ประกาศเขตโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่ม 3 พื้นที่ กทม.-ปริมณฑล ห้ามเคลื่อนย้ายหมา-แมวป่วย
ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราว ในพื้นที่ ต.ลาดสวาย-อ.ธัญบุรี ปทุมธานี-เขตสายไหม กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.-25 ต.ค. 68 เนื่องจากพบแมวติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ห้ามเคลื่อนย้ายหมา-แมวป่วย
ที่สำนักอนามัย ศาลาว่าการ กทม.2 ดินแดง นางภาวิณี รุ่งทนต์กิจ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย เปิดเผยว่า เนื่องจากในท้องที่ หมู่ 5 ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ได้มีแมวเกิดโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) ซึ่งเป็นโรคระบาดร้ายแรงอาจจะระบาดติดต่อสู่คน โค กระบือ สุนัข แมวและสัตว์อื่น ๆ ได้
ปศุสัตว์อำเภอลำลูกกา จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 แห่งพระระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ประกาศกำหนดเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราว ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ให้ทราบโดยทั่วกัน
พื้นที่เฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้า ปทุมธานี-กรุงเทพฯ
- หมู่ 5 ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
- หมู่ 2 ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี
- หมู่ 7 ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา ไปทางทิศตะวันตก, ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา
- แขวงออเงิน เขตสายไหม จังหวัดกรุงเทพมหานคร
เป็นเขตโรคระบาดชั่วคราว ชนิดโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.-25 ต.ค. 2568
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้มีประกาศกำหนดเขตโรคระบาดหรือเขตสงสัยว่ามีโรคระบาดหรือเขตโรคระบาดชั่วคราวขึ้นแล้ว เจ้าของสัตว์หรือซากสัตว์ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 11, 12, 14, 15, 16 และ 22 แห่ง พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 โดยสังเขป คือ
1.ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายสุนัขและแมวหรือซากสัตว์ดังกล่าว เข้า-ออก หรือผ่านในเขตนั้น เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้นทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้าย
2.เมื่อพบสุนัขและแมวที่ป่วยหรือตายด้วยรู้ว่าเป็นโรคระบาดหรือโดยไม่ทราบสาเหตุหรือในหมู่บ้านเดียวกันหรือพื้นที่ใกล้เคียงกัน มีสุนัข-แมวป่วยหรือตายด้วยอาการคล้ายคลึงกันในระยะเวลาห่างกันไม่เกิน 7 วัน ให้เจ้าของแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานหรือสารวัตรหรือสัตวแพทย์
3.ห้ามมิให้เจ้าของสัตว์หรือบุคคลใดเคลื่อนย้ายสุขและแมว ที่ป่วยทั้งหมดไปจากบริเวณนั้น ในกรณีสุนัขและแมวตาตาย ให้เจ้าของควบคุมซากนั้น ให้อยู่ ณ ที่ที่สัตว์ตายและห้ามมีให้ผู้ใดเคลื่อนย้าย ชำแหละหรือกระทำการอื่นใดแก่ซากสัตว์นั้น
ทั้งนี้ เจ้าของสัตว์ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของสัตวแพทย์ทุกประการ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติหรือคำสั่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
