Skip to content

สทนช.สั่งเร่งเขื่อนน้ำน้อยเสี่ยงแล้งเก็บน้ำช่วงปลายฝน ก่อนประกาศเข้าฤดูหนาว พร้อมเฝ้าระวังภาคใต้ฝนตกหนัก ประจวบ-สุราษฎร์ฯ

03 ต.ค. 2561 | 15:15น.
สทนช.สั่งเร่งเขื่อนน้ำน้อยเสี่ยงแล้งเก็บน้ำช่วงปลายฝน ก่อนประกาศเข้าฤดูหนาว พร้อมเฝ้าระวังภาคใต้ฝนตกหนัก ประจวบ-สุราษฎร์ฯ

สัญญาณฝนตอนบนของประเทศเริ่มแผ่ว เร่งทุกหน่วยเก็บน้ำต่อเนื่อง ศูนย์เฉพาะกิจฯ หันเฝ้าระวังพื้นที่ภาคใต้หลังวิเคราะห์ตั้งแต่ตุลาคมนี้ฝนเริ่มลงใต้เพิ่มขึ้น

นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ประจำวันที่ 3 ต.ค. 61 ว่า จากการติดตามสถานการณ์อากาศและฝนวันนี้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง จะเริ่มมีฝนลดลง โดยพบว่าวันนี้มีพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก 33 จังหวัด ในภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร ในภาคกลาง ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท นครปฐม สุพรรณบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร ในภาคตะวันตก ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ในภาคตะวันออก ได้แก่ สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ในภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรมมราช สงขลา โดยปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบว่า มีฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือ จ.พะเยา 133 มม. เชียงใหม่ 126 มม. แพร่ 102 มม. ลำพูน 81 มม. แม่ฮ่องสอน 78 มม. ลำปาง 76 มม. เชียงราย 76 มม. น่าน 61 มม. ภาคกลาง จ.กรุงเทพมหานคร 68 ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี 80 มม. ภาคตะวันออก จ.ตราด 67 มม. และภาคใต้ จ. ภูเก็ต 149 มม. นราธิวาส 79 มม. สุราษฎร์ธานี 68 มม. ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง

​สำหรับการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอ่างฯ ขนาดใหญ่และกลาง ปัจจุบันมีปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มี 55,994 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 79 ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มี 3,491 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 68 รับน้ำได้อีก 16,585 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจากการคาดกาณ์แนวโน้มบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง จะเริ่มมีฝนลดลงแล้วนั้น ทางศูนย์เฉพาะกิจฯ ยังคงเน้นย้ำทุกหน่วยงานเร่งเก็บกักน้ำเข้าอ่างฯให้มากที่สุด โดยปัจจุบันพบว่าอ่างฯ ที่มีปริมาณน้อยกว่า 60% มีจำนวนทั้งสิ้น 132 แห่ง แบ่งเป็น อ่างฯขนาดใหญ่ 9 แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา 42% เขื่อนแม่มอก 27% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขื่อนมูลบน 55% เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 1% เขื่อนห้วยหลวง 52% เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 1% เขื่อนลำนางรอง 34% เขื่อนอุบลรัตน์ 34% ภาคกลาง เขื่อนกระเสียว 39% เขื่อนทับเสลา 27% ภาคใต้ เขื่อนบางลาง 49% เพิ่มจากเมื่อวาน 1% ขณะที่อ่างฯ ขนาดกลาง 123 แห่ง ลดลงจากเมื่อวาน 3 แห่ง แบ่งเป็น ภาคเหนือ 29 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 62 แห่ง ภาคตะวันออก 6 แห่ง ภาคกลาง 6 แห่ง ภาคตะวันตก 2 แห่ง ภาคใต้ 18 แห่ง ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นอ่างเฝ้าติดตามน้อยกว่า 30% รวมจำนวน 37 แห่ง แบ่งเป็น ขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่มอก 28% เพิ่มขึ้น 1% เขื่อนทับเสลา 28% เพิ่มขึ้น 1% ขนาดกลาง 35 แห่ง เพิ่มขึ้น 1 แห่ง แบ่งเป็น ภาคเหนือ 7 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 แห่ง ภาคตะวันออก 3 แห่ง ภาคกลาง 1 แห่ง และภาคใต้ 4 แห่ง

​นายสำเริงกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากการติดตามเฝ้าระวังและบริหารจัดการอ่างฯ น้ำน้อยแล้ว ศูนย์เฉพาะกิจฯ ยังเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ฝนที่ในเดือนตุลาคมนี้จะเริ่มลงมาทางตอนใต้ของประเทศมากขึ้น โดยจากข้อมูลของแผนที่ One Map จากการวิเคราะห์แนวโน้มฝนเดือนตุลาคมของกรมอุตุนิยมวิทยา และ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. พบว่าทางภาคใต้ที่เริ่มมีแนวโน้มฝนตกหนักถึงหนักมาก แต่ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณ 5% แบ่งเป็น ภาคใต้ฝั่งตะวันออกปริมาณฝนเฉลี่ย 200 – 280 มม. ภาคใต้ฝั่งตะวันตกฝนเฉลี่ย 305 – 390 มม. อย่างไรก็ตาม ยังคงมีบางพื้นที่ที่คาดว่าจะมีปริมาณฝนตกหนักต่อเนื่องที่ต้องเฝ้าระวังน้ำไหลหลากได้ เช่น จ.ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฏร์ธานี ภูเก็ต นครศรีธรรมราช พังงา เป็นต้น ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ รวมถึงแหล่งเก็บน้ำขนาดกลาง และขนาดเล็กให้มีความมั่นคงไม่ให้ชำรุดเสียหายได้ รวมถึงการแจ้งเตือนประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบล่วงหน้าด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การจัดการน้ำ สทนช.