Skip to content

อนุทิน เชื่อความเชื่อมั่นไทยจะกลับมา ย้ำนโยบาย ภท.ไม่กระทบวินัยการคลัง

12 ก.พ. 2569 | 11:19น.
อนุทิน เชื่อความเชื่อมั่นไทยจะกลับมา ย้ำนโยบาย ภท.ไม่กระทบวินัยการคลัง

นายกฯ เชื่อหลังเลือกตั้งความเชื่อมั่นไทยจะกลับมา แม้ถูกมองเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” ย้ำนโยบาย ภท.ไม่กระทบวินัยการเงินการคลัง เชื่อ ครม.ใหม่จะมีเสถียรภาพ มั่นใจเลือกตั้งไม่มีทุจริต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีสื่อต่างประเทศ มองเศรษฐกิจไทยว่าเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” นายกฯ จะให้ความมั่นใจกับเศรษฐกิจไทยอย่างไร ว่า เป็นการวิเคราะห์จากรัฐบาลที่แล้วๆมา หลังจากมีการเลือกตั้งเรียบร้อย ก็มีบทความจากสื่อต่างชาติหลายฉบับที่พูดถึงความมั่นใจของประเทศไทยจากนี้เป็นต้นไป

ส่วนสิ่งที่ให้ความมั่นใจว่า คือหน้าตา ครม.เศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันหรือไม่ว่า 4 ขุนพลที่นายกรัฐมนตรี ดึงเข้ามายังคงตำแหน่งแน่นอน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มันหลายๆ อย่างประกอบกัน พรรคภูมิใจไทย ได้นำเสนอนโยบายที่คนทั่วไปเห็นแล้วว่า มันทำได้ และเกิดประโยชน์ต่อส่วนร่วม ไม่ได้เกิดประโยชน์กับคนใดคนหนึ่ง

“เราไม่ได้ทำนโยบายที่ไร้ซึ่งวินัยการเงินการคลัง สิ่งที่เราจะทำต้องรักษาวินัยการเงินการคลัง เพื่อให้ความมั่นใจว่า เศรษฐกิจพื้นฐานของเราจะมีความเข้มแข็ง”

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่เราพิสูจน์ให้ต่างชาติได้เห็น คือ การที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้ดำเนินการงบฯเหลือจ่าย แทนที่จะไปนำงบเหล่านั้นไปทำโครงการประชานิยมเหมือนรัฐบาลที่แล้วๆมา

แต่กลับไปคืนหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ทำให้ต่างชาติได้เห็นว่า ประเทศไทยยังยึดมั่นในเรื่องการมีวินัยการใช้เงิน ทำให้ ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) คงอันดับเครดิตของประเทศไทยไว้ที่ระดับ BBB+ เป็นการแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยยังน่าเชื่อถือ และยังเป็นประเทศที่น่าสนใจที่ต่างชาติจะเข้ามาลงทุน

ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งที่รัฐบาลไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่กระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องในอดีต

เมื่อถามว่า จากนี้ไปรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยจะมีเสถียรภาพใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากผลการเลือกตั้งที่ออกมา แนวโน้มน่าจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพทางการเมืองในระดับหนึ่ง และเรื่องของขั้วทางการเมือง หรือ ความขัดแย้งต่างๆ ไม่ได้นำไปสู่ความรุนแรง อาจมีวาทะกรรมโต้เถียงไปมา แต่อยู่ในช่วงหาเสียงเท่านั้น แต่เมื่อการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ไม่ได้มีอะไรต่อกันก็น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีจะทำให้สภาชุดนี้มีความเข้มแข็ง

ส่วนจะมีการดึงคนนอกเข้ามาเสริมในคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ เพื่อทำให้หน้าตา ครม.ดียิ่งขึ้น นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่พูดเรื่องนี้

นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เครือข่ายประชาธิปไตย 80 องค์กร แถลงถึงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการใช้อำนาจของกระทรวงมหาดไทยเข้าไปแทรกแซง ว่า ผู้ที่ดำเนินการการเลือกตั้งคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น และทำได้เพียงหากมีการร้องขอให้อำนวยความสะดวกหรือสนับสนุนในเรื่องใดจาก กกต.ก็ดำเนินการให้ หากอยู่ในพิสัยที่สามารถทำได้

ส่วนที่มีการต้องข้อสังเกตถึงคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) มาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่รู้จักว่า กปน. คืออะไร รู้จักแต่การประปานครหลวง ที่อยู่ในการกำกับของกระทรวงมหาดไทย

เมื่อถามว่า ยืนยันใช่หรือไม่ว่าแม้จะดูแลกระทรวงมหาดไทยแต่ไม่ได้มีการล้วงลูก นายอนุทิน หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า ถ้าล้วงได้แล้วจะล้วงลูกอะไร ล้วงลูกตัวเองมั้ง เพราะตนไม่ได้ล้วงลูกใคร มีปัญญาไปล้วงลูกใครล่ะ ไม่เคยคิดทำอยู่แล้ว เพราะตนดำเนินการตามกติกา ซึ่งถือเป็นหลักในการดำเนินชีวิตของตน

เมื่อถามถึงการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ มีความพร้อมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องของ กกต. ส่วนจะให้นับใหม่หรือไม่ ไม่เกี่ยวกับตน เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องตัดสินใจ

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการโกงการเลือกตั้ง ทางพรรคภูมิใจไทยมั่นใจหรือไม่ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นายอนุทิน ยืนยัน ไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทยเพราะไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้ คนที่พรรคได้มาเพราะเป็นผู้เสนอนโยบาย และชาวบ้านก็เลือกมา

เมื่อถามถึงที่มีความเห็นขัดแย้งอยู่ขณะนี้ สะท้อนว่าการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์โปร่งใสใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่ ก่อนย้ำว่า ทุกอย่างอยู่ที่ กกต.

เมื่อถามว่า การทำงานของ กกต.เป็นอย่างไรบ้างในการจัดการเลือกตั้งรอบนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เราได้สนับสนุนทุกสิ่งที่ กกต.ร้องขอมาทั้งเรื่องงบประมาณและการเตรียมการ หากมีสิ่งใดที่ไม่สามารถก่อให้เกิดการเลือกตั้งได้ ซึ่งก็ไม่มี

ส่วนการนับคะแนนเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ กกต. คนที่เข้าใจดีก็จะรู้ว่าโอกาสที่จะเกิดการทุจริตต้องบอกว่าไม่มีเลย เพราะโดยธรรมชาติตัวแทนของทุกพรรคการเมืองจะมีคนเข้าไปเฝ้า ตั้งแต่คะแนนใบแรกจนถึงใบสุดท้าย ซึ่งมีการขานชื่ออย่างชัดเจน โอกาสที่จะเกิดการทุจริตจึงไม่มีเลย

เมื่อถามว่า เชื่อใช่หรือไม่ว่าไม่มีการทุจริตการเลือกตั้ง นายอนุทิน กล่าวว่า เชื่อว่า ไม่มีก่อนย้ำว่า ตนเชื่อ กกต.

ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เซ็นเซ็นยินยอมให้มีการนับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี นายอนุทิน กล่าวว่า นายสุชาติ ไม่มีสิทธิ์ยินยอม โดยทาง กกต.เป็นผู้ใช้ดุลยพินิจ ว่าจะให้นับคะแนนใหม่หรือไม่ ส่วนที่ทางสื่อมีการสอบถามหรือมีคนไปกดดันให้ นายสุชาติยินยอมหรือไม่ยินยอมนั้น ต่อให้นายสุชาติยินยอมแต่ กตต.ไม่ยินยอมก็นับคะแนนใหม่ไม่ได้ และยังไม่รู้ว่าในขณะนี้การตัดสินใจให้มีการนับคะแนนใหม่

เรื่องต้องไปถึงชั้นศาลหรือไม่ เพราะเวลาผ่านไปเนิ่นนานแล้วและมีการเคลื่อนย้ายกล่องใส่บัตรเลือกตั้งไปเก็บรักษาในสถานที่ที่ กกต.กำหนดแล้ว ซึ่งการเอากลับมานับใหม่เป็นสิ่งที่เหนือกว่าระดับ กกต.พร้อมย้ำว่า ใครจะยอมหรือไม่หรือต้องมีการไปขอนับคะแนนใหม่ เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน ซึ่งการใช้ดุลยพินิจ ต้องไปดูที่ข้อกฎหมาย

เมื่อถามว่า กกต.ต้องทยอยประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ในทางกฎหมาย กกต.มีระยะเวลา ดำเนินการ 60 วันแต่ขณะนี้เพิ่งผ่านไป 3 วัน ในปี 2562 กกต.ใช้เวลาถึง 60 วัน ส่วนในปี 2566 ใช้เวลาประมาณ 30 กว่าวัน ขณะนี้อยู่ในวิสัยที่ กกต.สามารถดำเนินการได้ภายใต้กฎหมาย และไม่ควรมีใครไปก้าวล่วง เพราะจะยิ่งทำให้ กกต.กดดัน หรือการสร้างขั้นตอนใด ๆ ขึ้นมา ก็จะยิ่งทำให้การประกาศอย่างเป็นทางการช้าออกไปอีก

พร้อมยกตัวอย่างการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดศรีสะเกษ ที่ต้องเลื่อนระยะเวลาออกไป 45 วัน และเมื่อเกิดเหตุ ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน กกต. สามารถยืดเวลาออกไปได้อีกซึ่งตนมองว่าไม่เกิดประโยชน์อะไร และขณะนี้การเลือกตั้งเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว คะแนนเสียงก็เป็นที่ยอมรับ ซึ่งต้องปล่อยให้มีการนับคะแนนโดย กกต.ส่วนจะไปสอยหรือทำอะไรทีหลัง มีช่องทางอยู่แล้วรัฐบาลชุดใหม่จะได้ฟอร์มทีมได้ และจะสามารถเปิดสภาใหม่ได้ ไม่เช่นนั้นรัฐบาลชุดนี้ต้องรักษาการต่อไปเรื่อย ๆ เพราะรัฐบาลชุดปัจจุบันจะสิ้นสุดลงต่อเมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ดังนั้นหากมีกระบวนการใดที่ทำให้เป้าหมายไปไม่ถึงก็ต้องรักษาการต่อไปเรื่อย ๆ

เมื่อถามย้ำว่า เมื่อมีการประกาศรับรองจาก กกต.รัฐบาลสามารถจับขั้วได้ในทันทีใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน

เมื่อถามว่า จะได้เห็นรัฐมนตรีไม่ซ้ำหน้าเดิมใช่หรือไม่ รวมถึงประชาชนอยากเห็นฟอร์มรัฐบาล โดยนายกฯ ปฎิเสธตอบคำถาม และหันมายิ้มให้สื่อมวลชน ก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อนุทิน