งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 30 คึกคัก ยอดนักอ่านพุ่งกว่าปีก่อน 11.70%
งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 30 คึกคัก ยอดนักอ่านพุ่งกว่าปีก่อน 11.70% ด้านบูธสำนักพิมพ์มติชน หนังสือ “The Future of Thailand: อนาคตประเทศไทย” จากพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยังครองใจคนอ่านเป็นอันดับ 1
“งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 30” หรือ Book Expo Thailand 2025 จัดภายใต้แนวคิด “Melody of Books – อ่านหรือยัง ฟังหรือเปล่า” ที่เชื่อมโลกแห่งตัวอักษรเข้ากับเสียงดนตรีและสื่อสร้างสรรค์ยุคใหม่ “เสียงดนตรี คือ บทกวีที่ไร้ตัวอักษร หนังสือ คือ ท่วงทำนองที่ไม่ต้องมีเสียง ทั้งคู่คือศิลปะแห่งการรับรู้ด้วยหัวใจ” ชวนนักอ่านมาพบกองทัพหนังสือดีมีคุณค่ามากมายกว่า 2 ล้านเล่ม ให้เลือกช้อปอย่างจุใจ มัดรวมโปรโมชั่นเด็ดโดนใจมากมาย คาดนักอ่านเข้าร่วมงานกว่า 1.3 ล้านคน กระตุ้นมูลค่าตลาดหนังสือไทยทะลุ 20,000 ล้านบาท
โดยภายหลังเปิดงานมาแล้วครึ่งทางพบผู้คนหลั่งไหลเข้าชมงานแน่นศูนย์สิริกิติ์ทุกฮอลล์ โดยเฉพาะช่วงวันหยุด 3 วันที่ผ่านมาเชื่อมั่นผู้เข้าชมทะลุกว่าหลักแสนต่อวัน ขณะที่เพียง 4 วันแรก ยอดขายรวมก็พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยสีสัน ความคึกคัก และพลังแห่งการอ่านที่ไม่เคยแผ่ว ทางคณะผู้จัดงานรายงานยอด 5 วัน มีผู้เข้าร่วมงาน 733,617 คน เทียบกับปีที่แล้ว 656,786 คน เพิ่มขึ้น 11.70%
โดยที่บูธ J02 สำนักพิมพ์มติชน มาในธีม “Read to Rise อ่านผลิบาน” เพราะการอ่านหนังสือก็เหมือนการหว่านเมล็ดพันธุ์ทางความคิด ที่จะทำให้เราเติบโต และผลิบานในแบบของตัวเอง ออกแบบศิลป์โดย “ฟรอยด์-แพรนิกา สินคณารักษ์” หรือ “pnk.ff” มาพร้อมหนังสือ 20 ปกใหม่

มี 6 เล่มไฮไลต์ ได้แก่ 1.Future of Thailand อนาคตประเทศไทย โดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
หลังจากใช้เวลาหนึ่งปีในการเดินทาง เรียนรู้ และทบทวนประสบการณ์ต่างๆ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้รวบรวมมุมมองจากทั่วโลก เพื่อแบ่งปันไอเดียเกี่ยวกับโอกาสและการพัฒนาของประเทศไทย เขาได้พบปะผู้คนหลากหลาย ฟังเสียงจากคนรุ่นใหม่ นักธุรกิจ และชุมชน เพื่อนำมาสร้างสรรค์เป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและแนวคิดปฏิบัติได้จริง
“The Future of Thailand: อนาคตประเทศไทย” ไม่ใช่แค่หนังสือธรรมดา แต่เป็นคู่มือที่ช่วยให้เห็น ภาพรวมของโอกาสในอนาคต ด้วยมุมมองที่สดใหม่และเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนที่สนใจการเติบโตของประเทศ
ทุกบทเขียนจากประสบการณ์จริง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ดีกว่า
“The Future of Thailand: อนาคตประเทศไทย” คือหนังสือสำหรับทุกคนที่เชื่อว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเติบโตและพัฒนาไปข้างหน้า

2.Timeline of Science ร้อยพันเรื่องราว ในโลกวิทยาศาสตร์ โดย DK Team แปลโดย ป๋วย อุ่นใจ
“Timelines of Science ร้อยพันเรื่องราวในโลกวิทยาศาสตร์” ออกเดินทางย้อนรอยประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ของมนุษยชาติ ตั้งแต่จุดกำเนิดเมื่อกว่า 3.3 ล้านปีก่อน กับหลักฐานแรกของการใช้เครื่องมือหินและการก่อไฟ ไปจนถึงเหตุการณ์สำคัญ การค้นพบ การทดลอง และบุคคลสำคัญในแต่ละยุค ตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ ยุคประวัติศาสตร์ และประวัติศาสตร์ร่วมสมัย เรียบเรียงอย่างเป็นลำดับในรูปแบบไทม์ไลน์ ครอบคลุมตั้งแต่วิวัฒนาการทางเทคโนโลยี การเกิดโรคระบาดอย่าง COVID-19 และการพัฒนาวัคซีน ตลอดจนการค้นพบอนุภาค ใหม่อย่าง “เตตระควาร์ก” ในวงการฟิสิกส์ สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของวิทยาศาสตร์ที่เติบโตเคียงข้างมวลมนุษยชาติตลอดมา
3. Tasting History ประวัติศาสตร์ความอร่อย ฉบับ 4,000 ปี โดย Max Miller และ Ann Volkwein แปลโดย พจนีย์ ฉัตรชัยวิวัฒนา
ใครจะรู้ว่าอาหารที่เรากินอยู่ทุกวันนี้ อาจจะมีอยู่ตั้งแต่ร้อย หรือพันปีก่อนหน้านี้ (หรือนานกว่านั้น) แล้วก็ได้! Max Miller เจ้าของช่องยูทูป Tasting History with Max Miller จะพาผู้อ่านย้อนกลับไปในช่วงเวลาต่างๆ ในประวัติศาสตร์ เพื่อรวบรวมสูตรอาหารตำรับความอร่อยจากยุคโบราณก่อนคริสต์ศักราช จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 20 กว่า 65 เมนู จากทั่วโลก เพื่อถอดสูตรอาหารโบราณ ให้สามารถทำรับประทานได้ในยุคปัจจุบัน ไปพร้อมๆ กับการชี้ชวนให้ผู้อ่านเห็นเกร็ดประวัติศาสตร์ ที่ซ่อนอยู่ในตำราอาหารเหล่านี้
ร่วมท่องไปในกาลเวลาเพื่อตามหาสูตรอาหารจานเด็ด และเกล็ดประวัติศาสตร์ในจานอาหารจากทั่วทุกมุม โลกได้ใน “Tasting History ประวัติศาสตร์ความอร่อย ฉบับ 4,000 ปี

4.ห้วงแห่งความเงียบงัน: ภาวะลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519 โดยธงชัย วินิจจะกูลแปลโดย สุภัตรา ภูมิประภาส แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ “MOMENTS of SILENCE: The Unforgetting of the October 6, 1976, Massacre in Bangkok” หนังสือวิชาการที่มีกลิ่นอายของบันทึกความทรงจำต่อเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เล่มนี้จะชวนผู้อ่านรื้อฟื้น “ความทรงจำ” ที่ถูกลดทอน บิดเบือน เปลี่ยนแปลง ทั้งจากเหยื่อของความรุนแรง ผู้กระทำความรุนแรงในวันนั้น และคนรุ่นหลังที่ได้รับรู้ถึงเหตุการณ์ 6 ตุลา ภายใต้สังคมที่ปกคลุมด้วย “ความเงียบ” ทั้งโดยสมัครใจและไม่สมัครใจของผู้ถูกกระทำที่รอดชีวิต ครอบครัวของผู้ที่จากไป และผู้กระทำที่เคยภาคภูมิใจกับวีรกรรมในวันนั้นของตน แม้เหตุการณ์จะผ่านไปเกือบครึ่งศตวรรษ แต่ความยุติธรรมต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ยังคงไม่ปรากฏ และกลายเป็น “ภาพหลอน” ในสังคมไทยจนถึงทุกวันนี้
5.ประวัติศาสตร์ไทยหลายชาติพันธุ์ โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การศึกษาประวัติศาสตร์ของไทย มีความยึดโยงกับ “รัฐไทย” และความเป็นชาตินิยม ผ่านความเชื่อว่าคนไทยแท้บริสุทธิ์มีจริง โดยอพยพมาจากเทือกเขาอัลไต ก่อนจะมีการเปลี่ยนทฤษฎีเรื่อยมาตามการพัฒนาของเทคโนโลยีและการเขาถึงองค์ความรู้ หลักฐานใหม่ๆ ซึ่งท้าทายต่อความศักดิ์สิทธิ์ของชาติพันธุ์ไทย ว่า “คนไทยแท้” มีจริงหรือหนังสือเล่มนี้นำเสนอประวัติศาสต์ไทยของคนไทย ที่เรียบเรียงเล่าใหม่โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ แบบไม่กล่อมเกลาชวนเชื่อ แต่ชวนให้คิดด้วยหลักฐานข้อมูลทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี วิทยาศาสตร์ และมนุษยวิทยา ว่า“คนไทย” ไม่บริสุทธิ์ แต่มีการผสมผสานหลายชาติพันธุ์ที่มาร่วมปะทะสังสรรค์ในดินแดนอุษาคเนย์
6.ค้าขายด้วยใจ สไตล์พ่อค้าโอซาก้า โดย กฤตินี พงษ์ธนเลิศ (เกตุวดี Marumura) และเคนจิ นากามุระ เคนจิ นากามุระ ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นไฟแรงที่อยากทำงานเพื่อสังคม หลังจากเรียนจบปริญญาโทสองแห่งทั้งในญี่ปุ่นและอังกฤษ กลับได้จับพลัดจับผลูมาทำงานในธุรกิจของคุณพ่อซึ่งเป็นธุรกิจร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในโอซาก้า ที่แม้ว่าจะมีร้านค้าขนาดใหญ่พร้อมโปรโมชันเปิดใหม่มากมาย แต่ร้านของคุณพ่อก็ยังดำเนินกิจการมากว่า 50 ปี โดยที่ไม่มีส่วนลด หรือโปรโมชันติดตามเคล็ด(ไม่)ลับในการทำธุรกิจสไตล์พ่อค้าญี่ปุ่น (โชนิน) ที่มัดใจทั้งคนทำงานและลูกค้าได้อยู่หมัดของคุณพ่อของเคนจิ ผ่านการถ่ายทอดของคุณกฤตินี พงษ์ธนเลิศ (เกตุวดี Marumura) ผ่านหนังสือสีสันสดใสกว่า 216 หน้า
ซึ่ง “Future of Thailand อนาคตประเทศไทย” โดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ครองอับดับ 1 หนังสือขายดีบูทมติชน ซึ่ง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้เดินทางมาแจกลายเซ็นต์ให้กับแฟนหนังสือที่บูธ โดยมีแฟนๆ ทุกเพศทุกวัยเดินทางมาเฝ้ารอรับลายเซ็นต์นายพิธา ซึ่งเจ้าตัวเผยรู้สึกทั้งดีใจและแปลกใจที่มีประชาชนหลากหลายวัย หลากหลายอาชีพมาให้การต้อนรับจำนวนมาก
นอกจากนี้ที่บูธสำนักพิมพ์มติชนยังคึกคัก อัดแน่นด้วยกิจกรรมทุกวัน อาทิ กิจกรรมแจกลายเซ้นต์ของ เบียร์ The Voice ที่มาพร้อมกับผลงาน Bizcuitbeer Photobook ที่รวบรวมความเป็นตัวเอง เอกลักษณ์ และเสน่ห์เฉพาะตัวเอาไว้ในเล่มเดียว, กิตติศักดิ์ คงคา กับผลงาน “อาชญรีเยนต์” และ นทธัญ แสงไชย (โจ้บองโก้) กับผลงาน “SEE LANKA เอวังที่ลังกา”
ร่วมเริ่มอ่านให้ความคิดและจินตนาการ งอกเงย เติบโต และผลิบานได้ที่ บูท “J02” สำนักพิมพ์มติชน มาพบกันได้ง่าย ๆ เพียงเข้าประตู Hall 6 ถัดจากบูท สำนักพิมพ์ทองเกษม สำนักพิมพ์แม็กพาย และแปลน ฟอร์ คิดส์ ณ งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 30 (BOOK EXPO THAILAND 2025) วันที่ 9-19 ตุลาคม 2568 ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.