เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
จากแสนสิริสู่ผู้นำประเทศ: “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout ยกระดับแคมเปญภาคเอกชนสู่ “วาระแห่งชาติ” พลิกโฉมโครงสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทย
Real Estate จากแสนสิริสู่ผู้นำประเทศ: “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout ยกระดับแคมเปญภาคเอกชนสู่ “วาระแห่งชาติ” พลิกโฉมโครงสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทย
‘อนุทิน’ ชี้ 1 ปี ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำประชาชนใช้ชีวิตได้ไม่ต้องกังวล
Politics ‘อนุทิน’ ชี้ 1 ปี ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำประชาชนใช้ชีวิตได้ไม่ต้องกังวล
น้ำมันไทยไม่ขาด มีสำรองใช้ 108 วัน พร้อมดึงกองทุนฯ ลดราคา แม้ติดลบ 6.4 หมื่นล้าน
Economic น้ำมันไทยไม่ขาด มีสำรองใช้ 108 วัน พร้อมดึงกองทุนฯ ลดราคา แม้ติดลบ 6.4 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

เปิดค่าโดยสารใหม่ สายสีเขียว ส่วนต่อขยาย เริ่ม 1 พ.ย. 2568

28 ต.ค. 2568 | 20:36น.
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2568 เวลา 20.36 น.

รถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยอัตราใหม่ ค่าโดยสาร รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย คิดตามระยะทาง 17-45 บาท รวมสถานีหลัก จ่ายไม่เกิน 65 บาท เริ่ม 1 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

หลังจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวในส่วนต่อขยายทั้งสามช่วง ได้แก่ หมอชิต-คูคต, บางจาก-สมุทรปราการ และโพธิ์นิมิตร-บางหว้า จากเดิม 15 บาทตลอดสาย เป็นคิดตามระยะทาง เริ่มต้น 17-45 บาท และสูงสุดไม่เกิน 65 บาท เมื่อเดินทางข้ามช่วงระหว่างสายสัมปทานและส่วนต่อขยาย เริ่มตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2568

ล่าสุด รถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ ถึงการคิดค่าโดยสารในอัตราใหม่ ของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย โดยจะมีผลใน 3 ส่วนต่อขยาย คือ สถานีหมอชิต (N8)-สถานีคูคต (N24), สถานีอ่อนนุช (E9)-สถานีเคหะฯ (E23) และสถานีวงเวียนใหญ่ (S8)-สถานีบางหว้า (S12)

โดยอัตราค่าโดยสารใหม่สำหรับส่วนต่อขยาย จะเป็นดังนี้

  • บัตรโดยสารเที่ยวเดียว : 17-45 บาท
  • บัตรแรบบิท สำหรับบุคคลทั่วไป : 17-45 บาท
  • บัตรแรบบิท สำหรับนักเรียน/นักศึกษา : 12-32 บาท (ส่วนลด 30%)
  • บัตรแรบบิท สำหรับผู้สูงอายุ : 9-23 บาท (ส่วนลด 50%)

สำหรับอัตราค่าโดยสารของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย แบบคิดตามระยะทาง จะมีรายละเอียดดังนี้

สำหรับบัตรโดยสารเที่ยวเดียว และบัตรแรบบิท บุคคลทั่วไป (อัตราเดิม 15 บาทตลอดสาย)

    • 0-1 สถานี : 17 บาท
    • 2 สถานี : 19 บาท
    • 3 สถานี : 22 บาท
    • 4 สถานี : 24 บาท
    • 5 สถานี : 27 บาท
    • 6 สถานี : 29 บาท
    • 7 สถานี : 32 บาท
    • 8 สถานี : 34 บาท
    • 9 สถานี : 37 บาท
    • 10 สถานี : 39 บาท
    • 11 สถานี : 42 บาท
    • 12 สถานี : 44 บาท
    • 13 สถานีขึ้นไป : 45 บาท

สำหรับบัตรแรบบิท นักเรียน-นักศึกษา (อัตราเดิม 10 บาทตลอดสาย)

    • 0-1 สถานี : 12 บาท
    • 2 สถานี : 14 บาท
    • 3 สถานี : 16 บาท
    • 4 สถานี : 17 บาท
    • 5 สถานี : 19 บาท
    • 6 สถานี : 21 บาท
    • 7 สถานี : 23 บาท
    • 8 สถานี : 24 บาท
    • 9 สถานี : 26 บาท
    • 10 สถานี : 28 บาท
    • 11 สถานี : 30 บาท
    • 12 สถานี : 31 บาท
    • 13 สถานีขึ้นไป : 32 บาท

สำหรับบัตรแรบบิท ผู้สูงอายุ (อัตราเดิม 7 บาทตลอดสาย)

    • 0-1 สถานี : 9 บาท
    • 2 สถานี : 10 บาท
    • 3 สถานี : 11 บาท
    • 4 สถานี : 12 บาท
    • 5 สถานี : 14 บาท
    • 6 สถานี : 15 บาท
    • 7 สถานี : 16 บาท
    • 8 สถานี : 17 บาท
    • 9 สถานี : 19 บาท
    • 10 สถานี : 20 บาท
    • 11 สถานี : 21 บาท
    • 12 สถานี : 22 บาท
    • 13 สถานีขึ้นไป : 23 บาท

ทั้งนี้ หากเดินทางเชื่อมต่อสถานีหลัก 26 สถานี จะมีการคิดอัตราสูงสุด ดังนี้

  • บัตรโดยสารเที่ยวเดียว/บัตรแรบบิท บุคคลทั่วไป : ค่าโดยสารสถานีหลัก+สถานีส่วนต่อขยาย คิดสูงสุด 65 บาท
  • บัตรแรบบิท นักเรียน-นักศึกษา : ค่าโดยสารสถานีหลัก+สถานีส่วนต่อขยาย คิดสูงสุด 60 บาท
  • บัตรแรบบิท ผู้สูงอายุ : ค่าโดยสารสถานีหลัก+สถานีส่วนต่อขยาย ส่วนลด 50% จากอัตราค่าโดยสาร

สำหรับสถานีหลักของรถไฟฟ้าสายสีเขียว 26 สถานี คือ สถานีหมอชิต (N8)-สถานีอ่อนนุช (E9) และสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ (W1)-สถานีสะพานตากสิน (S6) รวม 2 สถานีส่วนต่อขยาย คือ สถานีกรุงธนบุรี (S7)-สถานีวงเวียนใหญ่ (S8)

ขณะที่ผู้ที่ใช้งานแพ็กเกจตั๋วเที่ยวรายเดือนของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งปกติจะตัดเที่ยวโดยสารเมื่อเดินทางในสถานีหลัก จะมีวิธีการคิดค่าโดยสารในส่วนต่อขยายที่แตกต่างกัน

โดยรถไฟฟ้า BTS เปิดเผยอัตราค่าโดยสารพิเศษสำหรับผู้ใช้งานแพ็กเกจตั๋วเที่ยวรายเดือนของ BTS และเดินทางในสถานีหลัก ร่วมกับสถานีส่วนต่อขยาย ดังนี้

บุคคลทั่วไป (ค่าโดยสารรวมสูงสุดไม่เกิน 65 บาท)

  • เดินทาง 1 สถานี จ่ายเพิ่ม 17 บาท
  • เดินทาง 2 สถานี จ่ายเพิ่ม 19 บาท
  • เดินทาง 3 สถานี จ่ายเพิ่ม 22 บาท
  • เดินทาง 4 สถานี จ่ายเพิ่ม 24 บาท
  • เดินทาง 5 สถานีขึ้นไป จ่ายเพิ่ม 25 บาท

นักเรียน-นักศึกษา (ค่าโดยสารรวมสูงสุดไม่เกิน 60 บาท)

  • เดินทาง 1 สถานี จ่ายเพิ่ม 12 บาท
  • เดินทาง 2 สถานี จ่ายเพิ่ม 14 บาท
  • เดินทาง 3 สถานี จ่ายเพิ่ม 16 บาท
  • เดินทาง 4 สถานี จ่ายเพิ่ม 17 บาท
  • เดินทาง 5 สถานีขึ้นไป จ่ายเพิ่ม 17 บาท

สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย เดิมคิดในอัตรา 15 บาทตลอดสาย สำหรับสายสีลม ก่อนจะเริ่มคิดในส่วนต่อขยาย สายสุขุมวิท มาตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2567 เป็นต้นมา และเริ่มปรับระบบการคิดค่าโดยสารเป็นการคิดตามระยะทาง ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า การปรับอัตราค่าโดยสารครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนจากอัตราเดิม 15 บาทตลอดสาย มาเป็นโครงสร้าง “ค่าโดยสารตามระยะทาง” (Distance Fare) เพื่อให้สะท้อนต้นทุนการให้บริการที่แท้จริง และรักษาความมั่นคงของระบบขนส่งมวลชนในระยะยาว

สำหรับอัตราใหม่ การเดินทางภายในส่วนต่อขยายจะเริ่มต้นที่ 17 บาท และเพิ่มขึ้นตามระยะทางไม่เกิน 45 บาท ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางข้ามช่วงระหว่างส่วนสัมปทานและส่วนต่อขยาย ค่าโดยสารรวมสูงสุดไม่เกิน 65 บาท (เพิ่มจากปัจจุบันเพียง 3 บาท) ซึ่งยังถือว่าต่ำกว่าค่าโดยสารเฉลี่ยของระบบรถไฟฟ้าในเมืองใหญ่ทั่วโลก

ที่ผ่านมา กทม. เก็บค่าโดยสารส่วนต่อขยายเพียง 15 บาทตลอดสาย ซึ่งไม่สอดคล้องกับต้นทุนค่าจ้างเดินรถและค่าบำรุงรักษา ทำให้ กทม. ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายและใช้งบประมาณสนับสนุนชดเชยส่วนต่างปีละกว่า 6,000 ล้านบาท โดยรายได้จากการเดินรถในส่วนต่อขยายอยู่ที่ประมาณ 2,400 ล้านบาทต่อปี

ขณะที่รายจ่ายรวมสูงถึง 9,012 ล้านบาท การปรับโครงสร้างค่าโดยสารในครั้งนี้จึงมีความจำเป็น เพื่อให้ระบบขนส่งมวลชนของเมืองสามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม กทม.ได้จัดมาตรการบรรเทาและช่วยเหลือ อย่างเหมาะสม ได้แก่ เด็กและนักศึกษา (อายุไม่เกิน 23 ปี) ลดค่าโดยสาร 30% และผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ลดค่าโดยสาร 50% ทั้งนี้ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหลัก คือผู้โดยสารที่เดินทางเฉพาะในส่วนต่อขยาย ซึ่งค่าโดยสารจะเพิ่มขึ้น 2-30 บาท ตามระยะทาง ส่วนผู้โดยสารที่ใช้เฉพาะส่วนสัมปทานเดิมจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง

กทม. ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เป็นภาระเกินควรต่อประชาชน พร้อมรักษามาตรฐาน การให้บริการให้สะดวก ปลอดภัย และคุ้มค่า ตามหลักการของระบบขนส่งมวลชนเมืองสมัยใหม่