Skip to content

ประวัติศาสตร์ “ครีเอทีฟ” ฉบับวัฒนธรรมมนุษย์ หนังสือบันทึกอิทธิพลทางความคิดไร้พรมแดน

15 ต.ค. 2568 | 14:31น.
ประวัติศาสตร์ “ครีเอทีฟ” ฉบับวัฒนธรรมมนุษย์ หนังสือบันทึกอิทธิพลทางความคิดไร้พรมแดน

เมื่อวัฒนธรรมไม่หยุดนิ่งอยู่ในเขตแดน แต่เกิดจากการไหลเวียนของความคิด การยืมแลก และการหลอมรวมระหว่างผู้คนจากต่างถิ่น หนังสือ ประวัติศาสตร์ “ครีเอทีฟ” ฉบับวัฒนธรรมมนุษย์ โดย Martin Puchner แปลโดย คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์ ชวนสำรวจพลังของ “การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม” ตั้งแต่ภาพวาดบนผนังถ้ำยุคแรกเริ่ม ไปจนถึงยุค K-Pop ที่ข้ามขอบเขตภาษา ถ่ายทอดผ่านมุมมองใหม่ที่ตั้งคำถามว่า “แท้จริงแล้ว วัฒนธรรมเป็นของใคร ?”

ผลงานชิ้นนี้คือการเดินทางของประวัติศาสตร์มนุษย์ ในฐานะเผ่าพันธุ์ผู้สร้างและผู้รับอิทธิพลแห่งวัฒนธรรม ที่ไม่หยุดนิ่ง แต่ยังคงเติบโต งอกงาม และผสานกันอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

วัฒนธรรม ทำงานอย่างไร ?

ในหนังสือเล่มนี้ “คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์” ระบุถึงมุมมองหนึ่งที่อธิบายเรื่องวัฒนธรรมไว้ว่า โลกเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์หลากหลายกลุ่ม โดยที่แต่ละกลุ่มต่างยืดโยงกันผ่านวิถีปฏิบัติร่วมกันที่เรียกว่าวัฒนธรรม วัฒนธรรมเหล่านี้ต่างมีธรรมเนียมและศิลปะเฉพาะตัวและเป็นของผู้ที่เกิดในวัฒนธรรมนั้น ๆ แต่ละวัฒนธรรมย่อมได้รับการปกป้องให้พ้นจากการแทรกแซงจากภายนอก มุมมองนี้ตั้งบนสมมุติฐานว่า วัฒนธรรมเป็นกรรมสิทธิ์รูปแบบหนึ่งของผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับมัน ข้อดีประการหนึ่งของสมมุติฐานนี้คือ การส่งเสริมให้ผู้คนเห็นคุณค่าและหวงแหนมรดกทางวัฒนธรรมของตนเอง

ทั้งยังมอบเครื่องมือในการปกป้องวัฒนธรรมเหล่านั้นด้วย ดังที่เห็นใต้จากกรณีที่พิพิธภัณฑ์หลายแห่งถูกกดดันให้ส่งคืนข้าวของซึ่งได้มาในสภาวการณ์อันน่ากังชาแก่เจ้าของอันชอบธรรม สมมุติฐานที่ว่าวัฒนธรรมเป็นกรรมสิทธิ์ของคมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเช่นนี้กลับมีคนเห็นด้วยอย่างกว้างขวางกว่าที่คิด ตั้งแต่พวกชาติภูมินิยม (Natist) ที่ผูกพันอย่างลึกซึ้งกับประเพณีประจำชาติของพวกเขา ตลอดจนผู้ที่หวังจะหยุดยั้งการฉกฉวยทางวัฒนธรรมด้วยการประกาศว่าสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมของตนกลุ่มหนึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับคนภายนอก

มุมมองเกี่ยวกับวัฒนธรรมอีกแบบหนึ่งปฏิเสธความคิดที่ว่าวัฒนธรรมเป็นกรรมสิทธิ์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น มุมมองนี้เห็นได้ชัดเจนจากเรื่องราวของเสวียนจ้าง หรือพระถังซัมจั๋ง นักเดินทางชาวจีนผู้ไปเยือนอินเดียและนำคัมภีร์ทางพุทธศาสนากลับมา แนวคิดนี้ยังได้รับการยอมรับโดยบรรดาปราชญ์ชาวอาหรับและเปอร์เซียผู้แปลงานปรัชญาของกรีซ ตลอดจนสะท้อนอยู่ในวิธีปฏิบัติของเหล่าอาลักษณ์ ครู และศิลปินอีกนับไม่ถ้วนที่ค้นพบแรงบันดาลใจจากแดนไกลเกินเขตวัฒนธรรมพื้นถิ่นตน ในช่วงเวลาของเรา มุมมองแบบหลังนี้ยังถูกสนับสนุนโดยโวล โซยินกา (Wole Soyinka) และศิลปินคนอื่น ๆ

ซึ่งสร้างสรรค์ผลงานในช่วงหลังยุคลำอาณานิคมของชาวยุโรปบุคคลเหล่านี้มองว่า วัฒนธรรมไม่ได้สร้างขึ้นจากทรัพยากรของชุมชนใดชุมชนหนึ่งเท่านั้น แต่มันคือผลลัพธ์จากการปฏิสัมพันธ์กับวัฒนธรรมอื่น ๆ ด้วย วัฒนธรรมไม่ได้หล่อหลอมจากประสบการณ์ชีวิตของแต่ละปัจเจกบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการหยิบยืมรูปแบบและแนวคิดจากที่อื่นมาใช้ด้วย เพื่อช่วยให้แค่ละปัจเจกบุคคลเข้าใจและถ่ายทอดประสบการณ์ของพวกเขาในแนวทางใหม่ได้ หากมองผ่านเลนส์ที่เชื่อว่าวัฒนธรรมคือทรัพย์สินเฉพาะกลุ่ม

บุคคลเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นผู้บุกรุก พวกฉวยโอกาส หรือแม้แต่หัวขโมย ทว่าพวกเขาล้วนทำงานด้วยความถ่อมตนและทุ่มเท ด้วยตระหนักดีโดยสัญชาตญาณว่า วัฒนธรรมนั้นจะงอกงามได้โดยผ่านการไหลเวียนทางวัฒนธรรม พวกเขารู้ดีว่า ความเข้าใจอย่างคลาดเคลื่อนที่มองว่าวัฒนธรรมเป็นทรัพย์สินและกรรมสิทธิ์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้นย่อมสร้างเพดานและข้อจำกัดที่นำไปสู่ความตีบตันในวิถีการแสดงออก หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อสรรเสริญงานประพันธ์อันยิ่งใหญ่ ไม่ใช่การแก้ต่างให้กรอบคิดแบบตะวันตกแต่อย่างใด มุมมองเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่ปรากฏออกมาในหนังสือเล่มนี้ดูจะยุ่งเหยิงกว่านั้นและผมเอง

ก็คิดว่ามันเป็นมุมมองที่น่าสนใจกว่ามาก มุมมองจากอิทธิทธิพลจากแดนไกลทั่วทุกสารทิศที่ได้มาบรรจบกันผ่านการติดต่อจากนวัดกรรมอันขับเคลื่อนโดยจารีตที่แตกเป็นเสี่ยงแล้วถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันผ่านเศษซากที่เก็บกู้มาได้ ตัวบุคคลซึ่งมุมมองเช่นนี้มักไม่เป็นที่นับหน้าถือตา บางคนยังไม่เป็นที่รับรู้ทั่วกันนอกเหนือไปจากในหมู่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหยิบมือแม้จนบัดนี้ ผมเองก็ไม่คุ้นหูชื่อของหลายคนมาก่อน จนกระทั่งผมเริ่มหันมองออกไปไกลกว่ากรอบกระแสหลัก และปล่อยให้บรรดาตัวเอกของหนังสือเล่มนี้นำทางผมไปตามเส้นทางสายเปลี่ยวและตรอกซอกซอยอันลับตา

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากพวกเขาคือ ถ้าเราอยากจำกัดการท่องเที่ยวแบบรูตรีต หลีกเลี่ยงการใช้วัฒนธรรมอื่นโดยปราศจากความเคารพ และปกป้องขนบธรรมเนียมที่กำลังถูกคุกคาม เราจำต้องเฟ้นหาถ้อยคำสำนวนใหม่เหนือไปจากคำว่าทรัพย์สินและความเป็นเจ้าของ แต่เป็นถ้อยคำที่สอดคล้องกับวิถีที่วัฒนธรรมดำเนินไปจริง ๆ

เรื่องราวฉบับใหม่ของวัฒนธรรมค่อย ๆ ปรากฏขึ้นผ่านฝีมือของเหล่านักสร้างสรรค์ มันคือเรื่องราวของการเชื่อมโยงกันข้ามพ้นปราการด้านสถานที่และเวลา เรื่องของสายสัมพันธ์และอิทธิพลซ่อนเร้นที่คาดไม่ถึง มันไม่ใช่เรื่องราวที่งดงามเสมอไป และก็ไม่ควรถูกเล่าให้เป็นเช่นนั้น แต่นี่คือเรื่องราวฉบับเดียวที่พวกเรามีอยู่ นี่คือประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติในฐานะเผ่าพันธุ์ผู้ผลิตสร้างวัฒนธรรม เรื่องราวของพวกเราทุกคน

เพราะวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละพื้นที่ ที่สร้างสายใยยึดโยงผู้คนในแต่ละกลุ่มเอาไว้ อย่างไรก็ตาม วัฒนธรรมไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากปัจเจกบุคคล หรือชุมชนใดชุมชนหนึ่งเท่านั้น แต่ก่อตัวขึ้นจากปฏิสัมพันธ์ การแลกเปลี่ยน และการหลอมรวมกลืนกลายจากวัฒนธรรมอื่น ๆ จนกลายมาเป็นวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว

หนังสือ ประวัติศาสตร์ “ครีเอทีฟ” ฉบับวัฒนธรรมมนุษย์ ขนาด : 165×241 mm ความหนา : 496 หน้า พร้อมภาพประกอบสีขาว-ดำทั้งเล่ม

หนังสือเล่มนี้จะชวนผู้อ่านมาเรียนรู้และสังเกตพลวัตของวัฒนธรรม ตั้งแต่ภาพวาดบนผนังถ้ำ หลักคิดและปรัชญากรีก-โรมัน การออกเดินทางไปแสวงบุญในพื้นที่ต่าง ๆ การออกเรือไปผจญภัยในพื้นที่ใหม่ ไปจนถึงกระแส K-Pop ที่แม้จะมีกำแพงภาษา ก็เข้าถึงผู้คนไปทั่วโลก แม้จะเป็นงานกึ่งวิชาการ กึ่งประวัติศาสตร์ แต่ก็แปลออกมาด้วยภาษาอ่านง่าย พร้อมภาพประกอบชวนดึงดูดใจ ที่ต้องมีติดชั้นหนังสือไว้สักเล่ม

ร่วมเริ่มอ่านให้ความคิดและจินตนาการ งอกเงย เติบโต และผลิบานได้ที่ บูท “J02” สำนักพิมพ์มติชน ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 30 (BOOK EXPO THAILAND 2025) ตั้งแต่วันที่ 9-19 ตุลาคม 2568 ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.