“วัยรุ่นจีน” บริโภคนิยม-หนี้ท่วม P2P กู้เงินออนไลน์ “ตัวการใหม่”
กำลังซื้อของประชากรในประเทศที่เพิ่มขึ้นดันเศรษฐกิจโตเร็วถือว่าเป็นเรื่องดี แต่หากกำลังซื้อนั้นลวงตา อาจเสี่ยงต่อความมั่นคงทางการเงินของประเทศในระยะยาวได้
“ประเทศจีน” หนึ่งในประเทศที่ได้ชื่อว่าโตเร็วที่สุด และกำลังซื้อคนในประเทศขยายตัวเร็วที่สุดในโลก กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาที่กำลังมาแรง นั่นคือ “หนี้ของคนหนุ่มสาว” ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการใช้บัตรเครดิต การกู้เงินรายย่อย เพื่อตอบสนองแพสชั่นในการดำรงชีวิต ซึ่งดันมูลค่าหนี้ครัวเรือนของจีนเพิ่มตามไปด้วย
เดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส รายงานสถานการณ์ดังกล่าวผ่านบทวิเคราะห์ชิ้นหนึ่งระบุว่า เศรษฐกิจของจีนที่เติบโตรวดเร็ว ส่งผลให้วัยรุ่นจีนติดกับดักวัตถุนิยม พวกเขาคือเด็กยุค “มิลเลนเนียล” เจเนอเรชั่นคนรุ่นใหม่ที่พยายามวิ่งหนีจากวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของคนจีนรุ่นเก่า ด้วยการใช้เงินจับจ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยตลอดจนความสะดวกสบาย
พวกเขาใช้เงินทำอะไรบ้าง ? ส่วนใหญ่หมดไปกับการซื้อยานพาหนะ เรียนภาษา ท่องเที่ยวพักร้อน ตกแต่งบ้าน ซื้อของแบรนด์เนมราคาแพง ซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่ ตลอดจนการแต่งงาน
ผลสำรวจจากธนาคารเพื่อการลงทุนของจีน (ซีไอซีซี) ระบุว่า เมื่อปีที่แล้วยอดคงค้างของสินเชื่อเพื่อการบริโภค (consumer loans) ของจีนเติบโตถึง 40% ขณะที่หนี้ส่วนใหญ่ของชาวจีนมาจาก “สินเชื่อบ้าน” ซึ่งก็มีการเติบโตที่สูงไม่แพ้คอนซูเมอร์โลน ทำให้ปี 2017 ที่ผ่านมามูลค่าหนี้ครัวเรือนของจีนสูงถึง 33 ล้านล้านหยวน คิดเป็น 40% ของจีดีพี เป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้น 2 เท่า นับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา

“ลู่ เหว่ยถิง” ซีอีโอจากเหว่ยถิงคอมพานี บริษัทวิจัยข้อมูลลูกหนี้ให้สัมภาษณ์ว่า สิ่งหนึ่งที่ทำให้วัยรุ่นจีนมีหนี้ท่วมขนาดนี้ เกิดจากความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ต่าง ๆ เนื่องจากเงื่อนไขการปล่อยกู้ที่เปิดกว้างให้เด็ก ๆ สามารถเป็นหนี้ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะช่วง 5 ปีที่ผ่านมาที่มีช่องทางกู้เงินออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นมากมาย
หนึ่งในวิธีการกู้ที่วัยรุ่นนิยมคือ Peer to Peer Lending (P2P) หรือระบบสินเชื่อออนไลน์ เป็นการปล่อยกู้ตรงระหว่างผู้กู้และผู้ให้กู้ โดยไม่ต้องมีธนาคารเป็นตัวกลาง ผู้ให้บริการอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลจากพฤติกรรมต่าง ๆ ของลูกค้า การจับจ่ายใช้สอย ความตรงต่อเวลาในการจ่ายหนี้ ฯลฯ ไม่ใช่การปล่อยกู้จากหลักทรัพย์ค้ำเหมือนรูปแบบดั้งเดิม
P2P แพลตฟอร์มปัจจุบันในจีนมีกว่า 100 ราย ซึ่งรับเงินจากนักลงทุนมาปล่อยกู้รายย่อยโดยตรง คนจีนนิยมกู้เงินผ่านแพลตฟอร์ม P2P เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้จากธนาคารได้ เนื่องจากประเมินความน่าเชื่อถือบุคคลได้ยาก

การสำรวจของบริษัทวิจัย “ตียีหวังไต๋” ระบุว่า ปีที่แล้วยอดสินเชื่อคงค้างเฉพาะใน P2P อยู่ที่ราว 1.2 ล้านล้านหยวน ถือว่ามีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งที่อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยสูงถึง 37% และยังมีค่าปรับเพิ่มหากจ่ายเกินเวลากำหนด
นักเศรษฐศาสตร์มองว่า ระบบการเงินของจีนจะมีปัญหาแน่หากเป็นเช่นนี้ต่อไป แม้ว่าสินเชื่อเพื่อการบริโภคจะมีส่วนช่วยสนับสนุนให้รัฐบาลมุ่งสู่เป้าหมายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากกำลังซื้อในประเทศ แต่นั่นถือเป็นความเสี่ยงสำคัญ เพราะการที่ตัวเลขหนี้ครัวเรือนสูงขนาดนี้จะส่งผลต่อการเติบโตของการบริโภคในระยะยาว เพราะแม้ว่าในอนาคตประชาชนจะมีรายได้เพิ่มขึ้นแต่ก็ต้องนำรายได้ที่สูงขึ้นมาจ่ายหนี้ ทำให้กำลังซื้อในอนาคตอาจจะไม่สามารถขยายตัวได้ เพราะต้องนำเงินส่วนใหญ่ไปชำระหนี้ ขณะที่การผิดนัดชำระหนี้จะส่งผลต่อภาวะเสี่ยงทางธุรกิจของผู้ให้กู้เอง
“ไคจิ เฉิน” นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอีมอรี สหรัฐอเมริกา ประเมินว่า หนี้ครัวเรือนของประชากรจีนคิดเป็นราว 80% ของรายได้หลังหักภาษี และเศรษฐกิจจีนมีโอกาสพังทลายลงได้ หากบรรดาลูกหนี้พยายามจ่ายหนี้ให้หมดภายในครั้งเดียว เพราะนั่นหมายความว่ากำลังซื้อภายในประเทศจะหายวับไปเกือบทั้งหมด