การตลาด “จำเป็น”
คอลัมน์ Market-think
โดย สรกล อดุลยานนท์
คืนก่อน ผมนั่งดูการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่และ Apple Watch Series 4ตั้งใจว่าจะดูแป๊บนึงแล้วเข้านอน
เพราะ Apple เปิดตัวดึกมาก คือ ตอนเที่ยงคืนของไทย
แต่สุดท้ายผมก็ดูจนจบ
ต้องยอมรับว่าการนำเสนอสินค้าของ Apple ยังน่าดูและน่าติดตาม จำได้ว่าตอนที่ “สตีฟ จ็อบส์” ยังอยู่
การเปิดตัวสินค้าใหม่ของเขาเหมือนกับการแถลงข่าวของประธานาธิบดีแห่งโลกยุคใหม่
โลกทั้งโลกจับตามองว่าเขาจะมีอะไรมาเปลี่ยนโลกอีก
แต่ตอนหลังดูเหมือนว่าสินค้าใหม่ ๆ
ของเขาดึงดูดใจน้อยลง
หลายคนบอกว่า Apple หมดมุขแล้ว
จนมีคนอำว่าในหนังสือที่ “จ็อบส์” มอบให้ “ทิม คุก” ก่อนเสียชีวิต
เขาเขียนบอกเลยว่าต้องทำอะไรบ้าง
“ทิม คุก” ก็ทำตามมาเรื่อย ๆ
แต่ตอนนี้ถึงหน้าสุดท้ายแล้ว
“จ็อบส์” เขียนสั้น ๆ “คิดเองบ้างสิวะ”
แต่ไม่ว่าใครจะเสียดสี “ทิม คุก” อย่างไรก็ตาม
ผลกำไรของ Apple กลับเติบโตขึ้น
และล่าสุดกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐบริษัทแรกของโลก
ผมไม่ได้เป็น “โอตะ” ของ Apple ที่ติดตามทุกครั้งที่มีการเปิดตัวสินค้า
จังหวะไหนเปิดเจอก็ดู
แต่ครั้งนี้ผมรู้สึกว่าการเปิดตัวของเขา
กระชับขึ้น ไม่ต้องปูพรมถึงความยิ่งใหญ่ของสินค้าแต่ละตัวมากนัก
มาถึงก็ใส่เลย
โลกวันนี้ “เวลา” ที่คนให้กับสิ่งใด
สิ่งหนึ่งน้อยลง เยิ่นเย้อไม่ได้เลย
นอกเหนือจากตัวสินค้าใหม่แล้ว ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผมจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ของ Apple ครั้งนี้
ผมสนใจอยู่ 2 เรื่อง
เรื่องแรก คือ การยกเลิกการผลิต iPhone X
ครั้งนี้ Apple เปิดตัวมือถือใหม่ 3 รุ่น คือ iPhone Xs, iPhone Xs Max และ iPhone Xr
ตามปกติหลังเปิดตัว iPhone รุ่นเก่า
จะลดราคาลงทันที
เมืองไทยก็ประมาณเครื่องละ 5,000 บาท
ครั้งนี้ทุกรุ่นก็ลดราคาเหมือนเดิม
ยกเว้น iPhone X เขาเลิกผลิตเลยครับ
หลายคนสงสัยว่าทำไม Apple ตัดหางปล่อยวัดเลย มันต้องมีอะไรบางอย่าง
พอเข้าไปดูข้อมูลเรื่อง “ราคา” แล้วเข้าใจได้ครับ
ครั้งก่อน iPhone X นั้นเปิดตัวด้วยราคาที่แพงมาก 999 เหรียญ
เมืองไทยตั้งราคาประมาณ 40,000 บาท
ถ้าครั้งนี้ลดราคาก็คงเหลือ 35,000 บาท
แต่ iPhone Xr ใหม่ซึ่งเป็นรุ่นที่ราคาถูกสุด
ทันสมัยกว่าและใช้ชิปรุ่นเดียวกับ iPhone Xs และ iPhone Xs Max
เขาตั้งราคาต่ำสุด 749 เหรียญ
มาเมืองไทยก็คงประมาณ 30,000 ต้น ๆ
เมื่อเทียบกับ iPhone X ที่ลดราคาแล้วประมาณ 35,000 บาท
ถามว่าใครจะซื้อรุ่นเก่า
วิธีการง่ายที่สุด ก็คือ ฆ่าตัวเก่าทิ้งไปเลย ไม่ต้องให้เกิดการเปรียบเทียบ
อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ คือ Apple Watch Series 4
จากเดิม Apple Watch ขายความทันสมัยไฮเทค
แต่วันนี้เขาเพิ่มจุดขายเรื่อง “ความจำเป็น” เข้าไป
การใส่ฟังก์ชั่น การตรวจคลื่นหัวใจ ถือเป็นพัฒนาการเรื่องสุขภาพที่น่าสนใจมาก
เพราะที่ผ่านมาการตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจวัดคลื่นหัวใจถือเป็นโปรแกรมพิเศษที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม
ในขณะที่คนเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบมากขึ้นเรื่อย ๆ
เช่นเดียวกับระบบเซ็นเซอร์เรื่องการลื่นล้ม และ SOS ไปยังเบอร์ที่เรากำหนดไว้
คงได้ใจผู้ใหญ่
และได้เงินจากลูก ๆ ที่เป็นห่วงพ่อแม่
การสร้าง Apple Watch ให้กลายเป็น “นาฬิกา” ที่จำเป็นถือเป็นมุมการตลาดที่น่าสนใจ
อาจจะเป็นเพราะ Apple รู้ว่าโลกนี้เริ่มเป็นโลกของผู้สูงวัย
และคนใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น
มุมนี้น่าติดตามต่อ