เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ปรับปรุง “การศึกษา”

23 พ.ย. 2561 | 22:13น.

คอลัมน์ ระดมสมอง

โดย ศาสตราจารย์พิเศษ อธึก อัศวานันท์

 

เช้าวันหนึ่ง ผมไปเข้าเรียนมัธยมปลายตามปกติ ก็มีเรื่องน่าตื่นเต้นขึ้น พบว่าในห้องเรียนมีโทรทัศน์ตั้งให้นักเรียนดูกัน ซึ่งเป็นเรื่องแปลกสำหรับโรงเรียนคงแก่เรียนแห่งนี้ แต่วันนั้นโรงเรียนเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ดูการถ่ายทอดสดยานอวกาศอพอลโล 11 ลงจอดบนดวงจันทร์ วันนั้นคือวันที่ 20 กรกฎาคม 2512 พวกผมเฝ้าดูการถ่ายทอดด้วยความตื่นเต้น

และตื่นเต้นมากขึ้น เมื่อครูวิชาวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่งแอบกระซิบกระซาบดัง ๆ นอกหลักสูตรว่า ครูท่านไม่เชื่อว่าเป็นการถ่ายทอดจากพระจันทร์จริง ท่านว่าที่เราเห็นมนุษย์อวกาศกระโดดลงไปเหยียบบนดวงจันทร์นั้นเป็นการถ่ายทำภาพยนตร์ของฮอลลีวูด เพราะว่าในตำราที่ท่านเรียน (นับอายุแล้วตอนที่ท่านเรียนน่าจะประมาณ พ.ศ. 2480-2490) ไม่เคยพูดถึงเรื่องมนุษย์จะไปดวงจันทร์ได้

พระจันทร์เป็นที่สถิตของเทพยดา เราถึงต้องมีสารทไหว้พระจันทร์ ถ้ามนุษย์บุกไปโลกพระจันทร์รบกวนเทพยดาก็อาจจะถูกจับหักคอ ครูสอนวิทยาศาสตร์มาหลาย 10 ปีแล้ว จึงไม่เชื่อเรื่องที่อเมริกาถ่ายทอดให้เราดู พวกผมเป็นนักเรียนเด็ก ๆ หลายคนก็จำที่ท่านพูดวันนั้นได้ดีด้วยความรักและเคารพต่อครูท่านนั้น คำสอนของครูท่านนี้มีคุณค่ามหาศาลต่อพวกผม เพราะเป็นเครื่องเตือนใจที่ดีว่าวิทยาการและวิชาความรู้ต่าง ๆ มีการพัฒนาไปตลอดเวลา เช่นเรื่องส่งมนุษย์ไปพระจันทร์นั้นเกิดขึ้นจากนโยบายของอเมริกาที่พัฒนาวิทยาศาสตร์ในช่วงเวลาที่น้อยกว่า 10 ปีในสมัยนั้น ครูท่านนั้นเป็นข้าราชการซึ่งไม่เปิดช่องให้ท่านออกไปศึกษาเพิ่มเติมหลังจากที่เรียนจบมาแล้ว

เราต้องมีการพัฒนาการศึกษาตลอดเวลา การพัฒนาการศึกษาที่สำคัญที่สุดคือพัฒนา “ครู” ให้ตามการพัฒนาทางเทคโนโลยีและวิชาการต่าง ๆ ให้ทัน หรือให้ล้ำไปข้างหน้า เพราะ “ครู” เป็นผู้ชี้แนวทางการศึกษาให้แก่ลูกศิษย์ว่าควรจะศึกษาค้นคว้ากันไปในทางใด ไม่ใช่ว่าจะบังคับให้ครูท่านใช้สิ่งที่ท่านเรียนมาจากสถาบันการศึกษาของท่านเมื่อ 20-30 ปีที่แล้วมาพร่ำสอนแก่ลูกศิษย์ ในขณะที่ 20-30 ปีที่ผ่านมา วิทยาการต่าง ๆ พัฒนาไปจนเปลี่ยนรูปไปหมดแล้ว

เมื่อ 30 ปีก่อน ถ้าใครพูดถึงการสื่อสารหรือการชมคลิปภาพยนตร์จากอุปกรณ์แบบโทร.มือถือหรือไอแพด คนฟังจะหาว่าเราเพ้อเจ้อ แต่การสื่อสารในช่วง 23 ปีที่ผ่านมาก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จากวิทยุกระจายเสียง โทรศัพท์บ้าน (โทรศัพท์แบบมีสาย) โทรทัศน์ เทเลกซ์ พัฒนามาเป็นรูปแบบการสื่อสารแบบโซเชียลมีเดีย โทรศัพท์ไร้สาย และกำลังพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ

ทำให้รูปแบบของวิชาการและธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย เช่น วิชาการแพทย์เภสัชและวิศวกรรม ก็เปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด รูปแบบธุรกิจแม้แต่การซื้อของขายของก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างตามกันไม่ทัน หลักของการทำการตลาดหรือแม้แต่การหาเสียงของนักการเมืองก็เปลี่ยนแปลงตามกันไป เราจึงต้องเรียนรู้ของใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาปรับปรุงตัวเราเอง เพื่อจะได้มีที่ยืนอยู่ในสังคมที่เปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยีไปเรื่อย ๆ

“คนไทยรุ่นใหม่” จะมีที่ยืนหยัดอยู่ในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ได้ ถ้า “คนไทยรุ่นใหม่” ของเรามี “ครูรุ่นใหม่” ที่จะช่วยชี้ทางเขาไปอยู่รอดได้ เช่น ทำอย่างไร “คนไทยรุ่นใหม่” จึงจะมีความรู้ความสามารถที่ (ก) เป็นที่ต้องการของระบบเศรษฐกิจใหม่ที่ถูกรังสรรค์โดยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงนี้

นั่นคือเป็น “ลูกจ้าง” ที่ระบบเศรษฐกิจใหม่ต้องการ หรือ (ข) เป็นผู้นำที่เกาะกระแสความเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างธุรกิจขึ้นใหม่ ที่จะสามารถอยู่รอดและยั่งยืนในระบบเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังพัฒนานี้ นั่นคือเป็น “เจ้าของกิจการ” หรือ “เถ้าแก่”

“ครูรุ่นใหม่” ที่ว่านี้คือเป็นครูที่หลังจากเรียนจบมาแล้วครูท่านแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาความสามารถของตนเพื่อจะได้ใช้ชี้นำลูกศิษย์ลูกหาให้บรรลุเป้าตามที่กล่าวมาแล้ว

ผมฝันว่าวันหนึ่งประเทศไทยจะมีระบบว่าทุก 3 ปีหรือ 5 ปีครูของเราสามารถกลับเข้าไปเรียนตามสถาบันการศึกษาต่อเนื่อง เพื่อปรับพื้นฐานความรู้เพื่อตามให้ทันว่ามีอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นบ้าง การเรียนนี้อยู่ในลักษณะเรียนตามความสมัครใจ ใครไม่อยากเรียนก็ไม่เป็นไร ก็สอนในสิ่งที่ตนรู้ต่อไป แต่ใครที่อยากเรียนก็สะสมคะแนนการเรียนไป

ถ้าครูท่านได้เรียนได้คะแนนสะสมครบตามเกณฑ์ที่กำหนดก็มีการปรับเงินเดือนปรับวุฒิเพื่อเป็นการจูงใจให้ “ครูรุ่นใหม่” รักการศึกษาใหม่ ๆ นอกจากนี้ ค่าเรียนค่าตำรา ฯลฯ ควรต้องให้ครูท่านใช้หักภาษีได้ ตำราและวิธีการสอนควรเน้นการค้นคว้าผ่านทาง internet เพื่อเชื่อมโยงให้ผู้ศึกษาสามารถค้นคว้าข้อมูลจากโลกภายนอก

เพราะเราอยากให้ครูเหล่านี้สามารถสอนลูกหลานเราไปแข่งกับโลกภายนอก ดังนั้น ครูและนักศึกษาในโลกภายนอกเขาสามารถเข้าถึงองค์ความรู้อะไร ครูและนักศึกษาในไทยก็ควรต้องเข้าถึงและใช้องค์ความรู้นั้นด้วย

ส่วนสถาบันการศึกษาต่อเนื่องนี้ ก็อาจจะปล่อยให้มีการแข่งขันกันหาหลักสูตรที่ครูทั้งหลายจะสนใจ โดยให้มีการตรวจสอบคุณภาพจากภายนอก เป็นต้นว่า ถ้าวิชาวิทยาศาสตร์ก็ให้ “ลูกค้า” ของสถาบัน เช่นธุรกิจที่สนใจจะจ้างผู้เรียนจบสาขานั้น ๆ มาช่วยกำหนดว่ามีวิชาอะไรที่บรรดานายจ้างในอนาคตเหล่านี้อยากให้ลูกศิษย์ของ “ครูรุ่นใหม่” รู้อะไรบ้าง เขาจึงจะได้อยากให้ไปทำงานด้วย ครับ เป็นการผลิตคนป้อนตลาดโดยตรง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ระบบการศึกษา