อนุทินชี้สีหศักดิ์เหมาะสมในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นในเวทีโลกและคุ้นเคยการเมือง สามารถทำงานต่อเนื่องได้หากเกิดอุบัติเหตุการเมือง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงเหตุผลที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยลำดับที่สอง ว่าพรรคภูมิใจไทยขยายตัวเพิ่มมากขึ้น และเชื่อมั่นว่าจะได้ สส.ที่เพิ่มมากขึ้น จึงเห็นว่าที่ผ่านมาการมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวหากเกิดสถานการณ์อะไรต่าง ๆ จะทำให้การทำงานเกิดความขาดช่วงได้ เลยต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดเอาไว้
ส่วนก่อนหน้านี้ที่มีชื่อของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยนั้น นายอนุทินกล่าวว่าเราพยายามที่จะทาบทามบุคคลที่เป็นที่ยอมรับและได้รับความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน แต่ละท่านอาจมีข้อจำกัดบางประการที่เราต้องเคารพ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
แต่ท่านทั้งสองก็ตกลงที่จะร่วมเป็นทีมงานหากตนได้มีโอกาสบริหารประเทศต่อไป ฉะนั้น เราจะไปบังคับไม่ได้ เพราะเขาอาจจะมีความสบายใจในการทำงานในระดับนี้
เมื่อถามว่าการที่นายสีหศักดิ์เป็นทั้งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีด้วย น่าจะมีเครดิตในการไปพูดคุยกับต่างประเทศมากขึ้นหรือไม่ นายอนุทินระบุว่า คิดว่าพี่น้องประชาชนคงเห็นความทุ่มเทในการทำงานของนายสีหศักดิ์ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่เราต้องใช้เรื่องการต่างประเทศในการทำให้ประเทศไทยมีสถานะเป็นที่ยอมรับ และสามารถดำรงตนได้อย่างมีศักดิ์ศรีในระดับนานาชาติ
นายอนุทินยังกล่าวอีกว่า นายสีหศักดิ์ได้ปฏิบัติหน้าที่แล้ว ในส่วนของตนที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็มีความพึงพอใจและขอบคุณในการทำงานของท่าน ขณะเดียวกัน ในเรื่องการต่างประเทศนายสีหศักดิ์ก็สามารถครอบคลุมได้ทั้งในเรื่องของการค้าระหว่างประเทศ และด้วยความเกรงใจตนมาก ๆ ท่านจึงตอบรับที่จะมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งท่านก็มีความเหมาะสม ถ้าในอนาคตมีเหตุอะไรก็ตามที่ตนไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ พรรคภูมิใจไทยก็มองแล้วว่าหากเป็นนายสีหศักดิ์มาทำหน้าที่แทนจะไม่มีอะไรหยุดชะงักและไม่มีอุปสรรคในการสานต่องาน
โดยย้ำว่าเป็นกรณีที่หากเราได้มีโอกาสมาบริหารประเทศ เราจึงต้องคิดเผื่อ จะไปคิดสวยอย่างเดียวไม่ได้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องสูงสุดไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

เมื่อถามว่านายสีหศักดิ์ตอบรับเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยวันไหน เพราะมีบางรายการอ้างว่าบังคับมาสวมเสื้อกั๊กภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่าจะไปบังคับใครได้ อายุและวุฒิภาวะขนาดนี้กันแล้วก็เห็นมีคนโทร.มา บอกว่ามีรายการของนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ หรือหมาแก่ ตนก็ว่าแกวิเคราะห์ไปเรื่อย สมัยเด็กหากตนทำแบบนี้ก็ถูกคุณพ่อดุตาย เลยบอกว่าอย่าโชว์อะไรที่เขาเรียกว่าไม่ฉลาด และนายสีหศักดิ์ได้สมัครสมาชิกพรรคแล้ว
เมื่อถามย้ำว่านายสีหศักดิ์รับปากเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีวันไหน นายอนุทินกล่าวว่าตนคุยกับท่านมาเรื่อย ๆ ในบรรดาทั้ง 3 ท่านคือ นายเอกนิติ นางศุภจี และนายสีหศักดิ์ ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานในระดับประเทศอย่างยาวนาน เพราะหลังจากท่านพ้นปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ยังเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี ท่านอาจจะสัมผัสในเรื่องของงานการเมืองมากหน่อย และท่านก็ใช้ประสบการณ์ในอดีตที่เคยเป็นทูตในหลายประเทศ หากจะให้พูดทั้ง 3 ท่านก็มีความเหมาะสม ฝากบ้านเมืองกับบุคคลเหล่านี้ได้หมด คิดว่าไม่ใช่ประเด็นการเมืองและการบังคับขู่เข็ญใด ๆ จะเป็นไปได้อย่างไรคนระดับนี้
แม้กระทั้งไปบังคับให้ใส่เสื้อกั๊กในงานแถลงนโยบายพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. นายสีหศักดิ์ท่านก็ใส่เสื้อนอกมา แต่เมื่อนายสีหศักดิ์เห็นทุกคนใส่เสื้อกั๊กท่านก็ถอดเสื้อนอกออกและใส่เสื้อกั๊ก และมาถ่ายรูปหมู่ มาใส่เสื้อด้วยกัน เราไม่ได้บังคับอะไร ตอนที่ท่านแสดงวิสัยทัศน์พวกเรายังบอกว่าท่านใส่สูทก็ได้ เพราะท่านแสดงวิสัยทัศน์ในเรื่องต่างประเทศ ท่านสบายใจก็เอาแบบนั้น ทุกคนก็แฮบปี้ และท่านเอกนิติ นางศุภจี จะไปบังคับอะไรได้ ทุกคนก็ทำด้วยความเต็มใจ
“การวิพากษ์วิจารณ์ด้วยการขาดข้อมูล คงติดต่ออะไรไม่ได้ คงไม่มีใครอยากให้ข้อมูลแล้ว เพราะเอาไปวิเคราะห์มั่ว ๆ ซั่ว ๆ แบบนี้ ประชาชนก็ได้รับข่าวสารคลาดเคลื่อน และไม่มีประโยชน์อะไรกับเรื่องนี้ว่าจะบังคับหรือไม่บังคับ ไม่ได้พูดถึงเรื่องเนื้อหา หรือประโยชน์ ฝีมือ ประสบการณ์ของคนเหล่านี้ที่ทำให้กับบ้านเมือง คงต้องมีการยกระดับในการเสนอข่าว โดยเฉพาะข่าวการเมืองที่อยู่ในช่วงสภาวะต้องมีการเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวจะหาว่าสื่อไม่เป็นกลาง“ นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามว่านายสีหศักดิ์ตอบรับช่วงไหน เพราะวันที่ 23 ธ.ค. ยังบอกว่านายกรัฐมนตรียังไม่เคยจีบเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายอนุทินกล่าวว่าคำว่าจีบถ้าตนยังไม่พูดอย่างเป็นทางการ มันก็คนรู้จักกัน ถ้าจะจีบก็ต้องตั้งแต่ชวนร่วมรัฐบาลแล้ว ก็มีการพูดกันไว้ ”พี่พร้อมไหมมาช่วยกันหน่อย ถ้าเกิดอีกสองท่านไม่สะดวกก็พี่ ถามว่าแบบนี้คือการจีบไหม”
ซึ่งนายสีหศักดิ์ก็พูดกับสาธารณะตลอดเวลา ว่าท่านชอบงานด้านต่างประเทศ ให้ท่านทำตรงนั้นท่านก็ทำได้ ตอนนี้คนที่ชอบหรือไม่ชอบการเมือง คนที่มีตำแหน่งหรือสถานะทางการเมือง ต่อให้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่ปรึกษา เลขาฯ ที่มีการแต่งตั้ง ถ้าจะไปกรอกอาชีพตอนตรวจคนเข้าเมือง ก็จะบอกว่าเป็นนักการเมือง เพราะไม่มีอาชีพรัฐมนตรี นายสีหศักดิ์ก็มีความคุ้นเคยมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากท่านขึ้นเวทีเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ต่อสมาชิกพรรคภูมิใจไทยถือว่าพูดต่อหน้าประชาชนทั้งประเทศ ตนก็ว่าท่านมีความคุ้นเคยขึ้นเรื่อย ๆ ทุกคนมีความมั่นใจ
เมื่อถามย้ำว่านายสีหศักดิ์ตอบรับมาเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า บางทีคนระดับนี้ใช้ญาณคุยกัน
เมื่อถามว่าสาเหตุที่นำเสนอนายสีหศักดิ์ เพราะบทบาทเกี่ยวกับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และต้องเจรจากับหลายประเทศในช่วงนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าทุกอย่างเกี่ยวกันหมด และยอมรับเป็นคนมีประสบการณ์ และตนก็ไม่สามารถชี้แจงคนเดียวได้
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าคนในพรรคจะมีโอกาสเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าทุกคนมีโอกาสหมด เที่ยวนี้เป็นการปรับสถานะของพรรคอีกรอบหนึ่ง มันก็ยังมีข้อจำกัดต่าง ๆ ซึ่งหลังจากผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้ไป ถ้าเราได้รับความไว้วางใจจากประชาชน และเราเห็นสถานะของพรรคหลังการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 69 ก็จะมีความชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ต้องฟังเสียงประชาชน เพราะเขาคือผู้ตัดสิน อย่ามาถามตน ตนตัดสินอะไรไม่ได้ เป็นอย่างไรก็ทำตามเสียงของประชาชน
นอกจากนี้ ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวยังได้พยายามสอบถามถึงนโยบายที่ประกาศว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีเทา นายอนุทินจึงหันมาตอบว่า พรรคไหนก็ไม่มีเทาทั้งนั้น ก่อนจะยิ้มและเดินขึ้นไปทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที