เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ BOI น็อกดอร์ญี่ปุ่นปักหมุด EEC 3 แสนล้าน

30 ก.ค. 2561 | 12:07น.

ตัวเลขเป้าหมายขอรับส่งเสริมการลงทุน 720,000 ล้านบาท คือเป้าหมายที่ท้าทาย “ดวงใจ อัศวจินตจิตร์” เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพราะเป็นเป้าหมายที่มีอัตราเพิ่มจากปี 2560 ถึง 12% นับเป็นการตั้งเป้าที่สูงสุด-ต่างไปจากปกติที่มีเป้าเพิ่มขึ้นเพียงปีละ 5-10%

การชักจูงนักลงทุนทั้งทางตรง-ทางอ้อม และการโรดโชว์ประเทศไทย จึงเป็นภารกิจใหญ่ของบีโอไอ

“ประชาชาติธุรกิจ” สนทนาพิเศษกับ “ดวงใจ” ระหว่างเดินสายปักหมุด-เทใจ-เจรจากับนักลงทุนรายใหญ่ในเมืองที่มีอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงสุด จ.มิเอะ-ไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ในช่วง 17-21 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ยุทธศาสตร์น็อกดอร์เจาะพื้นที่-รายบริษัท

“ดวงใจ” กล่าวว่า บีโอไอใช้ยุทธศาสตร์เน้นเจาะนักลงทุนรายสาขา รายบริษัทมา 5 ปีแล้ว โดยมีการจัดสัมมนาทั้งระดับที่มีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีอุตสาหกรรมเข้าร่วม และระดับที่บีโอไอร่วมกับกลุ่มนักลงทุนเฉพาะรายสาขา เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ข้อมูลด้านการลงทุนที่ดำเนินการไปแล้ว เช่น เจาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์, เครื่องจักร, อุตสาหกรรมยา, เครื่องมือแพทย์, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

“เราจะเจาะและชักจูงนักลงทุนเพิ่มอีก 3 ด้าน คือ อุตสาหกรรมอากาศยาน, หุ่นยนต์, เกษตรแปรรูปอาหาร อาหารทางการแพทย์ นอกจากนี้ เราจะเจาะกลุ่มผู้ประกอบการอายุน้อยที่เป็น startup ที่มีศักยภาพไปจับคู่ธุรกิจกับฝ่ายไทย ซึ่งการลงทุนด้านดิจิทัลเป็นกลุ่มที่ใช้เงินลงทุนไม่มาก”

“เครื่องมือและเครือข่ายที่เป็นตัวจักรสำคัญของการจัดงานสัมมนาเพื่อการโปรโมตประเทศไทยในระดับเมืองสำคัญ ๆ ของญี่ปุ่น คือ การร่วมมือเป็นพันธมิตรกับธนาคารท้องถิ่น, หอการค้า เขาเป็นตัวช่วยที่ดีมาก”

เลขาธิการบีโอไอกล่าวถึงการลงพื้นที่ชักจูงนักลงทุนญี่ปุ่น เจาะจงลงไปสัมมนาตามพื้นที่ เช่น คลัสเตอร์ยานยนต์ กลุ่มโตโยต้า อยู่ที่จังหวัดไอจิและฮอนด้าในโตเกียว

สำหรับ 3 อุตสาหกรรมเป้าหมายในกลุ่ม S-curve ที่บีโอไอจะเจาะเพิ่มและดึงเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เช่น อุตสาหกรรมอาหารที่ฮอกไกโด, อุตสาหกรรมยา การแพทย์ที่โตเกียวและพื้นที่ใกล้เคียง

ทั้งนี้ ในฟูกูโอกะนับเป็นการเจาะกลุ่มนักลงทุนที่เป็นรายสาขามากที่สุด บีโอไอจัดสัมมนาชักจูงนักธุรกิจปีละไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ญี่ปุ่นปักหมุด EEC-ทะลุเป้า 3 แสนล้าน

ผลจากการโหมให้ข้อมูลและเจาะเจรจาอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนจากญี่ปุ่นซึ่งครองอันดับลงทุนในประเทศไทยสูงสุดต่อเนื่อง เฉลี่ยร้อยละ 30-40 ของการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2551-2560) มีโครงการยื่นขอส่งเสริมการลงทุน 4,308 โครงการ

ทั้งปี 2560 มูลค่าการลงทุนกว่า 133,002 ล้านบาท มีสัดส่วนถึงร้อยละ 47 ของมูลค่าการลงทุนจากต่างชาติทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ถึง 2.5 เท่า และในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 ญี่ปุ่นได้รับการอนุมัติให้ส่งเสริมการลงทุน 132 โครงการ มูลค่า 36,645 ล้านบาท

เฉพาะการลงทุนในเขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 73 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 60,682.3 ล้านบาท และในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 มีโครงการได้รับอนุมัติแล้ว 49 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 28,499.6 ล้านบาท โดยลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 22 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 25,373.3 ล้านบาท

“หลังจากมีการปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุน ที่ให้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นสูงสุดยกเว้นภาษีเงินได้ 13 ปี คาดว่าในเขตอีอีซีจะมีการขอรับการส่งเสริมเกินเป้า 3 แสนล้าน และช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนญี่ปุ่นมากขึ้น”

รถยนต์ไฟฟ้า-ขาใหญ่มาครบ

เลขาธิการบีโอไอกล่าวถึงอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า และไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก (plug-in hybrid electric vehicles-PHEV) ที่ผ่านการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนไปแล้ว เช่น บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งโครงการที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง, บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย, และเบนซ์ รวมมูลค่าลงทุน 18,000 ล้านบาท และฮอนด้า อยู่ในระหว่างการรอพิจารณาในคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

“การได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีพิเศษมีเงื่อนไขต้องผลิตชิ้นส่วนสำคัญด้วย ซึ่งบีโอไอมีให้เลือกว่าผลิตอะไร ซึ่งไม่ได้บังคับให้ผลิตเอง แต่ให้ซัพพลายเออร์ผลิตให้ก็ได้ ซึ่งทุกบริษัทก็เลือกผลิตแบตเตอรี่” น.ส.ดวงใจกล่าว

ญี่ปุ่นจัดทัพบุกอีกรอบปลายปี 2561

เลขาธิการบีโอไอกล่าวด้วยว่า “ผู้ว่าฯ จ.มิเอะ และนักธุรกิจญี่ปุ่นเตรียมจะเยือนไทยอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2561 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะก่อให้เกิดการร่วมมือเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมระหว่างไทยและมิเอะอย่างต่อเนื่อง เป็นรูปธรรม ซึ่งมีการลงนาม MOU เน้นการร่วมมือในการทำงานที่เข้มข้นมากขึ้นในสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ญี่ปุ่น บีโอไอ BOI อีอีซี EEC