“สุขกาย สบายกระเป๋า” ซื้อยานอก รพ.เอกชน ลดค่าครองชีพ 3 หมื่นล้านบาท
รัฐบาลเดินหน้านโยบาย Big Quick Win เปิดตัวโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” เปิดทางให้ผู้ป่วยโรงพยาบาลเอกชนสามารถนำใบสั่งยาไปซื้อยาภายนอกร้านขายยาที่ร่วมโครงการได้โดยตรง เพิ่มทางเลือก-ลดภาระค่ารักษาพยาบาล คาดช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายประชาชนกว่า 32,000 ล้านบาทต่อปี
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ภายใต้นโยบาย Big Quick Win: กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนเข้าถึงยารักษาโรคในราคายุติธรรม และลดค่าครองชีพด้านสุขภาพ โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กระทรวงพาณิชย์ (กรมการค้าภายใน), กระทรวงสาธารณสุข (กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ), สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ สมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสด้านราคายา และให้ผู้ป่วยสามารถนำใบสั่งยาจากโรงพยาบาลเอกชนไปซื้อที่ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการได้โดยตรง
ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการ อย. เปิดเผยว่า ปัจจุบันมี โรงพยาบาลเอกชนกว่า 300 แห่ง และ ร้านขายยาที่ได้รับการรับรองกว่า 3,400 แห่งทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการ โดยร้านที่เข้าร่วมจะมี ตราสัญลักษณ์ “สุขกาย สบายกระเป๋า” หน้าร้าน เพื่อให้ประชาชนสังเกตได้ง่าย พร้อมเปิดบริการผ่านระบบ Telepharmacy ที่ขึ้นทะเบียนกับสภาเภสัชกรรม เพื่อให้คำปรึกษา ตรวจสอบราคา และรับยาตามใบสั่งแพทย์ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
ร้านขายยาที่เข้าร่วมต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน 5 ด้าน ได้แก่
- มีเภสัชกรประจำตลอดเวลาทำการ
- มีระบบจัดหายาที่มีคุณภาพ
- มีช่องทางติดต่อ เช่น โทรศัพท์ ไลน์ หรือ Telepharmacy
- ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพเภสัชกรรม
- ไม่อยู่ระหว่างการถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต
นอกจากนี้ อย. ยังเปิดให้ร้านยาแผนปัจจุบัน (ข.ย.1) สมัครเข้าร่วมได้ทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2568 เพื่อขยายเครือข่ายร้านยาคุณภาพทั่วประเทศ โดยประชาชนสามารถค้นหาร้านที่เข้าร่วมได้ผ่านระบบ “ค้นหาร้านยาใกล้ฉัน” ใน LINE: @FDAThai หรือสแกน QR Code ที่ปรากฏในสื่อประชาสัมพันธ์
รัฐบาลคาดว่า โครงการนี้จะช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลประชาชน ไม่น้อยกว่า 32,000 ล้านบาทต่อปี และสร้างความโปร่งใสด้านราคายาในระบบสาธารณสุขเอกชน
นายอนุทินกล่าวว่า “โครงการสุขกาย สบายกระเป๋า เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูประบบบริการสุขภาพ ที่ทำให้ประชาชนทั้งสุขภาพดีและมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและระบบสาธารณสุขไทยให้ยั่งยืน”