Skip to content

อว.รับนโยบาย Quick Win นำร่อง 20 มหา‘ลัยสีเขียว

14 พ.ย. 2568 | 17:28น.
อว.รับนโยบาย Quick Win นำร่อง 20 มหา‘ลัยสีเขียว

อว.เดินหน้านโยบาย Quick Win จับมือ GC นำร่อง 20 “มหาวิทยาลัยสีเขียว” ทั่วประเทศ ตั้งจุดรับน้ำมันพืชใช้แล้วมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงเครื่องบินยั่งยืน (SAF) ชูเป็นกลไกสำคัญผลักดันไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Net Zero

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดโครงการความร่วมมือนโยบาย Quick Win “มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University)” ภายใต้โครงการความร่วมมือ “จากครัว…สู่เครื่อง” การจัดการน้ำมันพืชใช้แล้วเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน

ระหว่างกระทรวง อว. ร่วมกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) โดยมีนายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

นายนิคม ปัญญาทวีกิจไพศาล รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานปลัดกระทรวง อว. และผู้บริหารหน่วยงาน สถาบันอุดมศึกษา เข้าร่วมพิธี

พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) และรับฟังบรรยายเกี่ยวกับโครงการ “จากครัว…สู่เครื่อง” โดย ศุภฤกษ์ สุเสงี่ยม ผู้จัดการส่วนหน่วยงานเทคนิคโรงกลั่นน้ำมัน บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และสุจิตรา เตรยาวรรณ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท เอนไรส์ ไบโอ ซัพพลาย จำกัด

ศ.ดร.ศุภชัยกล่าวว่า กระทรวง อว.ได้ผนึกกำลังกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (GC) ริเริ่มโครงการ จากครัว…สู่เครื่อง เพื่อรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้วจากครัวเรือนมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) และการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

ซึ่งโครงการนี้จะดำเนินงานภายใต้นโยบายมหาวิทยาลัยสีเขียว โดยมีเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเป็นกลไกสำคัญและเป็นต้นแบบในการจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในระยะแรก กระทรวง อว. จะสนับสนุนการตั้งจุดรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้วในมหาวิทยาลัยนำร่องกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ

“ความร่วมมือนี้ไม่ได้เป็นเพียงการจัดการของเสีย แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ภาคปฏิบัติ (Learning by Doing) ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาและชุมชนได้สร้างสรรค์นวัตกรรมสีเขียว ต่อยอดสู่การสร้างรายได้ และผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน” ศ.ดร.ศุภชัยกล่าว

ด้านนายณะรงค์ศักดิ์เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโครงการนำร่องในจังหวัดระยอง ซึ่ง GC และพันธมิตรสามารถรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO) ได้กว่า 7 ตัน นำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงเครื่องบินยั่งยืน (SAF) สร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 2 แสนบาท และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ

GC จึงนำศักยภาพในการแปรรูปน้ำมันใช้แล้วมาผสานกับเครือข่ายของกระทรวง อว. เพื่อขยายผลสู่สถาบันการศึกษาและคนรุ่นใหม่ โดยจะร่วมกันจัดตั้งจุดรวบรวมน้ำมันในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ พร้อมจัดกิจกรรมให้ความรู้ เพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งความยั่งยืนในกลุ่มเยาวชน

เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างแรงขับเคลื่อนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินคาร์บอนต่ำของภูมิภาคอาเซียน

โครงการความร่วมมือ จากครัว…สู่เครื่อง ยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) ของ GC ที่สามารถผลิตได้ทั้ง SAF เคมีภัณฑ์ชีวภาพ (Biochemicals) และพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics)

ซึ่งสามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ใช้ในชีวิตประจำวัน สะท้อนความมุ่งมั่นของ GC ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และสร้างความแตกต่างอย่างยั่งยืน