หอการค้า จี้รัฐแก้คอร์รัปชั่น ชี้ประชานิยมต้องสร้างงาน-รายได้ ไม่ใช่แค่แจก
หอการค้าไทย จี้ภาครัฐแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ปลุกจิตสำนึก บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง มองประเทศมีปัญหา คิดจะใช้ แต่ไม่คิดหาเงิน ทำประชานิยม ต้องสร้างงาน รายได้ อาชีพ
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวในเวทีเสวนา “เขาแจก แต่เราจ่าย คิดใหม่เรื่องนโยบายพรรคการเมือง” ว่า กรอบนโยบายของทีดีอาร์ไอ มองว่ายังเป็นกรอบที่กว้าง ควรที่จะมีปรับให้แคบ ทําให้พรรคการเมืองสามารถนําไปปฏิบัติได้ และนโยบายประชานิยมของพรรคการเมืองมักใช้เงินจากสองแหล่ง คือ งบประมาณแผ่นดินและเงินกู้ ซึ่งสุดท้ายจะกลายเป็นหนี้ของประเทศที่ประชาชนต้องร่วมกันรับภาระผ่านการจ่ายภาษีที่มากขึ้น ทำให้เอกชนเป็นห่วงและกังวลว่า พรรคการเมืองส่วนใหญ่จะใช้นโยบายเชิงประชานิยม
ถ้าย้อนดูนโยบายการเลือกตั้งเมื่อ 3-5 ครั้งสุดท้าย ผลคือทำได้ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ หรือพอทำก็กลายเป็นประเด็นปัญหาตามมา ทั้งจำนำ ประกันราคา สุดท้ายก็มีปัญหาต่อเนื่อง ดังนั้นต้องการฝากการเมืองที่จะหานโยบายที่จะแจก ควรดูกรอบวงเงินก่อนที่จะใช้เงินจากไหน ใช้อย่างไร และได้ประโยชน์อะไร เราไม่เคยคัดค้านการอัดเม็ดเงินเข้าระบบกระตุ้นและจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ แต่สิ่งที่หอการค้าต้องการเห็นคือ การใช้นโยบายประชานิยมไม่เน้นการบริโภคเพียงอย่างเดียว แค่ควรนำไปสู่การสร้างนโยบายที่สร้างงาน อาชีพ สร้างรายได้
“ประเทศเรากำลังมีปัญหา คือ คิดแต่จะใช้เงิน แต่ไม่คิดที่จะหาเงิน รวมถึงทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ประชาชน การเมือง สิ่งที่ทุกส่วนต้องคำนึงคือ สิ่งที่ดำเนินการ ต้องไปสร้างงาน รายได้ และอาชีพ”
เช่นเดียวกับเรื่องของการลงทุนที่เราพูดมาตลอด คือ การอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนการขออนุญาตจากหน่วยงานราชการต่าง ๆ เป็นปัญหาที่พูดมาตลอด ร่างกฎหมายนี้ทำมาตั้งแต่ปลายปี 2559 แต่สุดท้ายก็ถูกเบรก โดยคนที่เสียประโยชน์ ถ้าจัดการตรงนี้ได้ ประเทศไทยคือที่สุดเลย ทุกอย่างจะเร็วไปหมด ไม่ต้องไปจ่าย ไปยื่นเอกสารกันมากมาย นักลงทุนเขาก็อยากจะมาลงทุนไทย
อย่างไรก็ตาม การผลักดันเรื่องกฎหมายมีหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติ หากไม่ดําเนินการก็จะลําบาก หากไม่ปฏิบัติก็อาจจะถูกปรับเปลี่ยนตำแหน่ง เอกชนจึงต้องการให้ผลักดันเรื่องของคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง ต้องปลุกจิตสำนึกให้ได้ และสำคัญคือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง