บทบรรณาธิการ
ถูกรุมต้านจนถูกมองว่าคงไปไม่รอด แต่หลังรองนายกฯสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ย้ำว่า จะเร่งกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ หนึ่งในนั้นคือ ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ให้ทันก่อนการเลือกตั้ง ล่าสุด ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาวาระแรกของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว และจะพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 กลางเดือน พ.ย.นี้
ปิดฉากการยำใหญ่ปรับแก้ไขรายมาตรา ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ สนช.ใช้เวลาพิจารณายาวนานกว่า 1 ปีครึ่ง ปรับแก้สาระสำคัญทั้งเงื่อนเวลาให้มีผลบังคับใช้ เพดานภาษี อัตราภาษีที่จะจัดเก็บจากเจ้าของที่ดินและทรัพย์สิน แต่กระแสต้านยังมีออกมาจากภาคธุรกิจ กลุ่มทุน แลนด์ลอร์ดรายใหญ่
จะด้วยเหตุใดก็ตามที่ทำให้รัฐบาลส่งสัญญาณไฟเขียวให้กระทรวงการคลังเร่งผลักดันกฎหมายอาถรรพ์ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ถูกมองว่าอาจต้องพับเก็บไว้บนหิ้งเพื่อลดแรงเสียดทาน แต่เมื่อคนในรัฐบาลยืนยันชัดว่ากฎหมายจะผ่าน สนช.ประกาศบังคับใช้ทันสิ้นปีนี้ ถ้าเป็นจริงก็ต้องยกเครดิตให้ว่ารัฐยังไม่ลืมคำมั่น
แม้กฎหมายใหม่ที่จะออกมาบังคับใช้จะต่างไปจากร่างเดิมมาก อาทิ เลื่อนระยะเวลาบังคับใช้กฎหมายจากเดิม 1 ม.ค. 2562 เป็น 1 ม.ค. 2563 แนวทางบรรเทาภาระภาษีลดผลกระทบโดยให้เวลาปรับตัว 4 ปี ด้วยการทยอยปรับขึ้นอัตราภาษีที่จะจัดเก็บแบบขั้นบันได
การยกเว้นภาษีที่ดินและบ้านหลังแรกที่มูลค่าต่ำกว่า 50 ล้านบาท จำแนกจัดเก็บภาษีที่ดินเกษตรกรรมเป็น 2 กรณี หรือ 2 อัตราจากเดิมจัดเก็บอัตราเดียวกัน คือ ที่ดินรายย่อยเอกชนหรือบุคคลธรรมดากับที่ดินนิติบุคคล หรือเกษตรกรรายใหญ่ แบ่งซอยจัดเก็บภาษีที่ดินประเภทพาณิชยกรรมแบบขั้นบันไดตามมูลค่า ฯลฯ
รวมทั้งผ่อนเกณฑ์การจัดเก็บภาษีสำหรับที่ดินประเภทรกร้างว่างเปล่าหรือไม่ได้ใช้ประโยชน์ จากเดิมเพดานภาษี 1.2% และจะจัดเก็บเพิ่มขึ้น 0.3% ทุก ๆ 3 ปี แต่ไม่เกิน
3% ปรับแก้เป็นอัตราภาษี 0.2-0.3% เพดานสูงสุด 3% โดยปรับขึ้นภาษีทุก ๆ 3 ปี จากนั้นภายใน 27 ปี ถ้ายังปล่อยทิ้งไม่ได้ใช้ประโยชน์ภายใน 27 ปีจะจัดเก็บภาษีสูงสุด 3% เป็นต้น
ทั้งนี้ หากสามารถผลักดันบังคับใช้ฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แทนภาษีโรงเรือนและที่ดิน กับภาษีบำรุงท้องที่ซึ่งล้าสมัยและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จะทำให้ท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 1 หมื่นล้านบาท
ปลายเดือนนี้นอกจากต้องจับตามองว่าการพิจารณาวาระที่ 2 และ 3 ในที่ประชุม สนช. ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯจะถูกยำใหญ่ซ้ำจนไม่เหลือเค้าเดิมอีกหรือไม่แล้ว ต้องลุ้นวัดใจสมาชิก สนช.พร้อม ๆ กันด้วย