‘ไต้หวัน’ เลือกตั้งกลางเทอม-ลงประชามติประเด็นแต่งงานรักร่วมเพศ-เปลี่ยนชื่อ
ชาวไต้หวันหลายล้านคนเดินทางไปเข้าคูหาเลือกตั้งทั่วเกาะไต้หวันเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในการเลือกตั้งกลางเทอมที่ถูกมองว่าเป็นการวัดผลงานของนางไช่ อิง ประธานาธิบดีไต้หวัน รวมไปถึงเป็นการลงประชามติในประเด็นทางสังคมนับ 10 ประเด็น ในจำนวนนี้รวมไปถึงประเด็นเรื่องการแต่งงานของกลุ่มคนรักร่วมเพศ ซึ่งอาจทำให้ไต้หวันเป็นแห่งแรกในเอเชียที่การแต่งงานระหว่างคู่รักร่วมเพศนั้นถูกกฎหมาย
การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งตัวแทนทางการเมืองตั้งแต่ระดับหมู่บ้านเรื่อยไปจนถึงระดับเมือง ซึ่งนับว่าเป็นการทดสอบผลงานของนางไช่ จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ซึ่งช่วงหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการปฏิรูปในประเทศรวมถึงการดำเนินนโยบายความสัมพันธ์กับจีนแผ่นดินใหญ่ที่เสื่อมถอยลงเรื่อยๆสร้างความไม่พอให้กับนักการเมืองจากพรรคก๊กมินตังซึ่งมีนโยบายสนับสนุนความสัมพันธ์กับจีน
ด้านนางไช่ ผู้ที่ชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อปี 2016 ประกาศว่าการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นการส่งข้อความบอกโลกว่า ไต้หวันจะไม่ก้มหัวให้จีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเพิ่มแรงกดดันทั้งทางการทหารและการเมืองกับไต้หวันในช่วงที่ผ่านมา
รายงานระบุว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้มีการลงประชามติในประเด็นด้านสังคมหลายประเด็นเช่นการลงประชามติเกี่ยวกับสิทธิความเท่าเทียมในการแต่งงาน เช่นเดียวกับการลงประชามติให้ระบุความหมายของการแต่งงานเพื่อผู้ชายและผู้หญิงเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการลงมติเกี่ยวกับชื่อเรียกไต้หวันในการใช้ร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกในปี 2020 ที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นด้วยว่าต้องการใช้ “ไต้หวัน” หรือ “ไชนีสไทเป” หัวข้อซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับจีนด้วยเช่นกัน
สำหรับประเด็นการแต่งงานของกลุ่มคนรักร่วมเพศนั้น ผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนโดยมูลนิธิมติสาธารณะไต้หวัน พบว่ามีถึง 77 เปอร์เซ็นต์ที่เชื่อว่าการแต่งงานควรจำกัดความเฉพาะการแต่งงานระหว่างชายและหญิงเท่านั้น
ทั้งนี้คูหาเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนและประชามติจะปิดลงในเวลา 16.00น.ตามเวลาท้องถิ่นหรือราว 14.00น.ตามเวลาประเทศไทย โดยคาดว่าผลเลือกตั้งและผลประชามติเบื้องต้นจะเริ่มออกมาในช่วงดึกของวันเดียวกัน