“อัศวิน” เผยมีอำนาจเพียงตรวจสอบ “ใบอนุญาต” ร้านสัก ทั่วกรุงทำถูกกม. 50 แห่ง
เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ศาลาว่าการกทม. 2 (ดินแดง) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงผลประชุมคณะผู้บริการ กทม. ถึงกรณีลูกบ้านแจ้งต่อผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านน้อยสนามบิน ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย ว่าบุตรสาวพร้อมเพื่อนรวม 4 ราย เสียชีวิตหลังเดินทางไปสักลายที่ย่านตลาดคลองหลอด เขตพระนคร กทม. และติดเชื้อเอชไอวี ว่าการอนุญาตเปิดกิจการนั้น เป็นหน้าที่หลักของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในการออกใบอนุญาตและตรวจสอบเกณฑ์มาตรฐาน ส่วน กทม.มีอำนาจในการตรวจสอบร้านสักที่ตั้งภายในอาคารว่า มีใบอนุญาตหรือไม่ โดยการตรวจสอบส่วนนี้มอบหมายให้แต่ละสำนักงานเขตเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนร้านเถื่อน ปูเสื่อตั้งอยู่บนทางเท้า กทม.สามารถใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง พ.ศ.2535 ดำเนินการตักเตือน สั่งปรับเท่านั้น อย่างไรก็ดี จะขอศึกษารายละเอียดอีกครั้ง
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวถึงการเปิดร้านสักลาย สักคิ้ว หรือสักตาที่เปิดตามตลาดนัดในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยมากที่สุด
ด้าน พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัด กทม. กล่าวว่า กทม.ไม่นิ่งนอนใจ หลังทราบข้อมูลกรณีมีผู้ติดเชื้อเอชไอวี หลังเดินทางมาสักลายย่านคลองหลอด เขตพระนคร โดยเมื่อวันที่ 1 กันยายน มอบหมายหน่วยงานสังกัดกทม. ประกอบด้วย กองควบคุมโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อเพศสัมพันธ์ สำนักอนามัย สำนักงานเขตพระนคร ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลเขต ติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดทีมลงพื้นที่ตรวจสอบร้านสัก บริเวณคลองหลอดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีข้อมูลรายงานว่า ร้านสักที่ได้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามประกาศกฎกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2558 ในพื้นที่เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร มีจำนวนร้านสักที่ได้รับใบอนุญาตเพียง 17 ร้าน เท่านั้น ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ มีร้านสักที่ได้รับอนุญาต รวมทั้งสิ้น 50 ร้าน
“แม้จะมีกฎกระทรวงสาธารณสุขดูแล แต่อำนาจการตรวจสอบร้านสักเถื่อนนั้น เป็นของเจ้าพนักงาน กทม. ซึ่งแต่ละเขตจะต้องเข้าไปดูแล กวดขัน ดำเนินการตามกฎหมาย หากไม่พบใบอนุญาตจะมีบทลงโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ยกเว้น กิจการที่อยู่ในความดูแลของแพทย์และพยาบาล มองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดีทำให้ประชาชนตระหนักถึงเรื่องดังกล่าวมากขึ้น ครอบคลุมถึงการสักคิ้วที่นิยมมากในปัจจุบัน” พญ.วันทนีย์ กล่าว
นอกจากนี้ พญ.วันทนีย์ กล่าวว่า เรื่องการสักหรือกิจการที่ใช้เข็มจิ้มจนเกิดเลือด ต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ความสะอาด โดยเครื่องมืออุปกรณ์ต้องผ่านฆ่าเชื้อและทำความสะอาด ส่วนเข็มต้องเปิดบรรจุภัณฑ์ใหม่ โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบร้านสักด้วยตนเอง ด้วยการขอดูใบอนุญาตประกอบกิจการกับทางร้านได้
ที่มา : มติชนออนไลน์