“นิตินัย ศิริสมรรถการ” ถือว่าเป็นผู้บริหารที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาผู้ที่เคยนั่งบริหารในตำแหน่งนี้และยังถือว่าเป็นบุคคลที่เข้ามาช่วยผลักดันตัวเลข “รายได้” และ “กำไร” ที่พุ่งสูงเป็นประวัติศาสตร์ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ จากรายงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่าปี 2558 ซึ่งเป็นปีแรกที่ “นิตินัย” เข้ามานั่งบริหารในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. มีรายได้รวม 45,773 ล้านบาท กำไรสุทธิ 18,728 ล้านบาท ปี 2559 มีรายได้รวม 52,783 ล้านบาท กำไรสุทธิ 19,571 ล้านบาท ปี 2560 มีรายได้รวม 56,744 ล้านบาท กำไรสุทธิ 20,683 ล้านบาท
และล่าสุด ปี 2561 (ตุลาคม 2560-30 กันยายน 2561) พบว่า มีรายได้รวม62,135 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 25,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4,487.16 ล้านบาท หรือร้อยละ 21.69
“นิตินัย” ให้ข้อมูลว่า ตัวแปรหลัก ๆ ที่ทำให้ผลประกอบการของ ทอท.ดีมาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมานั้น เป็นผลจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารบางส่วน และการเติบโตของธุรกิจสายการบินและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เชิงพาณิชย์ของท่าอากาศยานหลักทั้ง 6 แห่งของทอท.นั่นเอง
ยกตัวอย่าง เช่น ในปี 2558 ซึ่งเป็นปีแรกที่เขาเข้ามาบริหารงาน หลังจากเข้ามา เขาได้ปรับเปลี่ยนเรื่องของการจัดประมูลทั้งระบบ ทุกโครงการจับประมูลหมด ไม่เอาวิธีจัดซื้อจัดจ้างพิเศษเลย (ยกเว้นที่เปลี่ยนไม่ได้จริง ๆ) ส่งผลให้งบฯลงทุนลดลงไปราว 20-30%หรือกว่า 2,000 ล้านบาท ทำให้ตัวเลข “กำไร” ปรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนหรือในปีก่อน ที่เปิดให้บริการอาคาร 2
ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ทำให้มีพื้นที่เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นมาประมาณ 1,000 ล้านบาท หักรายจ่ายแล้วเหลือกำไร 600-700 ล้านบาท เช่นเดียวกับที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ที่เปิดอาคารอินเตอร์เพิ่มมาอีก 1 อาคาร รายได้ก็เพิ่มขึ้นมาเกือบ 1,000 ล้านบาท ขณะที่รายจ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 340-350 ล้านบาท
นั่นหมายความว่า หากท่าอากาศยานไหนเปิดอาคารใหม่เพิ่มขึ้น 1 อาคาร พื้นที่เพิ่มขึ้นประมาณ 6,000-8,000 ตารางเมตร ให้คาดการณ์รายได้เลยว่าน่าจะเพิ่มได้ประมาณ 1,000 ล้าน และคาดหวังกำไรได้ที่ประมาณ 500-700 ล้านบาท
ขณะที่การออกแบบอาคารใหม่ของทุกท่าอากาศยานที่อยู่ในแผนก็คำนึงถึงเรื่องพื้นที่เชิงพาณิชย์ด้วย เพื่อให้ทุกท่าอากาศยานมีศักยภาพในการเพิ่มตัวเลขทั้งรายได้และกำไรในอนาคต
และหากมองอีกมุม ตัวเลขรายได้และกำไรที่พุ่งสูงปรี๊ดในช่วงวาระแรกนี้ ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับ “นิตินัย” ในการบริหาร ทอท.ต่อในวาระ 2 นี้ไม่น้อยทีเดียว