เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
น้ำท่วมลำพูน “ประกันภัยพิบัติ” จ่ายทันที 10,000 บาท 235 ครัวเรือน
Finance น้ำท่วมลำพูน “ประกันภัยพิบัติ” จ่ายทันที 10,000 บาท 235 ครัวเรือน
ดูทั้งหมด

2 นครา “การตลาด”

31 ต.ค. 2561 | 16:47น.

คอลัมน์ Market-think

โดย สรกล อดุลยานนท์

แม้จะเป็นเรื่องราวในแวดวงบันเทิง

แต่ถือเป็นปรากฏการณ์ทางด้านการตลาดที่น่าสนใจ

นั่นคือ เรื่องราวของ “เลือดข้นคนจาง” และ “นาคี 2”

สำหรับ “เลือดข้นคนจาง” นั้น คนอ่าน  “ประชาชาติธุรกิจ” น่าจะรับรู้อยู่แล้ว

เพราะกระแสของละครเรื่องนี้ดังมากโดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย คำว่า “ใครฆ่าประเสริฐ” กลายเป็นคำฮิตที่โด่งดังทั่วบ้านทั่วเมือง

เรตติ้งทางโทรทัศน์ตอนแรกไม่แรงนัก

จนช่วงท้าย ๆ ค่อยขยับมาที่ 3 กว่า

แต่ยอดดูทางไลน์ทีวีและย้อนหลังทางยูทูบสูงมาก

นั่นเป็น ความแรงที่เกิดขึ้นใน “สื่อใหม่”

แต่อีกมุมหนึ่งของวงการบันเทิง ภาพยนตร์เรื่อง “นาคี 2” ทำรายได้ 4 วัน

แรงสูงถึง 200 กว่าล้านบาททั่วประเทศ

และคาดว่าอาจจะถึง 400-500 ล้านบาท

แต่เชื่อไหมว่า “นาคี 2” เป็นหนังที่คนในโซเชียลมีเดียไม่ค่อยรู้จัก

จนเข้าโรงแล้วทำรายได้มโหฬาร

คนกลุ่มนี้จึงเริ่มรู้จัก “นาคี 2”

แต่สำหรับคนดูทีวี กระแส “นาคี 2” แรงมาก

ช่อง 3 โปรโมตแบบจัดเต็ม

เขาอาศัยฐานลูกค้าเก่าจากคนที่เคยดู “นาคี” ภาคแรกที่เรตติ้งสูงมากเมื่อ 2 ปีก่อน

คนกลุ่มนี้รู้จัก “นาคี”

ผูกพันกับตัวละครในเรื่อง

เขาย่อมอยากรู้ว่า เรื่องราวต่อจาก “นาคี” ภาคแรก เป็นอย่างไร

ละครช่อง 3 เรื่องนี้เจาะกลุ่มเป้าหมายระดับชาวบ้านทั่วไป

เป็นสินค้า “แมส”

พอโปรโมตแรง ๆ กับกลุ่ม “แมส” ที่รักสินค้านี้จริง ๆ

ถล่มทลายเลยครับ

ฐานมวลชน “รากหญ้า” เป็นกลุ่มที่ประมาทไม่ได้จริง ๆ

เป็นกลุ่มเดียวกับแฟนเพลงลูกทุ่ง รักใครรักจริง

ในยุคก่อนตอนที่ “เทป-ซีดี” กำลังอ่อนแรง

“เทป” หรือ “ซีดี” ที่ขายดีที่สุด คือ เพลงลูกทุ่ง

ชาวบ้านอยากอุดหนุนศิลปินในดวงใจของเขา

“นาคี 2” ก็คือ ปรากฏการณ์แบบเดียวกัน

กลยุทธ์ของเขาเหนือชั้นมาก

ดึงคนที่รักและภักดีต่อสินค้าที่เคยดูฟรีทางจอทีวีให้ยอมมาเสียเงินซื้อตั๋วหนังสำเร็จ

และยังมี “ลูกเล่น” ที่เหมาะกับตลาดนี้ด้วย

นั่นคือ แจก “เหรียญ” ที่ผ่านการปลุกเสกมาแล้วให้กับคนที่จองตั๋วล่วงหน้า

มีคูปองรับเหรียญพร้อมตั๋วเป็นเรื่องเป็นราว

วางจังหวะหนังฉายก่อนเทศกาลบั้งไฟพญานาค

และช่อง 3 ก็ถ่ายทอดสดเทศกาล “บั้งไฟพญานาค”

คนที่รำหน้าขบวนคือ “ญาญ่า” นักแสดงนำในหนัง “นาคี 2”

เป็นไงครับ

ช่อง 3 โชว์ให้เห็นว่า พลังของ “สื่อทีวี” ยังแรงอยู่

ชาวบ้านยังดูทีวี

เรื่องนี้น่าสนใจนะครับ

ถ้า “อาร์เอส” ใช้กลยุทธ์ทำจอโทรทัศน์เป็นห้างสรรพสินค้า

ทำรายการเรตติ้งดี ๆ ดึงคนมาดูช่อง 8

และทำรายได้จากการขายเครื่องสำอางที่เขาผลิตเอง

สร้างโมเดลธุรกิจใหม่

“ช่อง 3” ก็ปรับกลยุทธ์เช่นกัน

เขาไม่ได้ขายเครื่องสำอาง

แต่ต่อยอด “ละคร” ไปสู่ “หนัง”

กำหนด “กลุ่มเป้าหมาย” คือ คนดู

ละครที่รักและภักดีกับตัวละครและเรื่องราว

จากเดิมที่ “ดูฟรี”

เขากระตุ้นให้คนดูละครไปจ่ายตังค์ดูหนังแทน

ช่อง 8 และช่อง 3 เหมือนกันตรงที่เขาเปลี่ยนรูปแบบการหารายได้ใหม่

จากเดิมคือทำเรตติ้งละคร หรือรายการให้สูง ๆ

เอา “เรตติ้ง” ไปขายโฆษณาจากเอเยนซี่

แต่วันนี้ “ช่อง 8” ทำสินค้าเอง

แล้วขายสินค้ากับ “คนดู”

ส่วน “ช่อง 3” สร้างสินค้าใหม่ คือ “หนัง” ต่อยอดจากละคร

แล้ว “ขายตรง” กับ “คนดูละคร” กลุ่มเดิม

เอาเงินจากกระเป๋า “คนดู” โดยตรง

ไม่ใช่ “เอเยนซี่โฆษณา”

ช่อง 3 และช่อง 8 คิดเหมือนกัน

แต่ใช้กลยุทธ์คนละแบบ

ผมลองคิดเล่น ๆ ว่า ถ้า “ช่องวัน” ของ “แกรมมี่” เอาบ้าง

ทำหนัง “เลือดข้นคนจาง” ภาค 2 ฉายในโรงขึ้นมา

ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร

น่าสนใจนะครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นาคี 2 เลือดข้นคนจาง