มหาเศรษฐีจีนเริ่มหวนคืนสู่สปอตไลต์อีกครั้ง ทั้ง “หลิว เฉียง ตง” แห่ง JD.com และ “แจ็ก หม่า” Alibaba กลับมาออกสื่อและพบปะผู้คน หลังจากช่วงที่ผ่านมาแทบไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ
ตลอด 2 วันที่ผ่านมา หลิว เฉียงตง หรือ Richard Liu ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท JD.com ปรากฏตัวในไลฟ์สดโชว์ทำอาหารด้วยตัวเอง ซึ่งแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่มักโผล่มาในรูปแบบออนไลน์เท่านั้น การเคลื่อนไหวครั้งนี้คล้ายจะสื่อว่าเหล่าผู้บริหารอาจกลับลงมาดูแลธุรกิจอีกครั้ง
ในอีกด้านหนึ่ง แจ็ก หม่า ผู้ร่วมก่อตั้ง Alibaba ก็เริ่มปรากฏตัวถี่ขึ้น ทั้งการไปตามบาร์หรือแม้แต่มีข่าวลือว่าเจ้าตัว “แวะมาที่อาลีบาบาเพื่อถามความคืบหน้าธุรกิจวันละ 3 รอบ” แม้จะไม่ได้กลับมานั่งเก้าอี้ผู้บริหารโดยตรง แต่ยังคงจับตาทิศทางขององค์กรอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในเรื่อง AI ที่อาจกำหนดอนาคตของอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ หากพลาดโอกาสนี้ บริษัทเสี่ยงจะเสียความได้เปรียบทันที
เบื้องหลังการกลับมาครั้งนี้ สะท้อนการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอีคอมเมิร์ซจีน JD ต้องเจอแรงกดดันจาก Pinduoduo และการไลฟ์สดขายของบน Douyin แม้รายได้ของ JD ยังสูง แต่การเติบโตเริ่มชะลอตัว ปัญหาภายในองค์กรก็เริ่มชัดเจน จนหลิว เฉียงตงต้องออกโรงเตือนพนักงานตั้งแต่ปี 2024 ว่า “ใครไม่สู้ก็ไม่ควรอยู่ในทีม”
ส่วน Alibaba เองก็ผ่านวิกฤตมาหลายระลอก ตั้งแต่การล้มเหลวของการนำ Ant Group เข้าตลาด การถูกปรับมหาศาล ไปจนถึงการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ การกลับมาของแจ็ก หม่าในเวลานี้ จึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่คือการกดปุ่มเร่งให้บริษัทเดินหน้าสู่ยุค “All-in AI” อย่างเต็มตัว
ปรากฏการณ์นี้ยังเชื่อมโยงกับภาพใหญ่ของเศรษฐกิจจีนที่เริ่มผ่อนคลายกฎระเบียบ หลังจากเคยเข้มงวดหนักเมื่อปี 2020 การเปิดทางครั้งใหม่นี้ส่งผลให้ธุรกิจแพลตฟอร์มมีพื้นที่ฟื้นตัว และคืนความมั่นใจแก่ผู้ประกอบการ
ดังนั้น การโผล่ต่อสาธารณะของทั้งหลิว เฉียงตงและแจ็ก หม่า จึงเป็นสัญญาณว่าบรรยากาศการสนับสนุนการเติบโตและนวัตกรรมกำลังกลับมา พร้อมทั้งสะท้อนว่าบทบาทของผู้ก่อตั้งยังมีความหมายต่อทิศทางเศรษฐกิจดิจิทัลของจีนอย่างยิ่ง เพราะมันไม่ใช่แค่การ “ออกสื่อ” แต่คือการกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ ที่ส่งผลต่อธุรกิจมูลค่ามหาศาล การจ้างงานหลายแสนตำแหน่ง และวิถีชีวิตของผู้บริโภคชาวจีนในอนาคต
เปิดมูลค่าบริษัท 2 ยักษ์อีคอมเมิร์ซจีน
Alibaba
มูลค่าตลาดล่าสุด จาก companiesmarketcap.com รายงานว่า ก.ย. 2025 : รายได้อยู่ที่ 429.71 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดอันดับ 21 บริษัทมูลค่าสูงสุดของโลก
เส้นทางในอดีต : 30 มิ.ย. 2017 อยู่ที่ 356.39 พันล้านดอลลาร์
จุดสูงสุดอยู่ในช่วงปี 2020-2021 ที่พุ่งแตะเกือบ 850-900 พันล้านดอลลาร์
หลังจากนั้นเผชิญแรงกดดันหนัก ทั้งการกำกับดูแลที่เข้มงวด, การล้ม IPO ของ Ant Group และการแข่งขันรุนแรง จนมูลค่าตลาดหล่นต่ำกว่า 200 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2022-2023
ช่วงปี 2024-2025 ตัวเลขแกว่งตัวแรง ระหว่าง 40-65 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนความเปราะบางในการแข่งขันกับ Pinduoduo และ Douyin ที่ชิงตลาดอีคอมเมิร์ซอย่างดุเดือด
JD.com
มูลค่าตลาดล่าสุดจาก companiesmarketcap.com รายงานว่า 30 มิ.ย. 2025 : รายได้อยู่ที่ 49.61 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขย้อนหลังที่น่าสนใจ :
มี.ค. 2025 : 59.95 พันล้านดอลลาร์ (ใกล้จุดสูงสุดในรอบปี)
ธ.ค. 2024 : 50.82 พันล้านดอลลาร์
ก.ย. 2024 : 65.79 พันล้านดอลลาร์ (สูงสุดในรอบ 12 เดือน)
มิ.ย. 2024 : 40.48 พันล้านดอลลาร์ (จุดต่ำสุดในรอบปีเดียวกัน) แนวโน้มตัวเลขแกว่งแรงในช่วงสั้น ๆ สะท้อนความเปราะบางของ JD.com ท่ามกลางแรงกดดันจากคู่แข่งอย่าง Pinduoduo และ Douyin ที่เร่งรุกตลาดอีคอมเมิร์ซด้วยโมเดลราคาถูกและการไลฟ์สดขายของ