เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

วิกฤตค่าเงิน กับโอกาสการลงทุน

11 ก.ย. 2561 | 11:00น.

คอลัมน์ เติมความคิดพิชิตการลงทุน

โดย พรเทพ ชูพันธุ์ บล.ไทยพาณิชย์

หลายวันที่ผ่านมา นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่ (emerging markets หรือ EM) ที่กำลังเผชิญวิกฤตค่าเงิน (currency crisis) โดยค่าเงินในหลายประเทศอ่อนค่าลงอย่างมาก นำโดยตุรกีและอาร์เจนตินา และเริ่มลามมายังประเทศ EM ในภูมิภาคแถบบ้านเรา ซึ่ง บล.ไทยพาณิชย์ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยตามปัจจัยพื้นฐาน แต่ก็แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากในภาวะวิกฤตอาจเกิดการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงแบบไม่สนปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งก่อให้เกิดความผันผวนแต่ก็เป็นโอกาสลงทุน

ปกติวิกฤตค่าเงินมักมีบ่อเกิดจากความอ่อนแอหลายด้าน เช่น

1) การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูง ซึ่งดุลบัญชีเดินสะพัดเปรียบเหมือนบัญชีน้ำพักน้ำแรง เพราะมีส่วนประกอบหลัก เช่น ดุลการค้า ดุลบริการ และการส่งกลับผลประโยชน์จากการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของคนในประเทศ จึงสะท้อนถึงการออมในประเทศด้วย ประเทศไหนที่มีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมาก แปลว่าการออมในประเทศต่ำ ต้องพึ่งพาเม็ดเงินกู้ยืมจากต่างประเทศ

2) การขาดดุลการคลังมาก รัฐมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ ต้องกู้ยืมเงิน ซึ่งปกติการขาดดุลการคลังเล็กน้อยไม่ใช่เรื่องใหญ่ โดยเฉพาะถ้าเป็นการขาดดุลการคลังเพื่อนำไปลงทุนเพิ่มขีดความสามารถของประเทศในอนาคต แต่หากเป็นการขาดดุลการคลังที่นำเงินไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แม้จะสร้างคะแนนนิยมเห็นผลเศรษฐกิจโตทันใจ แต่ก็เป็นภาระในระยะยาว

3) หนี้สินนอกประเทศจำนวนมาก อาจเกิดจากภาครัฐ (มีข้อ 1+2 รวมกันจะเรียกว่า twin deficits) ต้องกู้ยืมจากนอกประเทศเพราะไม่มีการออมในประเทศรองรับ หรืออาจเกิดจากภาคเอกชนที่เห็นอัตราดอกเบี้ยในประเทศสูงกว่าดอกเบี้ยนอกประเทศ เลยไปกู้เงินต่างประเทศ ซึ่งหากนำเงินมาลงทุนสร้างผลตอบแทนในอนาคตก็อาจพออยู่รอดได้ แต่หากกู้มาลงทุนสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพค่าเงินได้

4) ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศไม่เพียงพอ รองรับความจำเป็นในอนาคต เช่น หนี้นอกสูงกว่าทุนสำรอง ยิ่งมีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดร่วมด้วย จะทำให้ทุนสำรองหมดไปอย่างรวดเร็ว หากหาแหล่งเงินกู้ใหม่ไม่ได้ก็เกิดปัญหา

เรามองว่าปัญหาวิกฤตอัตราแลกเปลี่ยนในตุรกี อาร์เจนตินา สาเหตุหลักมาจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และการขาดดุลการคลัง (twin deficits) พึ่งพาเงินกู้นอกประเทศมาหลายปี ดังนั้นพอเฟดขึ้นดอกเบี้ย ECB ลดการอัดฉีด QE ก็ทำให้สภาพคล่องเงินตราต่างประเทศหดหาย ประกอบกับทุนสำรองก็น้อย รองรับหนี้นอกระยะสั้นกับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดได้เพียงครึ่งปีเท่านั้น นักลงทุนต่างชาติจึงแห่กันเอาเงินออก เกิดเป็นวิกฤตที่แก้ยาก เพราะหากขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดึงดูดเงินกลับก็จะทำให้เศรษฐกิจหดตัว หากปล่อยให้ค่าเงินอ่อนก็จะทำให้เงินเฟ้อพุ่งบวกกับบริษัทที่กู้เงินนอกจะหนี้พุ่งล้มละลาย กลายเป็นวิกฤตแบบต้มยำกุ้ง 2540 ในที่สุด

ประเทศไทยพื้นฐานแกร่ง ตลอดปีครึ่งที่ผ่านมาไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงถึง 10% ของ GDP นับว่าแกร่งเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสูงกว่าหนี้นอกระยะสั้นถึง 3.5 เท่า การขาดดุลการคลังก็น้อย โอกาสผิดนัดชำระหนี้นอกของไทยต่ำมาก โอกาสถูกโจมตีค่าเงินจึงน้อยมาก ไทยกลายเป็นประเทศที่ปลอดภัยที่สุดประเทศหนึ่งในบรรดา EM ซึ่งสำนักข่าว Bloomberg ได้ออกรายงานเรื่องนี้เมื่อไม่กี่วันก่อน ว่าประเทศไทยผู้เคยเป็นจุดเริ่มต้นของ Asian crisis เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตอนนี้กลายเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดที่หนึ่งไปแล้ว

สำหรับนักลงทุนหากดูจากปัจจัยพื้นฐาน เช่น ราคาหุ้นปรับลดลงมาราว 3-4% ตั้งแต่ต้นปี สวนทางกับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนครึ่งปีแรกที่ +7.6% YOY สอดคล้องกับ GDP ครึ่งปีแรกที่โต 4.8% (ดีที่สุดในรอบ 5 ปี) การออมในประเทศก็สูง เม็ดเงินไหลเข้ากองทุนรวมต่อเนื่อง ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันในประเทศมีสัดส่วนมากขึ้น ช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับตลาด ภาพรวมตลาดหุ้นบ้านเรามีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ดังนั้น ความผันผวนจากปัจจัยภายนอกจึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่จะเข้าลงทุนหุ้นพื้นฐานดีราคาถูก โดยเฉพาะหากการขายเกิดจากนักลงทุนต่างชาติที่ลดสัดส่วนการลงทุนใน EM ทั้งภูมิภาค ซึ่งเป็นการสั่งขายแบบสาด ก็อาจทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานได้

ซึ่ง บล.ไทยพาณิชย์ เลือกหุ้นเด่นเดือน ก.ย.ไว้ 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมตามธีมวัฏจักรการลงทุนของไทยและ EEC (AMATA, WHA) กลุ่มสื่อนอกบ้านที่จะเติบโตตามการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ (PLANB) และกลุ่มอาหารตามการฟื้นตัวของราคาไก่ที่เริ่มสูงกว่าจุดคุ้มทุน และจะเริ่มทำกำไรได้ดีในระยะต่อไป (CPF, GFPT)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การลงทุน การเงิน