Skip to content

นักวิชาการเตือน “ยาดมสูตรจุลินทรีย์” พบปนเปื้อนเชื้อรา เสี่ยงกระทบระบบหายใจ

31 ต.ค. 2568 | 17:12น.
นักวิชาการเตือน “ยาดมสูตรจุลินทรีย์” พบปนเปื้อนเชื้อรา เสี่ยงกระทบระบบหายใจ

ผู้เชี่ยวชาญชี้ แม้เชื้อที่พบไม่รุนแรง แต่กลุ่มเปราะบางอาจเกิดอาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ หรือเสี่ยงติดเชื้อราในปอด ควรหลีกเลี่ยงการใช้ต่อเนื่อง

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์ และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรม และเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า กลไกสื่อสารระหว่างเซลล์ภูมิคุ้มกัน เพื่อต่อกรกับการติดเชื้อราในปอด

เห็นข่าวนี้แชร์กันออกมาทำให้นึกถึง paper นึงตีพิมพ์ใน JCI เมื่อ 2 เดือนก่อนครับ…paper ไม่ได้พูดถึงราในยาดมสมุนไพรในข่าวนะครับ แต่พูดถึงสปอร์ของเชื้อราที่ชื่อว่า Aspergillus fumigatus ซึ่งเป็นเชื้อราที่พบได้ทั่วไปในสิ่งแวดล้อม สำหรับคนที่มีสุขภาพแข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถกำจัดสปอร์เหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย แต่สำหรับผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ที่ติดเชื้อไวรัสรุนแรง สปอร์เชื้อราเหล่านี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ “โรคแอสเปอร์จิลโลซิส” (Aspergillosis) ซึ่งเป็นการติดเชื้อราในปอดที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าร่างกายของเราต่อสู้กับเชื้อรานี้อย่างไร เพื่อหาหนทางใหม่ ๆ ในการรักษา

ทีมนักวิจัยทราบดีว่า “นิวโทรฟิล” (Neutrophil) ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง เปรียบเสมือนทหารด่านหน้าที่คอยจับกินและทำลายเชื้อรา แต่ทหารเหล่านี้จะต่อสู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อได้รับการ “สั่งการ” หรือ “กระตุ้น” จากเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดอื่น หนึ่งในผู้ช่วยสำคัญของนิวโทรฟิลก็คือเซลล์ที่ชื่อว่า Plasmacytoid Dendritic Cell หรือ pDC

ซึ่งก่อนหน้านี้มีการค้นพบว่า pDC ช่วยให้นิวโทรฟิลทำงานได้ดีขึ้น แต่ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่า “บทสนทนา” ระหว่างเซลล์ทั้ง 2 ชนิดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร กลไกการสื่อสารในระดับโมเลกุลที่ทำให้ pDC สามารถปลุกพลังของนิวโทรฟิลให้พร้อมรบคืออะไร นี่คือคำถามหลักที่คณะนักวิจัยต้องการค้นหาคำตอบ พวกเขาสมมุติว่า pDC อาจหลั่งสารสื่อประสาทบางอย่างออกมา เพื่อส่งสัญญาณไปเปิดสวิตช์การทำงานที่สำคัญภายในเซลล์นิวโทรฟิล

เพื่อไขปริศนานี้ นักวิจัยได้ออกแบบการทดลองโดยใช้หนูเป็นโมเดลในการศึกษาการติดเชื้อราในปอด พวกเขาสร้างหนูที่มีลักษณะพิเศษต่าง ๆ เช่น หนูที่ไม่สามารถสร้างโปรตีนสำคัญที่ชื่อว่า STAT1 (ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการรับสัญญาณ) ในเซลล์นิวโทรฟิลโดยเฉพาะ หรือหนูที่สามารถกำจัดเซลล์ pDC ออกจากร่างกายได้เมื่อต้องการ นอกจากนี้ ยังมีการใช้เทคนิคในการติดฉลากสปอร์ของเชื้อราด้วยสารเรืองแสง 2 สี ทำให้สามารถแยกแยะได้ว่าสปอร์ที่อยู่ในเซลล์นิวโทรฟิลนั้นยังมีชีวิตอยู่ (เรืองแสงสีหนึ่ง) หรือถูกทำลายไปแล้ว (แสงสีนั้นหายไป) ซึ่งช่วยให้นักวิจัยสามารถวัดประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อราของนิวโทรฟิลได้อย่างแม่นยำ

นักวิจัยค้นพบว่า เมื่อมีการติดเชื้อราในปอด เซลล์ pDC จะเดินทางจากไขกระดูกมายังปอด และเมื่อมาถึงสมรภูมิรบ มันจะเปลี่ยนตัวเองเป็นเซลล์ที่ตื่นตัวอย่างเต็มที่ และเริ่มผลิตสารสื่อสารที่เรียกว่า “อินเตอร์เฟียรอน” (Interferon) ชนิดที่หนึ่งและสามในปริมาณมาก สารอินเตอร์เฟียรอนนี้จะลอยไปจับกับตัวรับสัญญาณบนผิวของเซลล์นิวโทรฟิล เป็นการส่งข้อความว่า “ถึงเวลาต่อสู้แล้ว” เมื่อนิวโทรฟิลได้รับสัญญาณนี้ โปรตีน STAT1 ที่อยู่ภายในเซลล์จะถูกกระตุ้นให้ทำงาน ซึ่งการเปิดสวิตช์ของ STAT1 นี้มีความสำคัญ เพราะมันจะไปสั่งการให้เซลล์นิวโทรฟิลผลิตโปรตีนอีกตัวหนึ่งที่ชื่อว่า CYBB

ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องจักรผลิต “สารอนุมูลอิสระ” (Reactive Oxygen Species หรือ ROS) ซึ่งเป็นอาวุธหลักที่นิวโทรฟิลใช้ในการทำลายเชื้อโรค ผลการทดลองยืนยันเรื่องนี้อย่างชัดเจน เมื่อนักวิจัยทดลองในหนูที่นิวโทรฟิลไม่สามารถสร้าง STAT1 ได้ พวกเขาพบว่านิวโทรฟิลของหนูเหล่านี้ยังคงจับกินสปอร์ของเชื้อราได้ แต่กลับไม่สามารถฆ่าเชื้อราที่อยู่ภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะสร้างอาวุธ (ROS) ได้น้อยลง ในทางกลับกัน เมื่อพวกเขาลองกำจัดเซลล์ pDC ออกไปจากหนูปกติ ผลที่ได้ก็คือ นิวโทรฟิลของหนูเหล่านี้ก็สูญเสียความสามารถในการฆ่าเชื้อราไปเช่นกัน ซึ่งเป็นการยืนยันว่าสัญญาณจาก pDC นั้นจำเป็นต่อการปลุกพลังของนิวโทรฟิล

งานวิจัยนี้เป็นการวาดแผนที่การสื่อสารระหว่างเซลล์ภูมิคุ้มกัน 2 ชนิดได้อย่างละเอียดเป็นครั้งแรก โดยระบุเส้นทางการส่งสัญญาณที่ชัดเจนตั้งแต่ pDC หลั่งอินเตอร์เฟียรอน ไปสู่การกระตุ้น STAT1 และการสร้างโปรตีน CYBB ในนิวโทรฟิล ซึ่งเป็นแกนหลักในการป้องกันการติดเชื้อรา ความรู้นี้เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในทางการแพทย์ ในอนาคต แทนที่จะพึ่งพายาฆ่าเชื้อราเพียงอย่างเดียว เราอาจสามารถพัฒนาวิธีการรักษาแบบใหม่ที่มุ่งเน้นไปที่การ “ปรับจูน” หรือ “ส่งเสริม” ระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยให้แข็งแกร่งขึ้น เช่น การคิดค้นยาที่เลียนแบบการทำงานของอินเตอร์เฟียรอน หรือยาที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของโปรตีน STAT1 ในนิวโทรฟิลโดยตรง เพื่อช่วยให้ร่างกายของผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ สามารถต่อสู้กับการติดเชื้อราที่อันตรายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยกำลังของตัวเอง

นักวิชาการ เตือน ยาดมจุลินทรีย์ ‘หงส์ไทย สูตร 2’ เสี่ยงเชื้อราในปอด

นักวิชาการ เตือน ยาดมจุลินทรีย์ ‘หงส์ไทย สูตร 2’ เสี่ยงเชื้อราในปอด

นักวิชาการ เตือน ยาดมจุลินทรีย์ ‘หงส์ไทย สูตร 2’ เสี่ยงเชื้อราในปอด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยาดม ยาดมหงส์ไทย หงส์ไทย