เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
Automotive HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
Economic เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
ดูทั้งหมด

รัฐเตรียมอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าระบบ คาด 2 สัปดาห์กลับสู่ปกติ ย้ำไม่กระทบไฟฟ้า

19 มี.ค. 2569 | 20:06น.

นายกฯ ลั่นเช็คแล้วไม่มีน้ำมันหาย เผยเหตุขาดแคลนเพราะประชาชนแห่ตุน วอนอย่าตุนมีใช้เพียงพอแน่นอน เตรียมอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าระบบคาด 1-2 สัปดาห์กลับสู่ภาวะปกติ ไฟเขียวรถบรรทุกวิ่งส่ง 24 ชม. ย้ำไฟฟ้าไม่กระทบ ใช้ก๊าซอ่าวไทยผลิตเอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า ตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมาหลังจากมีการปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว รัฐบาลได้เชิญให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมประชุมกับ ศบก. เพื่อติดตามปัญหาในการปฏิบัติตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมัน ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปถัมภ์ในการประชุมสามารถสรุปผลการประชุมได้ ดังนี้

จากการตรวจสอบปริมาณน้ำมัน และราคาน้ำมันในแต่ละขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทานครอบคลุมถังน้ำมัน คลังน้ำมัน จ๊อบเบอร์ การขนส่งน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน พบว่า ตรงกันทุกในประเทศ ยังคงเดินเครื่องเต็มการผลิต โดยกำลังการผลิตสามารถผลิตได้ถึง 175 ล้านลิตรต่อหนึ่งวัน และมีการจัดการเพิ่มเติมเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่อง

หลายบริษัทได้มีการจัดสรรน้ำมันดิบจากหลายแห่งเพื่อให้มีความเพียงพอต่อการนำน้ำมันดิบมากลั่นเป็นน้ำมันประเภทต่าง ๆ ทั้งโรงกลั่นน้ำมันและคลังน้ำมันจะดำเนินการประกาศราคาหน้าโรงกลั่น และหน้าคลังน้ำมัน ซึ่งมีโรงกลั่นพร้อมขายตามราคาให้จ๊อบเบอร์ด้วยราคาตามที่ประกาศโดยมี PTTOR จะประกาศราคาไม่เกินหน้าสถานีบริการน้ำมัน

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะกำกับโรงกลั่นและผู้ค้่น้ำมันให้รายงานข้อมูลการผลิตการจำหน่ายน้ำมัน ปริมาณน้ำมันที่จะจำหน่าย ราคาที่จะจัดจำหน่ายให้กรมธุรกิจพลังงานได้รับทราบ เพื่อจัดสรรปริมาณน้ำมันที่จะจำหน่ายให้กับประชาชน และภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยราคาที่เป็นธรรม

ขณะเดียวกัน ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมออกข้อบังคับผ่อนผันการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมัน ให้วิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศภายในวันนี้ (19มี.ค.69) เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งไปยังสถานีบริการน้ำมันต่าง ๆ ทั่วประเทศ และขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการขนส่งเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมันเพื่อส่งไปยังสถานีบริการทั่วประเทศให้มีความปลอดภัยสูงสุด

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันเรื่องของการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ได้รับการยืนยันว่ายังคงส่งออกไปยังเพียงที่ สปป.ลาว ปริมาณ 5.29 ล้านลิตร/วัน ลดจากเดิม 25 % และส่งไปเมียนมา อยู่ที่ 300,000 ลิตรต่อวันลดลง 20% จากที่เคยส่งมาก่อน

ส่วนมาตรการที่ 2 เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำมันไม่เพียงพอ จะเพิ่มมาตรการ เช่น การผ่อนปรนเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ การเร่งผลิตพลังงานชีวภาพ B20 เพื่อให้มีความพร้อมในการจำหน่าย ทั้งหมดนี้เพื่อให้ระบบกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ จ๊อบเบอร์กลับมาดำเนินการปกติเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้มีน้ำมันตามความต้องการของประชาชน และภาคอุตสาหกรรมภายใต้ราคาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนได้มีความมั่นใจ เพราะรัฐบาลได้มีการประชุมหลายครั้งแล้ว ได้ถามกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีการยืนยันข้อมูลทั้งทางเอกสาร และทางวาจา ประสบการณ์ที่มีอยู่

นายอนุทิน ยืนยันว่า ประเทศไทยยังไม่ประสบภาวะขาดแคลนการนำเข้าน้ำมันแต่อย่างใด ที่มีการพูดตลอดเวลาว่าน้ำมันดิบไม่เข้าประเทศไทยแล้วจำนวนปริมาณน้ำมันดิบหายไปครึ่งหนึ่ง เพราะว่ามีสถานการณ์ที่ได้เรียกประชุมอีกครั้งซึ่งมีทั้งวงเล็กและวงใหญ่วงภายในซึ่งได้รับทราบที่ชัดเจนแล้วว่าไทยยังสามารถผลิตน้ำมันในปริมาณ และกำลังการผลิตดั่งเช่นก่อนวันที่ 1 มีนาคมก่อนที่จะมีการสู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง ดังนั้นน้ำมันไม่ได้ขาดแคลนปริมาณน้ำมันสำรองก็ยังคงรักษาได้อยู่ที่ประมาณ 100 วัน

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ได้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมัน ยังคงหาน้ำมันจากแหล่งอื่นเข้ามาเติมได้อย่างต่อเนื่อง

“ถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ไทยเคยมีการใช้น้ำมันดีเซลในแต่ละวันที่ 67 ล้านลิตรต่อวัน ก่อนเกิดเหตุสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นสภาวะปกติไม่ได้มีการออกมาตรการเรื่องการลดการใช้หรือการประหยัดน้ำมัน กำลังการผลิตน้ำมันดีเซลของประเทศไทยอยู่ที่ 77 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งมีช่องว่างอยู่ประมาณ 10 ล้านลิตร หลังจากเกิดเหตุสงครามด้วยข้อมูลและความวิตกกังวลของประชาชนทำให้การใช้ เพิ่มมาเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ถือว่าเป็นการเกินกำลังการผลิตอาจเป็นเหตุทำให้เกิดการขาดน้ำมันในบางพื้นที่”

นายอนุทิน ยันว่า วันนี้รัฐบาลยังคงมีน้ำมันให้กับประชาชนใช้ได้ตามปกติ แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องขอความร่วมมือกับประชาชนด้วย ”เพราะจำนวนน้ำมันที่หายไป ไม่ได้หายไป เพราะถูกส่งออกไปนอกประเทศหรือนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนภาคส่วนใด แต่หายไปเพราะเกิดจากความกังวลของประชาชนมีการมาเติมเพิ่มขึ้น นำเก็บสำรองไว้เพิ่มมากขึ้นในครัวเรือน

ซึ่งทำให้เกิดสภาวะการขาดแคนน้ำมันมีการเติมที่น้ำมันที่พร่องถังไปแล้วก็มาเติมอีก ซึ่งทุกครั้งที่มีการพร่องก่อนก็ไปเติมเต็ม ทำให้เกิดการใช้จ่ายในปริมาณมากขึ้น ดังนั้นขอประชาชนให้ความร่วมมือกลับมาใช้น้ำมันในสภาวะปกติ ซึ่งน้ำมันที่มีอยู่ ยังคงอยู่ตามสถานีบริการน้ำมันทั่วไปมีเพียงพอแล้ว”

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า 67 ล้านลิตรที่เคยใช้ในแต่ละวันถือเป็นการใช้ในสภาวะปกติเมื่อกระโดดมาเป็น 84 ล้านลิตรต่อเมื่อเรากลับไปในสภาวะปกติยังไม่ต้องพูดถึงในเรื่องของการประหยัดเพิ่มมากขึ้น วันนี้ประชาชนก็สามารถให้ความร่วมมือในการการใช้น้ำมันเพิ่มมากขึ้นอยู่แล้ว ถ้าหากเราปรับสภาพอยู่ในสภาวะปกติลดความวิตกกังวลปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละวันก็จะสอดคล้องกับกำลังการผลิตน้ำมันในประเทศไทย

แน่นอนว่าภายใน 3-5 วันจะเป็น matching กันอาจต้องใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ รัฐบาลมีความเห็นว่าจะนำน้ำมันสำรองฉีดเข้าไปในระบบเพื่อให้น้ำมันมีมากเพียงพอ และให้การใช้น้ำมันของประชาชนเข้ามา matching กับปริมาณน้ำมันที่เราสามารถใช้ได้โดยจะเร่งดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

“ขอวิงวอนให้ประชาชนได้ตระหนักว่าแม้ตอนนี้จะมีน้ำมันที่เพียงพอใช้ในประเทศแต่สถานการณ์ที่เราคาดการณ์และควบคุมไม่ได้คือการสู้รบในตะวันออกกลาง หากมีความรุนแรงมากไปกว่านี้และไม่รู้ว่าจะยุตติเมื่อไหร่ หากเราใช้น้ำมันด้วยความระมัดระวัง ความตระหนักรู้ก็จะยิ่งมีปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศได้เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้เรื่องของไฟฟ้าไม่ต้องกังวล ไทยได้ใช้ก๊าซจากแหล่งในอ่าวไทยสามารถนำมาผลิตไฟฟ้าที่จะหล่อเลี้ยงความต้องการของประชาชนทั่วประเทศได้โดยที่ไม่มีปัญหาติดขัดแต่อย่างใด นอกจากนี้จะมีการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกอื่นพลังงานชีวภาพ เช่น B20 ก็จะนำมาเป็นส่วนผสมให้กับน้ำมันดีเซลเพิ่มมากขึ้นยิ่งผสมได้มากขึ้นเท่าไหร่ก็จะทำให้ปริมาณน้ำมันสำรองของน้ำมันในประเทศเรามีเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น รัฐบาลได้ทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเต็มที่”

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ให้อาศัยข้อมูลของรัฐบาลซึ่งข้อมูลมาจากกรมธุรกิจพลังงาน ที่มีหน้าที่ควบคุมนำเข้าการส่งออกธุรกิจการค้าขายน้ำมันในประเทศ ซึ่งเป็นข้อมูลตัวเลขที่มาจากฐานผู้นำเข้าน้ำมันดิบจากทั้ง ปตท. รวมถึงโรงงานอื่นๆ

และเป้าหมายของการประชุมในวันนี้ คือขอให้กลับไปยังสภาวะที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มีนาคม คือขอให้มีกำลังการผลิตที่เพียงพอที่จะใช้ต่อวัน คือ 67 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งคงใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์

ซึ่งการแก้ไขคือการอัดน้ำมันสำรองที่มีอยู่เข้าไป เพื่อให้สภาวะที่คิดว่าขาดแคลนเพราะมีการเติมตุนเพิ่มมากขึ้น ถ้าพี่น้องประชาชนช่วยกันหยุดตุน และเราอัดน้ำมันสำรองที่มีอยู่เข้าไปจะทำให้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาวะปกติ ซึ่งเป็นวิธีการที่รัฐบาลจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป

เมื่อถามว่า จะจัดการความรู้สึกของประชาชนหลังจากนี้อย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากน้ำมันกลับเข้าระบบได้แล้ว และประชาชนให้ความร่วมมือโดยที่ไม่ตุนจนเกินไป บางทีตุนเป็นสิบๆถังแบบนี้เท่าไหร่ก็ไม่พอ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องกราบขอร้องพี่น้องประชาชนต้องให้ความร่วมมือในด้านนี้ด้วย ส่วนรัฐบาลเองจะแก้ไขปัญหาโดยการเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบเข้าไปเพื่อให้เกิดภาวะสมดุลโดยเร็วที่สุด

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมมีการย้อนหรือไม่ว่าใครที่ทำให้เกิดน้ำมันไม่พอในช่วง 7 วันที่ผ่านมา นายอนุทิน กล่าวว่า น้ำมันไม่เคยไม่พอ แต่เหมือนตู้เอทีเอ็มใส่เงินไว้สองล้านบาท แต่มีคนไปเบิกหกล้านบาท มันเลยไม่พอ ถ้าไม่ได้วงรอบมันก็ไม่มีคนเอาไปเติม ทำให้ต้องดึงกลับไปในสภาวะก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง เพราะจำนวนปริมาณที่ใช้มาก่อนหน้านี้ใช้ปกติยังเหลือไปขายที่ประเทศที่ 3 เลย คืออยู่ที่ 67 ล้านลิตร และกำลังการผลิตของเราอยู่ที่ 77 ล้านลิตร เหลืออีก 10 ล้านลิตร

ดังนั้น ยืนยันว่ากำลังการผลิตเราไม่ได้ลดลง ยังคงผลิตเท่าเดิม แต่ด้วยความกังวลของประชาชนท่านเลยไปตุนไว้ก่อน เพราะกลัวน้ำมันจะขึ้นราคาแล้วขาดแคลน ซึ่งรัฐบาลจะไม่ทำให้เกิดในเรื่องของการขาด ส่วนเรื่องราคาเป็นไปตามกลไกตลาด พอสู้รบราคาขึ้นพอเหตุการณ์สงบก็ปรับลง เรื่องราคาเราจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไก

ดังนั้น ที่ถามว่าใครเป็นคนทำให้น้ำมันขาดแคลนจึงตอบไม่ได้ เพราะมันยังไม่ขาด แต่เพราะมีการตุนมากเกินไปด้วยความวิตกกังวล ซึ่งรัฐบาลก็เข้าใจช่วง 2-3 สัปดาห์เราไปบริหารตรงนั้นไม่ได้ แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกแล้วว่าเรามีปริมาณสำรองเป็น 100 วันแล้ว ศักยภาพในการนำเข้าวัตถุดิบมากลั่นเป็นน้ำมันไม่ได้ลดลงเลย จึงถือว่าในเรื่องของซัพพลายปกติแล้วก็ขอให้ดีมานด์ได้ลดลงมาเมื่อแมตช์กันก็จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

ส่วนข่าวที่ระบุว่าประเทศไทย แอบส่งออกน้ำมันไปประเทศที่ 3 นอกเหนือจาก สปป.ลาว และเมียนมา โดยผ่านสปป.ลาวไปยังกัมพูชานั้น ขอยืนยันว่าไม่มี ส่วนตนจะรู้ได้อย่างไรว่า สปป.ลาว จะไม่ขายต่อไปยังกัมพูชานั้น ตนเพิ่งไปจนสปป.ลาวมา ได้สอบถามกับผู้บริหารระดับสูง และแสดงความกังวลว่ามีเหตุการณ์เช่นนี้หรือไม่ ก็ได้รับคำตอบอย่างชัดเจนว่าไม่มี

ขอให้สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวสารให้เกิดความชัดเจน เพื่อประชาชนจะได้ไม่ต้องวิตกกังวล ขณะนี้เราส่งออกน้ำมันจากประเทศไทยไปยัง 2 ประเทศเท่านั้น เพราะมีเหตุผลทางยุทธศาสตร์ เพราะอาจจะต้องแสวงหาความร่วมมือกับ 2 ประเทศนี้ในอนาคต เพราะเป็นประเทศที่ผลิตไฟฟ้า และก๊าซ ป้อนเข้ามาที่ประเทศไทย จึงเหมือนเป็นการส่งเชื้อเพลิงเข้าไปให้เขาได้ผลิตพลังงานต่างๆต้อนกลับเข้ามาสู่ที่ประเทศไทย เป็นการเพิ่มซัพพลาย และพลังงานเข้ามาสู่ประเทศไทยอีกด้านหนึ่ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำมัน