าเช่าให้กับแพลตฟอร์มต่างชาติแทบทุกลมหายใจ

ดังนั้น ความพยายามของภาครัฐในการผลักดันกฎหมายและมาตรการกำกับดูแล เช่น การควบคุมราคา ค่าธรรมเนียม และการใช้อำนาจเหนือตลาด จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่จะป้องกันการผูกขาด แต่ยังช่วยรักษาความเป็นธรรมให้ผู้ค้าทุกรายยังมีโอกาสแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม และสร้างสภาพแวดล้อมที่โปร่งใสและยั่งยืนสำหรับผู้บริโภค

มีการคาดการณ์ว่าร่างประกาศนี้จะถูกเผยแพร่ในเดือนตุลาคมที่จะถึง หากเป็นเช่นนั้นจริง แพลตฟอร์มต่าง ๆ ก็จะต้องเริ่มปรับตัวครั้งใหญ่ และนี่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่า อนาคตของธุรกิจไทยกำลังถูกท้าทายด้วยอำนาจของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ เราทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้ค้า ผู้บริโภค หรือภาครัฐจำเป็นต้องตื่นตัวและร่วมกันหาทางออก เพื่อปกป้องการแข่งขันที่เป็นธรรม และเพื่อไม่ให้อนาคตเศรษฐกิจไทยถูกผูกขาดโดยไม่กี่ราย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

e-Commerce แพลตฟอร์ม